(โลกภารกิจ) เปลี่ยนชีวิตตัวประกอบ (สายลับเกิดใหม่)
ตอนที่ 122 — บทที่ 122
การจัดอันดับของคนที่เป็นตัวเก็งได้รับการเผยแพร่ในอินเทลล์เน็ตแล้ว การโหวตนี้มาจากการคาดการณ์ของผู้คนทางโลกออนไลน์ ซึ่งชิวจื่อฝานและเหมิงอวี่เฉินอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างสูง “คะแนนโหวตจากคนในโลกออนไลน์พวกนั้นเชื่อได้จริงหรือ?” ไอเกอร์ส่ายหน้า เขาหันไปหาคุณปู่ชิวและพูดว่า “ผมมาด้วยเรื่องอื่น คุณชิว ผมได้ยินว่าเย่เส่าฮัวเป็นสะใภ้ของคุณจริงหรือเปล่า?” เมื่อได้ยินคำถามนี้ คุณปู่ชิวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่คิ้วจะขมวดขึ้น เขาไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องชื่อเสียงเสียๆ นี้จะมาถึงหูอาจารย์ใหญ่ไอเกอร์ด้วย “เป็นไปไม่ได้ อาจารย์ใหญ่ อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระพวกนั้นเลย!” ชิวจื่อถิงรีบออกมาปฏิเสธทันทีเมื่อได้ยิน “พี่ชายของฉันเป็นคนแบบไหนกัน จะไปแต่งงานกับเธอได้ยังไง เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่เหตุบังเอิญ ตอนนี้พวกเขาตกลงหย่ากันแล้ว” ข่าวว่าเย่เส่าฮัวอยากจะฆ่าคนมีพลังพิเศษนั้นกำลังแพร่สะพัดไป ถ้าเป็นเพราะเธอทำให้อาจารย์ใหญ่มีทัศนคติไม่ดีกับชิวจื่อฝาน นั่นคงไม่ดีแน่ ชิวจื่อฝานที่สีหน้าไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของชิวจื่อถิง สีหน้าก็ผ่อนคลายขึ้น แต่ท่าทีของไอเกอร์ไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคิด อาจารย์ใหญ่ไอเกอร์ทำหน้าฉงนใจเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าผมไม่ได้ยินผิด พวกคุณกำลังทำข้อตกลงหย่ากับเย่เส่าฮัว?” ชิวจื่อฝานพยักหน้าอย่างรู้สึกผิด “ใช่ครับ อาจารย์ใหญ่” อาจารย์ใหญ่ไอเกอร์มองไปที่เหมิงอวี่เฉินซึ่งยืนใกล้ชิดกับชิวจื่อฝาน เขารู้จักนักเรียนใหม่ที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัยเสินซิงบ้างแล้ว “งั้นข่าวที่มหาวิทยาลัยเสินซิงบอกเป็นความจริง คุณเลือกเหมิงอวี่เฉิน ไม่ใช่เย่เส่าฮัว?” เมื่อเห็นสีหน้าขัดๆ ของคนตระกูลชิว อาจารย์ใหญ่ไอเกอร์ก็พยักหน้า “ผมเข้าใจแล้ว” เขามองคุณปู่ชิว แล้วถอนหายใจ “ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่ผมมาหาคงไม่อยู่ที่นี่ ผมคงต้องไปก่อน คุณชิว...หวังว่าคุณจะไม่เสียใจที่วันนี้ได้สูญเสียสะใภ้ของคุณไป” อาจารย์ใหญ่ไอเกอร์กลับออกไปแบบนี้จริงๆ ทำให้เหมิงอวี่เฉินและชิวจื่อฝานต่างก็ประหลาดใจ แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไร มีเพียงคุณปู่ชิวที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก เขาขมวดคิ้ว “เสียใจ? ผมจะเสียใจทำไม เพราะเย่เส่าฮัว เราตระกูลชิวและจื่อฝานถูกหัวเราะเยาะขนาดไหน วันนี้เธอไปแล้ว ผมยังดีใจไม่ทันได้เชิญญาติมาเลี้ยงเสียอีก!” “พูดก็พูดเถอะ คิดว่าอาจารย์ใหญ่ไอเกอร์จะมาหาเย่เส่าฮัวหรือเปล่า?” มีคนหนึ่งพูดขึ้นมา ชิวจื่อฝานถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำพูดนี้ “เป็นไปไม่ได้!” ชิวจื่อถิงเป็นคนแรกที่พูดขึ้นมา เธอหัวเราะเย้ยหยัน “อาจารย์ใหญ่ไอเกอร์จะมาหาคนน่าเกลียดแบบนั้นได้ยังไง เธอไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!” คำพูดนี้ทำให้ชิวจื่อฝานรู้สึกดีขึ้น เพราะมันคือความจริง “ฉันบอกแล้วว่ามีข้อตกลงหย่าออกมาเป็นตัวเป็นตนแล้ว?” ซูม่านใช้ปลายนิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของเย่เส่าฮัว สีหน้าไม่พอใจ “สามแสนเหรียญสหพันธ์ เธอน่าจะเรียกร้องเป็นล้าน เธอจะทำยังไงต่อไป?” “ไปเรียน” เย่เส่าฮัวถือจดหมายที่พิมพ์ออกมาไว้ในมือ แล้วชี้ไปที่มหาวิทยาลัยเสินซิงตรงหน้า “ฉันอายุแค่สิบแปดปี พอดีกับวัยเรียน” ซูม่านนึกว่าจดหมายนั่นเป็นจดหมายแนะนำจากตระกูลชิว มองเย่เส่าฮัวด้วยความสงสาร ดูเหมือนว่าเธอจะยังลืมชิวจื่อฝานไม่ได้ ทั้งสองเข้าไปที่ฝ่ายการศึกษา เจ้าหน้าที่ที่จัดการเรื่องการลงทะเบียนเห็นข้อมูลของเย่เส่าฮัวจากประวัติออนไลน์ และกระซิบกับคนข้างๆ ว่า “ไม่มีพรสวรรค์ในการเป็นแพทย์ แล้วยังจะได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเสินอีก โชคดีจริงๆ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูก “เย่เส่าฮัว อายุสิบแปดปี พ่อแม่เสียชีวิต ไม่มีศักยภาพในการเป็นแพทย์ และไม่ได้รับการศึกษาชั้นสูง” อีกคนหนึ่งเห็นข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วก็ส่ายหน้า เธอไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษ และไม่ใช่คนชนชั้นสูง ในมหาวิทยาลัยเสินซิง เธอได้เป็นแค่เด็กฝึกงานธรรมดา ซูม่านได้ยินคำพูดของทั้งสอง แม้จะรู้สึกโกรธแต่เธอก็เห็นด้วยกับที่เขาพูด เธอรู้สึกว่าเย่เส่าฮัวคงจะลาออกจากมหาวิทยาลัยเสินซิงในไม่ช้า “งั้นเราไปที่หอพักของเธอ...” ซูม่านก็ไม่ได้พูดให้เย่เส่าฮัวรู้สึกแย่ “ไม่ไป” เย่เส่าฮัวรับสายโทรศัพท์เพียงพูดกับปลายสายว่า “เดี๋ยวฉันจะไปหา” แล้ววางสายลง “ไปที่ห้องอาจารย์ใหญ่ก่อน” ห้องอาจารย์ใหญ่? จะไปทำอะไรที่นั่น? แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเย่เส่าฮัวที่เคร่งขรึยิ่งกว่าปกติ ซูม่านก็ไม่ได้ถามอะไร แต่อาจารย์ใหญ่ไอเกอร์ไม่ได้อยู่ที่ห้องอาจารย์ใหญ่ เมื่อเย่เส่าฮัวเข้าไป พบว่าห้องอาจารย์ใหญ่ถูกล้อมด้วยกองกำลังทหาร “นั่นเป็นทหารของตระกูลอวิ๋นจากกองทัพที่หนึ่ง อย่าเข้าไปใกล้!” ซูม่านสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ดึงเย่เส่าฮัวไว้ “นั่นเหมือนจะเป็นพันตรีอวิ๋น ว่ากันว่าพลังภายในตัวเขาไม่เสถียรอีกแล้ว!” เย่เส่าฮัวไม่ได้สนใจพันตรีอวิ๋น เธอยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เห็นเพียงกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาวที่รีบเร่งเข้ามา หนึ่งในนั้นมีเหมิงอวี่เฉินและชิวจื่อฝานรวมอยู่ด้วย “ขอทางให้คุณหนูเหมิงดูอาการพันตรีอวิ๋นหน่อย!” “พลังงานมหาศาลมาก เราต้องไปที่ห้องทดลอง” เหมิงอวี่เฉินเงยหน้าขึ้นพูด เย่เส่าฮัวมองผ่านไปอย่างเย็นชา พลังจิตของเธอมากกว่าเหมิงอวี่เฉินหลายเท่าตัว เธอรู้ว่าการไปที่ห้องทดลองไม่ทันการณ์ แต่เธอไม่อยากยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของเหมิงอวี่เฉินและชิวจื่อฝาน ขณะที่เธอกำลังจะพาซูม่านที่ยังอยากอยู่ตรงนี้กลับไป คนพวกนั้นยกพันตรีอวิ๋นขึ้นมา ฝ่ามือซ้ายที่ถูกพลิกขึ้นทำให้เย่เส่าฮัวเห็นรอยปานแดงเด่นชัดภายใต้แสงอาทิตย์ เย่เส่าฮัวชะงักไปครู่หนึ่ง รีบแทรกตัวเข้ามาในฝูงชน เธอกวาดตามองเบาๆ ทหารที่ขวางเธออยู่ต่างถอยไปข้างหลังสองสามก้าว “เดี๋ยวก่อน! ตอนนี้เคลื่อนไหวเขาไม่ได้!” “คุณเป็นใคร ห้ามเข้าใกล้พันตรี!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งขวางเธอ “ฉันเป็นแพทย์ ฉันช่วยเขาได้” เย่เส่าฮัวจ้องไปที่คนด้านหลังเขา “คุณเป็นแพทย์?” ชายวัยกลางคนไม่เชื่อ “ผมไม่เคยเห็นคุณที่มหาวิทยาลัยเสินซิงเลย ออกไปอย่าขวางเรา ถ้าพันตรีอวิ๋นเป็นอะไรไป ครอบครัวคุณก็ชดใช้ไม่พอ!” เด็กสมัยนี้ยอมทำทุกอย่างเพื่อมีชื่อเสียง ชิวจื่อฝานจำเย่เส่าฮัวได้ เขาขมวดคิ้ว “เย่เส่าฮัว เธอตามฉันมาถึงที่นี่เลยเหรอ? และทำบ้าอะไร เธอไม่ได้เรียนหมอ! ไปให้พ้นอย่าขวางทางอวี่เฉินในการช่วยคน!”
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย