← สารบัญ คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ

คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ

ตอนที่ 40โอ้โห จี้เฟย บทที่ 0040

บทที่ 40

จี้เฟยประชดประชันเต็มขั้น น้ำเสียงเหน็บแนมดังไปทั่วทางเดิน ทุกคำพูดเหมือนแส้เถาวัลย์ที่ฟาดลงบนตัวสองสามีภรรยา

เมื่อเทียบกับการชี้หน้าด่า ความอับอายกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

สีเลือดบนใบหน้าของทั้งสองค่อยๆ จางหายไป

ดูเหมือนอีกนิดเดียวก็จะโกรธจนหมดสติแล้ว

แต่จี้เฟยยังเสริมอีกประโยค

“ที่ฉันพูดถูกใช่ไหมคะ คุณลุงคุณป้า น่าเสียดายจริงๆ ที่ผลจับคู่เนื้อเยื่อของพวกคุณไม่สำเร็จ”

เกาห่าวถึงกับอยากยกนิ้วโป้งให้เธอ ฟังแล้วสะใจสุดๆ

ครั้งนี้คุณนายฉู่ยืนไม่ไหวแล้ว ทรุดลงกับพื้น ตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำ ไม่กล้าสบตาใคร แต่ก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด

“ไม่ใช่… พวกเราอายุมากแล้ว เลย…” ที่จริงคือพวกเขาไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย เพราะเคยชินเสียจนรู้สึกว่าฉู่ซินเย่วควรเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา

“หึ พวกคุณ… ไร้ยางอายจริงๆ” ฉินเฉาพูดเสียงเย็น ก่อนปล่อยคุณฉู่ให้ทรุดตัวพิงกำแพงอย่างน่าเวทนา

ถูกเด็กกว่าด่าตรงๆ แบบนี้ ไม่ต่างจากโดนตบหน้า เป็นความอัปยศอย่างที่สุด

คุณฉู่ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ แต่ยังตะโกนว่า

“ยังไม่ถึงตาพวกคนนอกอย่างพวกแกมายุ่งเรื่องบ้านตระกูลฉู่! ไสหัวไป ไปให้หมด!”

จี้เฟยยิ้มบางๆ “โอ๊ย ฉันไม่ได้อยากแค่ยุ่งนะ ฉันกะว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องของพวกคุณในวงสังคมด้วย ให้ทุกคนได้เห็นนิสัยของบ้านพวกคุณ”

“ไม่ได้! เธอจะทำอะไร!” คุณนายฉู่กรีดร้องทันที

“อ้าว ไม่ใช่ว่าพวกคุณมั่นใจว่าตัวเองถูกต้องเหรอ ทำไมถึงกลัวคนรู้ขนาดนี้ล่ะ” แม้แต่เกาห่าวยังอดเหน็บไม่ได้ “ก่อนหน้านี้ยังพูดว่าจะไปดูความประพฤติของฉู่ซินเย่วที่มหาวิทยาลัยอยู่เลย ผมว่าพวกคุณส่องกระจกดูความประพฤติตัวเองก่อนเถอะ”

คุณนายฉู่แข็งทื่อไปทั้งตัว

จี้เฟยกับเกาห่าวมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าให้กันอย่างชื่นชม

ฉินเสียนที่นั่งอยู่ตรงกลาง “…”

เมื่อกี้เขาก็ช่วยพูดเหมือนกันนะ

คุณฉู่ตะโกนลั่น “พวกแกบ้าไปแล้วหรือไง! เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับพวกแก! ฉู่ซินเย่วถอนหมั้นกับตระกูลฉินไปแล้ว!”

ฉินเฉาพูดเสียงเย็น “ที่โดนถอนหมั้นเป็นเพราะผมไม่ดีเอง ผมสมควรแล้ว แต่ฟังให้ดี! เรื่องของฉู่ซินเย่ว ผมจะยุ่งจนถึงที่สุด!”

ฉินเฉามองสองสามีภรรยาคู่นั้นจากที่สูง ก่อนพูดอย่างโหดเหี้ยม

“มีเรื่องหนึ่งที่พวกคุณยังไม่รู้ ลูกสาวสุดที่รักของพวกคุณติดโรคมาจากอู๋เทียน วันนี้ที่โดนฟันก็เพราะคิดจะใช้เข็มฉีดยาทำร้ายซินเย่ว อุตส่าห์วางแผนไปดักรอ สุดท้ายกลับซวยเอง เธอไม่ชอบปลอมเป็นฉู่ซินเย่วนักเหรอ สมควรแล้ว!”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น สองสามีภรรยาตระกูลฉู่ก็ตกตะลึง

โรคอะไร ติดมาได้ยังไง

“ไม่! เป็นไปไม่ได้…” คุณนายฉู่กรีดร้อง

ทันใดนั้น พวกเขาก็นึกถึงท่าทีแปลกๆ ของหมอกับพยาบาลก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ เหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง อีกทั้งตำรวจก็บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะถามฉู่เสวี่ยฉี ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีทำร้ายร่างกาย

ถ้าเป็นอย่างที่ฉินเฉาพูดจริง งั้นฉู่เสวี่ยฉีก็ตั้งใจแพร่เชื้อโรค นั่นถือเป็นอาชญากรรม

“ถ้าเป็นแบบนั้น พวกคุณยังคิดจะให้ฉู่ซินเย่วช่วยฉู่เสวี่ยฉีอีก งั้นพวกคุณก็เลวยิ่งกว่าสัตว์แล้ว”

สองสามีภรรยาหน้าแดงสลับซีด สีหน้าเปลี่ยนไปมา เห็นได้ชัดว่าถูกเรื่องนี้กระแทกอย่างหนัก

