คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ
ตอนที่ 21 — โอ้โห จี้เฟย บทที่ 0021
บทที่ 21
คนที่พุ่งเข้ามาคือคุณชายเสเพลชื่อดังแห่งวงการไฮโซ ชื่ออู๋เทียน
นอกจากหน้าตาที่พอดูดีแล้ว อย่างอื่นแทบไม่มีอะไรดีเลย เป็นพวกมีเงินแต่ไร้แก่นสาร ทำเรื่องผิดกฎหมายมานับไม่ถ้วน แถมยังเป็นแขกประจำของสถานีตำรวจอีกด้วย
ต่อให้มีข่าวฉาวอะไรออกมา ก็ไม่มีใครแปลกใจ
แต่วันนี้เป็นงานของตระกูลฉิน อู๋เทียนมาป่วนแบบนี้ ก็เท่ากับตบหน้าตระกูลฉิน
ฝั่งตระกูลอู๋ที่มาร่วมงานคืออากับอาสะใภ้ของอู๋เทียน รีบเข้ามาดึงตัวอู๋เทียนทันที
“รับปากพานายมา ไม่ได้ให้มาสร้างเรื่องนะ!”
“ขอโทษจริงๆ หลานชายบ้านฉันเมาแล้ว พวกเราจะรีบพาเขากลับเดี๋ยวนี้”
แต่อู๋เทียนกลับผลักอากับอาสะใภ้ออก ก่อนหน้านี้เขามีเรื่องกับฉินเฉา แล้วยังถูกฉู่ซินเย่วทำหน้าใส่อีก เดิมทีก็เดือดดาลอยู่แล้ว ต่อมายังได้รู้ข่าวบางอย่างกะทันหัน ทำเอาเขาโมโหจนกรอกเหล้าเข้าปากไปหลายขวด ยิ่งดื่มก็ยิ่งโกรธ สุดท้ายเลยพุ่งกลับมาอีกครั้ง
อู๋เทียนเดินตรงมาหาคนตระกูลฉู่ แล้วยิ้มร้ายใส่สองสามีภรรยาตระกูลฉู่ที่กำลังตกตะลึง
“คุณลุงคุณป้า ในเมื่อพวกคุณจะเปลี่ยนคู่หมั้น งั้นวันนี้ในเมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้า ก็ถือโอกาสหมั้นผมกับฉู่ซินเย่วไปพร้อมกันเลยแล้วกัน”
พูดจบก็หันไปมองฉู่ซินเย่วด้านข้างอย่างเย็นเยือกราวกับงูพิษ
สมองของฉู่ซินเย่วงเปล่าไปชั่วขณะ เธอไม่ได้มองอู๋เทียน แต่หันไปมองฉู่เสวี่ยฉีที่กำลังหลบอยู่ด้านหลังพ่อแม่แทน
ใบหน้าฉู่เสวี่ยฉีซีดขาว ดวงตากลอกไปมา พอเห็นฉู่ซินเย่วกำลังมองเธอ ก็รีบหลบสายตาอย่างมีพิรุธทันที
ทางฝั่งอู๋เทียน พูดจบก็จะเอื้อมไปจับข้อมือฉู่ซินเย่ว แต่กลับถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าเอาไว้แน่น
ฤทธิ์เหล้าของอู๋เทียนขึ้นหัวมากกว่าเดิม เขาจ้องคนที่ขวางตนอย่างเดือดดาล
“แม่งเอ๊ย ฉินเฉา ฉันแค่เก็บของที่นายไม่เอาแล้ว ฉันยังไม่รังเกียจเลย นายควรขอบคุณฉันด้วยซ้ำ!”
“นายมันบ้าไปแล้ว!” พูดจบฉินเฉาก็ลงมือทันที
เดิมทีเขาก็อัดอั้นอารมณ์สับสนวุ่นวายอยู่เต็มท้อง ความรู้สึกปั่นป่วนราวกับสัตว์ร้ายที่ติดอยู่ในกรง เจ้าหมอนี่ดันวิ่งมาหาเรื่องพอดี ดังนั้นหมัดที่ต่อยออกไปจึงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ซัดอู๋เทียนล้มลงกับพื้นทันที
ฉินเฉายังจะเข้าไปซ้ำอีก แต่กลับถูกฉู่ซินเย่วดึงข้อมือไว้ ฉินเฉาหันกลับมาด้วยความเดือดดาล ก่อนจะเห็นว่าฉู่ซินเย่วมีสีหน้าเย็นชา ราวกับไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่ง
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ ขณะนี้กำลังมองอู๋เทียนอย่างเหม่อลอย
ทันใดนั้นฉินเฉาก็รู้สึกราวกับมีเลือดจุกอยู่ที่อก
แม้จะโมโหพฤติกรรมของอู๋เทียน แต่คนตระกูลอู๋ก็ปล่อยให้คนอื่นมาทำร้ายลูกหลานตัวเองไม่ได้
“นี่คุณทำอะไร อู๋เทียนเมาแล้ว คุณจะลงไม้ลงมือได้ยังไง ตระกูลฉินต้อนรับแขกกันแบบนี้หรือ” อาสะใภ้อู๋พูดอย่างโมโห
“ตระกูลฉินของเราต้อนรับแขกอย่างดี แต่พวกคุณกลับมาก่อเรื่องในบ้านเรา ตระกูลอู๋เป็นแขกกันแบบนี้หรือ” คุณแม่ฉินเองก็ไม่ยอมแพ้ ก้าวออกมาพูดทันที “แถมยังพูดจาดูหมิ่นอีกด้วย”
อาสะใภ้อู๋หน้าแดงก่ำ “คุณนายฉินพูดแบบนี้ก็เกินไปหน่อยนะ คนกันเองไม่พูดอ้อมค้อม พวกคุณไม่ได้กำลังจะถอนหมั้นกับฉู่ซินเย่วหรอกหรือ เรื่องตรงนี้ก็เป็นเรื่องระหว่างหลานชายฉันกับฉู่ซินเย่ว คุณชายสามของบ้านคุณต่างหากที่กระโดดออกมาแทรก แล้วหลานชายฉันก็แค่สู่ขอเท่านั้น ยังไม่ได้ทำอะไรเลย!”
คุณแม่ฉินหัวเราะเย็น “งั้นหลานชายคุณก็ดูใจร้อนเกินไปหน่อยนะ”
อาสะใภ้อู๋พูดไม่ออก เพราะท้ายที่สุดแล้วการหมั้นหมายระหว่างตระกูลฉินกับตระกูลฉู่ยังไม่ได้ยกเลิก อู๋เทียนกลับกระโดดออกมาพูดจาสกปรกแบบนั้น ถ้าจะพูดให้หนักหน่อย ก็เท่ากับสวมเขาให้ฉินเฉาแล้วจริงๆ เป็นการตบหน้าตระกูลฉินเต็มๆ
“โอ๊ย ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนกัน ไม่มีความจำเป็นต้องผิดใจกันเพราะเด็กๆ เลยนะ ใจเย็นกันก่อน เป็นความผิดของลูกสาวบ้านผมเอง” คุณฉู่รีบออกมาไกล่เกลี่ย
“ต้องโทษซินเย่ว จะคบหากับคุณชายอู๋ทั้งที่ยังมีคู่หมั้นอยู่ได้ยังไง แต่พูดอีกอย่าง เรื่องนี้อาจกลายเป็นเรื่องน่ายินดีสองเด้งก็ได้นะ ทุกคนนั่งลงค่อยๆ คุยกันเถอะ” คุณนายฉู่เองก็ช่วยพูดเกลี้ยกล่อม ใบหน้าจากเดิมที่งุนงงกลับกลายเป็นยิ้มแย้ม
ตอนนี้ตระกูลฉู่เริ่มตกต่ำลงแล้ว ไม่ว่าจะตระกูลฉินหรือตระกูลอู๋ พวกเขาก็ล้วนไม่กล้าล่วงเกิน
เดิมทีพวกเขาคิดว่า วันนี้แค่เปลี่ยนคู่หมั้นให้สำเร็จก็พอแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีตระกูลอู๋โผล่มาขอเกี่ยวดองด้วยอีก
นี่มันพายหล่นจากฟ้าชัดๆ ถือเป็นการชดเชยให้ฉู่ซินเย่วด้วย จะได้ไม่มีคนภายนอกพูดว่าพวกเขาลำเอียง รักลูกสาวคนเล็กจนแย่งคู่หมั้นของลูกสาวคนโตไปให้น้องสาวอีก
แขกที่เดิมทีไม่อยากกลับ จริงๆ แล้วอยากกินเผือกเรื่องผู้หญิงสองคนแย่งผู้ชายคนเดียว
แต่ผลลัพธ์กลับพลิกผัน
“ดูเหมือนจะเป็นเรื่องมงคลซ้อนมงคลนะ ในเมื่อวันนี้ทุกคนอยู่กันครบ ก็ถือเป็นสักขีพยานให้ทั้งสามตระกูลเลยแล้วกัน ไว้ถึงวันแต่งอย่าลืมเชิญพวกเราดื่มเหล้าฉลองนะ”
“ใช่ๆ ที่แท้ต่างก็มีความสุขของตัวเองนี่เอง พวกวัยรุ่นนี่ชอบสร้างเรื่องจริงๆ แต่ก็ถือว่าเป็นพรหมลิขิตจากสวรรค์”
ฉู่ซินเย่วที่ชื่อเสียงไม่ดีคู่กับอู๋เทียน ส่วนฉินเฉาที่ชื่อเสียงดีคู่กับฉู่เสวี่ยฉี ดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงอย่างมีความสุข ทุกคนเป็นสักขีพยานให้ก็ถือว่าสนุกดี
ถ้าการเกี่ยวดองของทั้งสามตระกูลสำเร็จจริงๆ แบบแผนธุรกิจในอนาคตของแต่ละคนอาจต้องปรับเปลี่ยนเล็กน้อย
การได้ข้อมูลวงในก่อนใครย่อมมีประโยชน์เสมอ
ฉินเสียนยืนมองทุกอย่างอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องใดๆ ส่วนจี้เฟยที่อยู่ข้างเขา สมองแทบลุกเป็นไฟแล้ว
【เชี่ย! ได้กินเผือกลูกใหญ่อีกแล้ว!】
ประโยคเดียวนี้ทำให้คนตระกูลฉินพากันเสียสมาธิ แต่เรื่องแต่งงานของลูกชายคนที่สามก็ยังต้องจัดการ
สองสามีภรรยาตระกูลฉินสบตากัน ก่อนจะพูดตามน้ำไป แม้พวกเขาจะปกป้องคนในครอบครัว แต่ก็ไม่อยากทำให้เรื่องบานปลาย
ตอนนี้สถานการณ์กลายเป็นแบบนี้ แขกทุกคนต่างอยู่ดูความสนุก ดังนั้นเรื่องวันนี้ควรจัดการให้จบตรงนี้ จะได้ไม่ถูกเอาไปพูดบิดเบือนจนเสียหาย
คุณพ่อฉินกระแอมเบาๆ ก่อนพูดว่า
“ในเมื่อทุกคนได้ยินข่าวกันแล้ว พวกเราก็จะไม่ปิดบัง การหมั้นหมายเป็นข้อตกลงของคนรุ่นก่อน แต่เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวให้ความสำคัญกับความรักอิสระ ตระกูลฉินของเราจะไม่แทรกแซงการตัดสินใจของลูก”
คุณแม่ฉินเองก็พูดขึ้นว่า
“เพียงหวังว่าเด็กๆ จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง และอย่าตัดสินใจในสิ่งที่จะทำให้ตัวเองเสียใจภายหลัง”
พูดจบ สองสามีภรรยาตระกูลฉินก็มองฉินเฉาอย่างมีความหมาย
เพราะหลังจากรู้เรื่องที่คนตระกูลฉู่โกหกพวกเขา พวกเขาก็ไม่ชอบฉู่เสวี่ยฉีกับสองสามีภรรยาตระกูลฉู่อย่างมาก เรื่องนี้เท่ากับว่าพวกนั้นโกหกฉินเฉามาตลอด และแย่งผลงานความดีของคนอื่นไป
แต่เรื่องแต่งงานความรักก็เป็นเรื่องของแต่ละคน
อย่างไรสิ่งที่ควรรู้ ฉินเฉาก็รู้หมดแล้ว จะเชื่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง
น่าเสียดายก็แต่เด็กคนนั้นอย่างซินเย่ว ทำไมถึงไปพัวพันกับอู๋เทียนได้กันนะ
ช่างเถอะ ตอนนี้พวกเขาส่งเวทีให้ฉินเฉาแล้ว จากนั้นก็รีบเงี่ยหูฟังว่าฝั่งจี้เฟยจะมีเผือกอะไรอีก
ผลคือฟังอยู่ตั้งนาน ได้ยินแค่
【เอ๊ะ! โอ้โห! พระเจ้า! เชี่ย! จริงเหรอ น่ากลัวเกินไปแล้ว!】
คนตระกูลฉิน: เฮ้อ ไม่ใช่ เธออย่ามัวแต่อุทานสิ พูดออกมาสักที ให้พวกเราฟังด้วยว่ามันน่ากลัวยังไง
แม้จะถูกกระตุ้นขนาดนี้ แต่ฉินเฉาก็ยังไม่ถูกดึงความสนใจไป ความคิดของเขายังคงสับสนวุ่นวาย
สองสามีภรรยาตระกูลฉู่กลับเดินเข้ามาอย่างกระตือรือร้น
“ตระกูลฉินของพวกคุณเปิดกว้างจริงๆ อาเฉา พูดออกมาสิ”
พูดพลางยังดึงฉู่เสวี่ยฉีไปทางฉินเฉา โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าลูกสาวตัวเองมีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติแค่ไหน
ฉินเฉาขยับริมฝีปาก อยากถามเหลือเกินว่าคนที่ช่วยเขาในตอนนั้นเป็นใครกันแน่
แต่...มันสำคัญหรือ
บุญคุณช่วยชีวิตไม่ได้เท่ากับความรักนี่นา
บางทีการแย่งผลงานความดี อาจเป็นเพราะรักเขามากเกินไปก็ได้
แต่ทำไมเขาถึงพูดออกมาได้ยากขนาดนี้
ท่าทางลังเลแบบนั้นทำให้บรรยากาศในงานเงียบประหลาด ผู้คนที่มุงดูเริ่มกระซิบกระซาบกัน
หรือเรื่องจะพลิกอีกแล้ว
โอ้โห สนุกจริงๆ!
ตอนนี้ฉู่เสวี่ยฉีที่เริ่มกระสับกระส่าย พอเห็นฉินเฉายังไม่พูด ก็รีบดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ
“พี่เฉา...”
