คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ
ตอนที่ 15 — โอ้โห จี้เฟย บทที่ 0015
บทที่ 15
เมื่อคนตระกูลฉินได้ยินเสียงในใจชวนหน้าแดงนั้น ต่างก็อดรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็พากันคาดหวังกับเรื่องต่อจากนี้อย่างมาก
หรือว่าคืนนี้จะ…
“เมื่อกี้กำลังอาบน้ำ เลยมาเปิดช้า”
“อ๋อๆ ไม่เป็นไร” 【ไนซ์! ทำได้สวยมาก!】
จี้เฟยทำท่าสงบนิ่ง พยายามอย่างหนักที่จะดึงสายตาออกจากภาพตรงหน้า
มุมปากฉินเสียนกระตุก “คิดดีแล้ว?”
คนตระกูลฉินต่างเงี่ยหูฟังอย่างตื่นเต้น
“อืม ฉันมีสิบล้าน นายช่วยลงทุนให้หน่อย”
คนตระกูลฉิน: ……
ฉินเสียนพยักหน้า
“แต่ว่าฉันอยากรู้ นายมั่นใจได้ยังไงว่าต้องกำไรแน่ การลงทุนมันก็มีความเสี่ยงไม่ใช่เหรอ” จี้เฟยถามอย่างจริงจัง
ฉินเสียนตอบ “ถ้าขาดทุน ผมรับผิดชอบเอง จะรับประกันว่าเงินต้นของคุณไม่มีปัญหาแน่นอน”
“หา?” จี้เฟยเจอพายชิ้นใหญ่ตกใส่หัวแบบนี้ ก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมา
ฉินเสียนพูดตรงๆ ว่า “ขอบคุณที่ช่วยเรื่องใหญ่ให้ที่บ้านอีกครั้ง ถือเป็นของขวัญตอบแทนจากผม”
จี้เฟย ยอมรับทันที เธอเองก็คิดว่าตัวเองช่วยเรื่องใหญ่จริงๆ ไม่มีอะไรต้องถ่อมตัว
“งั้นเดี๋ยวฉันโอนให้นาย…เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ลงทุนแค่เก้าล้านดีกว่า”
ฉินเสียนกำลังสงสัย ก็ได้ยินเสียงในใจของจี้เฟย
【เก็บไว้หนึ่งล้านเผื่อเหตุฉุกเฉิน】
“ลงทุนแบบรับเงินปันผลรายเดือนได้ไหม” จี้เฟยถามอีก
【แบบนี้ทุกเดือนก็มีรายได้ประจำ จะได้นอนใช้ชีวิตสบายใจ】
ฉินเสียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าคุณต้องการใช้เงิน ก็รูดบัตรตรงๆ ได้เลย”
“ฉันรู้ แต่ฉันอยากสัมผัสความสุขจากการมีรายได้ทุกเดือนบ้างไม่ได้เหรอ” จี้เฟยยิ้ม
【บ้าสิ บัตรนั้นอยู่ในชื่อนาย ท่านประธานอย่างพวกนายเก่งที่สุดก็เรื่องระงับบัตรสั่งสอนคน ฉันไม่อยากวันไหนทำให้นายไม่พอใจแล้วโดนตัดบัตร กลายเป็นคนไม่มีเงินติดตัวหรอกนะ】
ท่าทีไร้ความมั่นคงของจี้เฟย ทำให้แววตาของฉินเสียนสั่นไหวเล็กน้อย
“โอเค ผมเข้าใจแล้ว ผมจำได้ว่าเงินค่าจ้างส่วนสุดท้ายจากงานก่อนของคุณเข้าบัญชีแล้ว พรุ่งนี้น่าจะโอนมา ประมาณหนึ่งล้านเหมือนกัน งั้นลงทุนครบสิบล้านเลยแล้วกัน”
“อะไรนะ จริงเหรอ ฉันไม่ใช่ดาราตกกระป๋องที่ได้แค่ถ่ายโฆษณาเหรอ จะได้ค่าตัวสูงขนาดนี้เลย?” จี้เฟยตกใจ ในความทรงจำเธอจำได้ไม่มาก หรือเพราะเจ้าของร่างเดิมไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เลยจำผิด?
“งานนี้ค่าตัวสูงหน่อย” ฉินเสียนโกหกหน้าตาย ส่วนจี้เฟยก็เชื่อสนิท ตอนนี้ในหัวมีแต่เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของตัวเอง
สามคนสายแอบฟังมองหน้ากันอย่างเห็นใจจี้เฟย คิดว่าเพราะฉินเสียนไม่เคยให้ความมั่นคงกับเธอ เธอถึงคิดมากขนาดนี้
ช่างเถอะ ต่อไปพวกเขาคงต้องให้ซองแดงจี้เฟยบ่อยๆ หน่อย ให้เด็กคนนี้รู้สึกมั่นคงขึ้น
จู่ๆ ฉินเสียนก็รู้สึกเย็นวาบที่หลัง รู้สึกเหมือนมีลางร้ายอะไรบางอย่าง เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า
“ถ้าต่อไปยังมีเงินเหลืออีก ก็เอามาให้ผมลงทุนต่อได้”
【ฉินเสียน นายนี่มัน…นอกจากให้ชีวิตคู่ฉันไม่ได้แล้ว สมบูรณ์แบบจริงๆ!】
ฉินเสียน: ……
ให้ชีวิตคู่ไม่ได้?
สามคนสายแอบฟังเริ่มชี้ไม้ชี้มือกันเงียบๆ
【ถ้าได้นอนกับเขาสักครั้งก็คงดี】
หูของฉินเสียนเริ่มแดง เดิมทีสายตาที่เต็มไปด้วยความจนใจ ตอนนี้กลับไม่กล้ามองหน้าจี้เฟยตรงๆ แล้ว
สามคนสายแอบฟังต่างลุ้นเงียบๆ ยังไงฉินเสียนก็ได้ยิน บางทีความตรงไปตรงมาของเฟยเฟยอาจช่วยทลายน้ำแข็งได้ก็ได้!
【ว่าแต่ ผู้ชายระดับท๊อปแบบนี้ เคยโดนผู้หญิงคนไหนกินไปแล้วหรือยังนะ…แต่ยังไงฉันแน่ๆ ที่ไม่ได้กิน!】
ฉินเสียน: เธอเพิ่งเผลอเปิดเผยอะไรอีกแล้วใช่ไหม!
สามคนสายแอบฟังต่างสีหน้าจนใจ ตอนนั้นที่เกิดเรื่อง พวกเขาเองก็ไม่ได้มั่นใจนัก เพียงแต่มีคนรู้กันมากเกินไป เลยจำเป็นต้องให้ฉินเสียนรับผิดชอบเท่านั้น
【โอ๊ย จริงเหรอ!】
สามคนสายแอบฟัง: อะไร เกิดอะไรขึ้น ทำไมตกใจขนาดนั้น
ฉินเสียน: ทำไมจู่ๆ ถึงมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมานะ
【ฉินเสียนจนถึงตอนนี้ยังเป็นหนุ่มซิงอยู่เลย ฮ่าๆ!】
ฉินเสียน: !!!!
สามคนสายแอบฟัง: อะไรนะ หนุ่มซิง? ลูกชาย(น้องชาย)พวกเขาเคยมีแฟน แต่งงานแล้ว ผ่านวงสังคมมาเยอะ แต่สุดท้ายตอนอายุยี่สิบแปดก็ยังซิงอยู่เนี่ยนะ
【ฮ่าๆ!】
สายตาของฉินเสียนเริ่มลอย หน้าเริ่มร้อนจนควบคุมไม่อยู่ ได้แต่ถลึงตาใส่คนตรงหน้า
มันน่าขำขนาดนั้นเลยหรือไง!
เกินไปแล้วจริงๆ! จี้เฟยไม่เพียงหัวเราะอย่างเว่อร์วังในใจ แม้แต่บนใบหน้ายังแทบกลั้นขำจนบิดเบี้ยวไม่อยู่แล้ว!
และยัง…ดวงตาคมกริบของฉินเสียนหันไปมองห้องไกลๆ ตรงปลายทางเดินทันที เขาเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะอู้อี้อยู่ด้วย
สามคนสายแอบฟังรีบหลบออกจากช่องประตูทันที
โทษพวกเขาไม่ได้ แอบฟังอะไรแบบนี้ทำไมกัน นี่มันเรื่องส่วนตัวของคนในบ้าน พวกเขาไม่ได้อยากฟังเลยนะ ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ
หลังจากเงยหน้ามองฟ้ามองดินอยู่ไม่กี่วินาที ทั้งสามคนก็ยังอดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ พอแอบมองอีกครั้ง ก็เห็นฉินเสียนดึงจี้เฟยเข้าห้องไปท่ามกลางเสียงหัวเราะฮ่าๆ
สามคนสายแอบฟัง: มีหวัง!
รีบเบียดเข้าหาช่องประตู แต่ฝั่งนั้นปิดประตูไปแล้ว จึงแทบไม่ได้ยินเสียงในใจของจี้เฟยอีก
ขณะนี้เสียงในใจของจี้เฟยหยุดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงด้วยความตกใจ
เธอมองฉินเสียนที่จู่ๆ ดึงเธอเข้าห้องอย่างงุน งง “ทำอะไร?”
เมื่อไม่ได้ยินเสียงหัวเราะน่ารำคาญเหล่านั้น ฉินเสียนก็เริ่มได้สติกลับมาบ้าง เขามองจี้เฟยอย่างตำหนิเล็กน้อย
ก่อนหาเหตุผลขึ้นมาส่งๆ “จะเขียนสัญญามอบหมายให้คุณ”
จี้เฟยแม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่พอคิดว่าการลงทุนจะได้จัดการเร็วๆ เธอก็พอใจกับประสิทธิภาพการทำงานของฉินเสียนมาก
แต่ฉินเสียนกลับไม่พอใจเอาเสียเลย ถึงจะหยุดไม่ให้จี้เฟยเปิดโปงความลับของเขาได้ แต่ก็ทนไม่ไหวที่มีคนคอยพร่ำอยู่ข้างหูตลอดเวลา
แถมเขายังไม่มีทางหยุดได้ ทำได้เพียงหูแดงพลางรีบจัดการสัญญา
【คนพื้นเพและวงสังคมแบบฉินเสียน แต่จนถึงตอนนี้ยังเป็นไก่อ่อนอยู่จริงๆ ไม่น่าเชื่อเลย】
【ต่อให้เขารักษาตัวแค่ไหน ความรักครั้งแรกก็บริสุทธิ์ขนาดนี้เลยเหรอ】
【หรือว่า…จะไม่ไหว?】
【ไม่น่าใช่นะ กล้ามท้องตั้งแปดก้อนเชียวนะ!】
ปัง!
สัญญาที่พิมพ์เสร็จถูกตบลงบนโต๊ะ ขัดจังหวะไม่ให้จี้เฟยคิดอะไรไร้ยางอายต่อไป
จี้เฟยเอาแต่ก้มอ่านสัญญาอย่างตั้งใจ จึงไม่ได้สังเกตสีหน้าเขียวคล้ำของฉินเสียนเลย
เธอถือสัญญากลับห้องอย่างอารมณ์ดี แล้วนอนยาวจนสาย ก่อนถูกเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าเรียกให้ตื่น
มีเงินเข้ามาหนึ่งล้านจริงๆ
พอลงมาชั้นล่าง ก็เห็นแม่ฉินกับฉินเหยียนกำลังนั่งคุยกับฉินซี พอได้ยินเสียง ทุกคนก็เงยหน้ามามอง
“ตื่นแล้วเหรอ” แม่ฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน
จี้เฟย อดรู้สึกเขินไม่ได้ ดูเหมือนเจ้าของร่างเดิมจะไม่ค่อยตื่นสาย
“เมื่อวานเหนื่อยนิดหน่อย เลยตื่นช้าค่ะ”
สีหน้าของแม่ฉินกับฉินเหยียนดูซับซ้อน
เดิมทีจี้เฟยตื่นสาย พวกเธอสามารถจินตนาการได้เต็มที่
แต่ตอนกินอาหารเช้า แม่ฉินแอบถามอย่างระมัดระวังว่าจะให้เตรียมอาหารบำรุงเลือดให้จี้เฟยไหม ฉินเสียนกลับหน้าดำแล้วบอกว่าไม่ต้อง
พวกเธอจึงรู้ว่าไม่สำเร็จ ดังนั้นการตื่นสายของจี้เฟยจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉินเสียนเลย
เห็นสีหน้าทุกคน จี้เฟยก็คิดในใจ
【จริงด้วย การนอนตื่นสายมันเสียมารยาทเกินไปสินะ】
แม่ฉินได้สติกลับมาก่อน ยิ้มแล้วพูดว่า “อยากนอนถึงเมื่อไหร่ก็นอนได้ ถ้าเหนื่อยก็นอนเยอะหน่อย พวกหนุ่มสาวตารางชีวิตไม่เหมือนพวกเราอยู่แล้ว”
ฉินเหยียนก็ยิ้มตาม “เมื่อก่อนตอนอยู่บ้าน พี่ก็ตื่นสายเหมือนกัน”
ฉินซีที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินก็หันมามองฉินเหยียนอย่างสงสัย เพราะตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมาก็เห็นแม่เฝ้าอยู่แล้ว ดูเหมือนจะตื่นก่อนนานมาก
พอฉินเหยียนเห็นลูกมอง ก็เขินขึ้นมาเล็กน้อย พูดเบาๆ ว่า “ตอนนี้ไม่แล้ว”
เดิมทีก็เป็นแค่คำพูดปลอบใจจี้เฟย จี้เฟยจึงสัมผัสได้ถึงความหวังดี
หลังลงมาข้างล่าง แม่ฉินก็ให้แม่บ้านเตรียมของกินรองท้องง่ายๆ ให้จี้เฟย เพราะเดี๋ยวจะกินมื้อเที่ยงกันแล้ว
“วันนี้คุณพ่อกับฉินเสียนไม่กลับมากินข้าว มีแค่พวกเรากินเป็นเพื่อนเสี่ยวซี” แม่ฉินพูดพร้อมรอยยิ้ม
เดิมทีฉินเสียนก็ไม่ค่อยกลับมากินมื้อเที่ยงอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องของเลขาจินเมื่อวานยังต้องจัดการต่ออีก
ส่วนพ่อฉินที่ไม่ค่อยออกจากบ้าน วันนี้ออกไปก็เพราะตั้งใจจะจัดการเรื่องตระกูลหลี่ด้วยตัวเอง
จี้เฟยเดินตรงไปนั่งข้างโซฟา
“สวัสดีครับคุณน้าสะใภ้” ฉินซีกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม แต่แววตายังคงไม่มั่นคงนัก
เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ชินกับครอบครัวใหม่ แม้ใบหน้าจะยิ้มอยู่ แต่ก็ยังปิดบังความตึงเครียดไม่ได้
ท้ายที่สุดนี่คือญาติแท้ๆ ที่พลัดพรากกันไปเก้าปี ยังต้องใช้เวลาปรับตัว
แม่ฉินกับฉินเหยียนก็มองออกถึงความไม่สบายใจของฉินซี แต่คิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก ได้แต่ค่อยๆ ดูแลใกล้ชิดอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งอดไม่ได้ที่จะเกลียดหลี่จื้อกับเฉียวเมิ่งมากขึ้น รวมถึงเสียใจกับทุกสิ่งที่ผ่านมา
ในสถานการณ์แบบนี้ บรรยากาศจึงเงียบอึดอัดได้ง่ายมาก
ดวงตาของจี้เฟยกลอกไปมา
【เจอแล้ว ฉินซีชอบเล่นรูบิก เลโก้ แล้วก็โมเดล แต่ยกเว้นรูบิก อย่างอื่นเขาเคยแค่เล่นตัวอย่างในร้าน เพราะเฉียวเมิ่งบอกว่าแพง เลยไม่ซื้อให้ จริงๆ จะไปคิดว่าแพงได้ยังไง ก็แค่ไม่อยากเสียเงินกับฉินซีเพิ่มอีกสักหยวนเท่านั้น】
สีหน้าของแม่ฉินกับฉินเหยียนแข็งค้างทันที
เมื่อครู่พวกเธอถามฉินซี ฉินซีตอบแค่ว่าชอบรูบิก
คงเคยชินกับการเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เลยไม่พูดถึงของพวกนั้นที่ “แพง”
ทำให้ทั้งสองยิ่งปวดใจมากขึ้น
ยังไม่ทันที่จี้เฟยจะหาข้ออ้างพูดออกมา แม่ฉินกับฉินเหยียนก็ร่วมมือกันอย่างรู้ใจ หยิบเรื่องฉินเสียนกับฉินเฉามาเป็นหัวข้อ บอกว่าเด็กตระกูลฉินชอบเลโก้กับโมเดลกันทั้งนั้น ที่บ้านมีเก็บไว้เต็มคลังเลย
“เสี่ยวซีเล่นเป็นไหม อยากลอง…”
“ผมเอา ผมชอบครับ” ฉินซีรีบตอบทันที
ไม่ใช่แค่เพราะเขาชอบจริงๆ แต่ยิ่งกว่านั้นคือเหตุผลที่ว่าเขาเหมือนคนตระกูลฉิน ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นในบ้านหลังนี้
แน่นอนว่าสิ่งที่แม่ฉินกับฉินเหยียนพูดเป็นความจริง ของในคลังมีเยอะมาก แต่พวกเธออยากชดเชยเก้าปีที่สูญเสียไปเป็นสิบเท่า จึงไม่เพียงให้ฉินซีเลือกได้ตามใจ ยังสั่งให้คนส่งของเล่นรุ่นใหม่มาเพิ่มอีกมากมาย
ตอนเย็น พ่อฉินกับฉินเสียนกลับมา ก็ถูกพ่อบ้านพาไปยังห้องว่างชั้นหนึ่งด้วยรอยยิ้ม
ในนั้นมีเลโก้ชุดใหญ่กินพื้นที่มหาศาล ผู้หญิงสามคนกับเด็กผู้ชายหนึ่งคนกำลังนั่งเล่นบนพื้นกันอย่างสนุกสนาน
ภาพนั้นทำให้สองพ่อลูกที่เหนื่อยมาทั้งวันรู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจ
หลังอาหารเย็น พ่อฉินกับฉินเสียนก็เข้าร่วมเล่นด้วย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลายเรื่องก็ลงตัวเรียบร้อย
พ่อฉินจัดการทุกอย่างอย่างเด็ดขาด ทั้งหย่า แจ้งความ ฟ้องร้อง จัดเต็มทั้งหมด
โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลหลี่ปิดตัวทันที หลี่จื้อแบกหนี้มหาศาลจนต้องประกาศล้มละลาย
คนตระกูลหลี่ทั้งหมดกลายเป็นคนไร้บ้าน แม้แม่หลี่จะเคยมาสร้างปัญหาหลายครั้ง แต่เมื่อไม่ใช่ญาติกันแล้ว แม้แต่ประตูเขตคฤหาสน์ก็ยังผ่านเข้ามาไม่ได้
พ่อฉินไม่มีทางยอมให้คนตระกูลหลี่ได้พบฉินเหยียนกับฉินซีอีก
หลี่จื้อกับเฉียวเมิ่งต้องติดคุก แต่เพราะเฉียวเมิ่งกำลังตั้งครรภ์ หลี่จื้อจึงแข็งข้อขึ้นมาครั้งหนึ่ง รับผิดทั้งหมดไว้คนเดียว เพื่อให้เฉียวเมิ่งพ้นผิด
แต่เฉียวเมิ่งไม่ได้ซาบซึ้ง ไม่รู้ว่าเพราะหมดหวังกับอนาคต หรือเพราะรู้สึกว่าหลี่จื้อหลอกเธอมาตั้งแต่แรก ตอนที่แม่หลี่เผลอ เฉียวเมิ่งก็ทำแท้งแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