ฉินเฉาชะงัก มองฉู่เสวี่ยฉีหนึ่งครั้ง นี่คือผู้หญิงที่เขาทะนุถนอมมาตลอดหลายปี จากนั้นก็หันไปมองฉู่ซินเย่ว ผู้หญิงที่เหมือนเคยใกล้ชิดมาก แต่ในความเป็นจริงกลับห่างเหินเหลือเกิน
ส่วนทางฝั่งคนตระกูลฉินที่กำลังแอบฟังเสียงในใจ เตรียมกินเผือกร้อนๆ กลับไม่ทันสังเกตว่าฉินเฉาผิดปกติ
กลับเป็นจี้เฟยที่เหม่อไปชั่วครู่
【เอ๊ะ ฉินเฉาทำอะไรน่ะ เขาคงไม่ได้กำลังคิดว่าจะเลือกใครจริงๆ หรอกนะ】
คนตระกูลฉินยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ได้ยินจี้เฟยด่าต่อ
【เชี่ย โคตรหน้าด้านเลย ทำไมเขาถึงคิดว่าแค่ตัวเองอยากเลือก คนอื่นก็ต้องเต็มใจให้เขาเลือกด้วยล่ะ ฉู่ซินเย่วไม่ใช่ฉู่เสวี่ยฉีนะ เธอไม่ได้อยากเล่นเกมรักสามเส้ากับพวกนายสักหน่อย!】
【เขามั่นใจในตัวเองเกินไปแบบนี้ คนในบ้านรู้ไหมเนี่ย】
คนตระกูลฉิน: ...ตอนนี้รู้แล้ว
ฉินเฉา: อยู่ๆ ก็โดนด่า
แต่...ตอนนี้คนที่ต้องตัดสินใจไม่ใช่เขาหรือ
แม้ว่าเขาไม่ควรลังเล แต่เขา...
“การหมั้นหมายเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ควรถามความเห็นของฉันด้วยหรือ”
จู่ๆ ฉู่ซินเย่วก็เปิดปากพูด
ทุกคนหันไปมองฉู่ซินเย่วทันที
ฉินเฉาเองก็มองไปอย่างเหม่อลอย หรือว่าเธอ...ไม่อยากปล่อยมือ
ในใจพลันเกิดความยินดีบางอย่างขึ้นมาอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต
สองสามีภรรยาตระกูลฉู่เริ่มไม่พอใจทันที
“ซินเย่ว อย่าสร้างปัญหาเลย พวกเราจะช่วยหมั้นเธอกับตระกูลอู๋เอง คนเราจะโลภเกินไปไม่ได้”
“พวกเรารู้ว่าเธอชอบมีปัญหากับน้องสาวตัวเอง แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับความสุขทั้งชีวิตของพวกเขา ตระกูลฉินก็บอกแล้ว ให้เด็กๆ ตัดสินใจกันเอง ฉินเฉาไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมแต่งกับเธอ หรือเธอจะหน้าด้านเกาะเขาไม่ปล่อย ต่อให้ไม่ยอม ก็ไม่มีประโยชน์!”
สองสามีภรรยาตระกูลฉู่พูดกับฉู่ซินเย่วได้ใจร้ายจริงๆ
แต่ตอนนี้ฉู่ซินเย่วแข็งแกร่งราวกับกำแพงทองแดงกำแพงเหล็กไปแล้ว จะไม่มีวันถูกคำพูดของพวกเขาทำร้ายได้อีก
ฉู่ซินเย่วหันไปมองฉินเฉา แววตาเรียบเฉย จนฉินเฉาที่สบตาเธอหัวใจสั่นไหว
“วันนี้ฉันขอประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าจะยกเลิกความสัมพันธ์คู่หมั้นกับนาย” ฉู่ซินเย่วพูดถึงตรงนี้ ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ “ฉินเฉา ฉันไม่เอานายแล้ว”
ทันทีที่พูดจบ ฉินเฉาก็รู้สึกราวกับหัวใจหายไปส่วนหนึ่ง ยืนนิ่งอยู่กับที่
นี่ควรเป็นฉากที่เขารอคอยมานานแท้ๆ แต่ทำไมกลับรู้สึกเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย
ส่วนคนทั้งงานแม้จะตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดมาก คิดเพียงว่าฉู่ซินเย่วคงคบกับอู๋เทียนจริง เลยยอมถอนหมั้นอย่างง่ายดาย
สองสามีภรรยาตระกูลฉู่กับฉู่เสวี่ยฉีกลับถอนหายใจอย่างโล่งอก
【คนตระกูลฉู่ก็เสแสร้งจริงๆ ทั้งที่รู้ความรู้สึกของฉู่ซินเย่ว แต่ยังมาแกล้งทำ ก่อนหน้านี้พวกเขาบีบให้ฉู่ซินเย่วไปถอนหมั้นกับคุณย่าฉู่หลายครั้ง แต่เธอกัดฟันไม่ยอม ปกติไม่ว่าจะถูกฉู่เสวี่ยฉีแย่งอะไร เธอก็ยอมหมด มีแค่ฉินเฉาที่เธอไม่อยากยอม แต่ตอนนี้ก็ยอมแล้ว ดูเหมือนเธอจะปล่อยวางทุกอย่างจริงๆ】
【ไอ้โง่ฉินเฉา เก็บงาแล้วทำแตงโมหล่น รอวันร้องไห้เถอะ】
คนตระกูลฉินฟังเสียงในใจแล้วต่างตกใจ ที่แท้ฉู่ซินเย่วก็ยังชอบลูกสามอยู่
ริมฝีปากฉินเฉาสั่น ใช่แล้ว ฉู่ซินเย่วชอบเขา แต่ตอนนี้กลับยอมปล่อยทุกอย่างแล้ว
ก็จริง ตอนนี้เธอมีตัวสำรองแล้วนี่
แต่ในหัวกลับมีภาพสีหน้าของฉู่ซินเย่วตอนพูดว่า “ไม่ใช่ฉัน” ผุดขึ้นมา
ทันใดนั้น ก็มีคนตบตัวเขาเบาๆ
ฉินเฉาได้สติกลับมา ก็เห็นว่าคนตระกูลฉู่กำลังมองเขาอย่างคาดหวัง เหมือนกำลังรอให้เขาประกาศเรื่องหมั้นกับฉู่เสวี่ยฉี
แต่ฉินเฉาไม่พูดอะไร เขารู้สึกว่าทุกอย่างผิดไปหมด ในใจเกิดความเสียใจขึ้นมาเป็นระลอก
แต่อู๋เทียนกลับรีบพุ่งเข้ามา สีหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย เขาเดินมาหาฉู่ซินเย่วแล้วพูดว่า
“ในที่สุดเธอก็คิดได้แล้ว งั้นตั้งแต่นี้ไป เธอก็คู่หมั้นของฉันแล้ว”
สายตาฉินเฉาวูบไหว มือกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนมองไปทางฉู่ซินเย่ว
แต่สายตาของฉู่ซินเย่วไม่ได้หยุดอยู่ที่เขาอีกแล้ว เธอมองอู๋เทียนราวกับมองคนโง่ ก่อนจะแค่นหัวเราะ
“นายเป็นใคร ฉันรู้จักนายหรือ ลืมตาหมาๆ ของนายให้ดี ฉัน ฉู่ซินเย่ว ไม่เคยนัดเจอนายเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง นายคอยปล่อยข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราต่อหน้าคนอื่นมาตลอด ฉันมีสิทธิ์ฟ้องนายนะ!”
ประโยคเดียวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง
【โอ๊ะโอ๋ จะโดนตบหน้าแล้ว มากินเผือกกันๆ】
เดิมทีคนตระกูลฉินยัง งง อยู่ พอได้ยินเสียงในใจของจี้เฟย ก็สรุปได้ทันทีโดยสัญชาตญาณ
อืม ฉู่ซินเย่วพูดความจริง
เดี๋ยวนะ
หมายความว่าเรื่องที่อู๋เทียนพูดก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นเรื่องโกหกหรือ
ในหัวฉินเฉาฉายภาพเหตุการณ์ในสวนหลังบ้านขึ้นมาอีกครั้ง
สายตาสิ้นหวังของฉู่ซินเย่วในตอนนั้น
ชั่วพริบตาเดียว ฉินเฉาก็รู้สึกว่าฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อ