สุดท้ายเมื่อภัยมาถึง ต่างคนก็ต่างหนี เมื่อหลี่จื้อรู้ข่าวในคุก เขาคลุ้มคลั่งจนถูกเพิ่มโทษ
ภายในสิบวัน ตระกูลหลี่ก็หายไปจากเมืองนี้
จากนั้นฉินซีก็ถูกจัดการย้ายโรงเรียน เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แน่นอน ก่อนหน้านั้น
ตระกูลฉินจัดงานเลี้ยงรับรองฉินซีกลับตระกูล
มองรายชื่อแขกที่เข้าร่วมงาน จี้เฟยก็รู้สึกเสียดาย
【รู้แค่ชื่อ แต่จำหน้าไม่ได้ ไม่งั้นคงได้ดูดราม่าล่วงหน้าแล้ว ปกติวงการตระกูลใหญ่มีเรื่องให้กินเผือกเยอะที่สุด】
คนตระกูลฉินที่นั่งคุยรายชื่อกันอยู่ต่างเสียสมาธิทันที
ช่วยไม่ได้ เรื่องซุบซิบนินทา ใครจะอดใจไม่ฟังไหว
ช่วงนี้อยู่ใกล้จี้เฟย พวกเขาได้กินเผือกไปไม่น้อย แม้แต่เรื่องที่ลุงพ่อบ้านกำลังแอบชอบแม่บ้านยังรู้กันหมด ทุกวันแอบเชียร์คู่นี้กันเงียบๆ
“จริงสิ ไอ้เด็กฉินเฉานั่นจะกลับมาทันไหม ก่อนหน้านี้ไม่ใช่บอกว่าถ่ายละครอยู่ในป่าลึก ไม่มีสัญญาณเหรอ” พ่อฉินถาม
ลูกชายคนที่สามของตระกูลฉิน ฉินเฉา นักแสดงชื่อดัง ปัจจุบันคือพระเอกแถวหน้าสุดฮอตของวงการบันเทิง
ฉินเสียนพูดขึ้นว่า “น้องสามติดต่อผมมาแล้ว เพิ่งออกจากป่า บอกว่าจะกลับมาแน่นอน แล้วก็มีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย”
พอได้ยินแบบนี้ คนตระกูลฉินก็เงียบลง สีหน้าดูแปลกๆ เล็กน้อย
จี้เฟยมองซ้ายมองขวาอย่างสงสัย ก่อนเปิดระบบกินเผือกทันที
【ที่แท้ก็แบบนี้ ฉินเฉาอยากเปลี่ยนคู่หมั้นนี่เอง เหมือนฉันจะพอจำได้】
【เดิมทีเขาหมั้นกับลูกสาวคนโตตระกูลฉู่ แต่คนที่ฉินเฉาชอบมาตลอดคือลูกสาวคนเล็กของตระกูลฉู่】
【เหมือนว่าลูกสาวคนโตชื่อเสียงไม่ดี ส่วนลูกสาวคนเล็กใครๆ ก็ชม】
คนตระกูลฉินได้ยินแล้วก็ไม่แปลกใจ ช่วงหลายปีมานี้ ฉินเฉาแสดงออกชัดเจนเกินพอแล้ว ครอบครัวพวกเขาไม่ขัดขวางความรักอิสระของลูกๆ แค่กลัวนิสัยใจร้อนของฉินเฉาจะทำให้สถานการณ์แย่
ในเมื่อจี้เฟยยืนยันแล้วว่าฉินเฉากลับมาครั้งนี้เพราะอยากเปลี่ยนคู่หมั้น งั้นรอเขากลับมาแล้วค่อยช่วยกันคิดวิธีจัดการที่เหมาะสม
ทุกคนกำลังคิดอยู่ ก็ได้ยินจี้เฟยถอนหายใจ
【เรื่องความรักนี่พูดยากจริงๆ ตอนเด็กฉินเฉาเกือบตาย คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ชัดๆ คือคุณหนูใหญ่ตระกูลฉู่ แต่เขากลับไปชอบน้องสาวของเธอ ไม่ได้ชอบเธอ】
คนตระกูลฉิน: ……
เดี๋ยวก่อน พวกเขาได้ยินอะไรนะ
ตอนเด็กคนที่ช่วยฉินเฉาไว้ ไม่ใช่คุณหนูเล็กตระกูลฉู่เหรอ!!!!!!