แต่ฉินเฉาไม่สนใจปฏิกิริยาของพวกเขา เขามาที่นี่เพื่อแสดงจุดยืนและเตือนให้ชัดเจน

“จำคำพูดผมไว้ ต่อไปพาลูกสาวสุดที่รักของพวกคุณหลบไปให้ไกล อย่าโผล่มาในโลกของผมกับฉู่ซินเย่วอีก ไม่มีการพบหน้า ไม่มีการติดต่อ ถ้าผมรู้ว่าพวกคุณยังกล้ามาวุ่นวายต่อหน้าฉู่ซินเย่วอีก แม้แต่ครั้งเดียว ผมจะใช้ทุกเส้นสาย ทุกทรัพยากรที่มี ทำให้พวกคุณสามคนกลายเป็นตัวตลกของสังคมไปตลอดชีวิต! ให้รู้ซะบ้างว่าคำว่าหนูข้างถนนที่ใครเห็นก็อยากเหยียบมันเป็นยังไง!”

ต่อให้ไม่พึ่งอำนาจของตระกูลฉิน แค่ความสามารถของเขาก็ทำได้ นี่คือคำพูดของซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปอย่างฉินเฉา แม้แต่เกาห่าวยังอดยืด อกไม่ได้

สองสามีภรรยาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แม้จะโกรธที่โดนข่มขู่ แต่ก็อด หวาดหวั่นไม่ได้

“อย่างมากก็แค่ไม่ให้เธอบริจาคแล้ว จำเป็นต้องให้พวกเราตัดขาดความสัมพันธ์กันเลยเหรอ”

“เลิกเอาคำว่าความสัมพันธ์มาอ้างเถอะ พวกคุณเคยให้มันกับเธอไหม ตอนนี้เธอไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับพวกคุณเลย พวกคุณช่วยมีสติแล้วมองความจริงหน่อยได้ไหม ยังคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์วางมาดเป็นพ่อแม่อีกหรือ”

มารยาทและการอบรมของฉินเฉาพังทลายต่อหน้าสองสามีภรรยาคู่นี้ไปหมดแล้ว

“กะ…แก…” คุณฉู่โกรธจนพูดไม่เป็นประโยค

คุณนายฉู่ร้องไห้ออกมาตรงๆ ก่อนหันไปมองฉินเสียน

“นี่คือการอบรมของตระกูลฉินเหรอ! ข่มขู่คุกคามผู้ใหญ่ที่เป็นสหายเก่าแก่กันต่อหน้าต่อตา! สองตระกูลของพวกเรานับย้อนขึ้นไปก็เป็นสหายกันมาสี่รุ่นแล้วนะ!”

ฉินเสียนตอบอย่างไร้อารมณ์

“ผมเองก็อยากถามเหมือนกัน การอบรมของบ้านพวกคุณคือให้ลูกสาวที่ติดโรคติดต่อ ไปเคาะประตูห้องน้องชายผมกลางดึก เธอต้องการทำอะไรกันแน่”

น้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับเหมือนลูกธนูน้ำแข็งที่พุ่งใส่ทั้งสอง

“จะเป็นไปได้ยังไง…” สองสามีภรรยาตระกูลฉู่เหมือนตระหนักอะไรบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนทันที “เข้าใจผิด ต้องเข้าใจผิดแน่…”

ฉินเสียนลุกขึ้นยืน

“เมื่อกี้คือคำเตือนจากน้องชายผม ตอนนี้คือคำเตือนจากตระกูลฉิน ถ้าพวกคุณยังฝ่าฝืนคำพูดของน้องผมอีก ผมจะใช้อำนาจของเครือบริษัทฉินกดดันธุรกิจทั้งหมดของตระกูลฉู่ จนกว่าตระกูลฉู่จะไล่พวกคุณสามคนออกจากตระกูล เพราะงั้น… คุณลุงฉู่ คุณป้าฉู่ เพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าแก่ของสองตระกูลที่ผ่านมา ก็ช่วยอยู่ให้สงบหน่อย พวกเราไม่อยากให้เรื่องมันน่าเกลียดไปกว่านี้ หลังจากนี้ผมจะไปคุยกับคุณลุงรองของตระกูลฉู่ด้วยตัวเอง”

สองสามีภรรยาเหมือนถูกดูดวิญญาณออกจากร่าง สีหน้าซีดเผือด มองฉินเสียน แล้วหันไปมองฉินเฉา ภายใต้แรงกดดันอันเด็ดขาด ในที่สุดก็พูดอะไรไม่ออกอีก

ไม่นานหลังจากนั้น ฉู่เสวี่ยฉีก็ฟื้นจากยาสลบ เธอที่แทบไม่เคยลำบาก เริ่มร้องโวยวายทันที โดยเฉพาะตอนลูบไปโดนแผลเป็นลึกจนเห็นกระดูกที่พาดเกือบครึ่งหน้า

ความรักของเธอพังแล้ว อาชีพพังแล้ว ชีวิตก็พังแล้ว

ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง เธอเห็นพ่อแม่อยู่ตรงนั้นชัดๆ แต่กลับไม่ได้เข้ามาปลอบเหมือนที่ผ่านมา

ฉู่เสวี่ยฉีเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงมองพ่อแม่อย่างตกตะลึง

“หนูติดโรคติดต่อเหรอ”

“หนูยังคิดจะแพร่ให้พี่สาวกับฉินเฉาอีกเหรอ”

“ทำไมกันลูก ทำไมลูกถึงกลายเป็นแบบนี้!”

“ลูกรู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่!”

“อ๊าก! ก็เป็นความผิดของพวกคุณ ถ้าจะมีหนูก็ไม่ควรมีฉู่ซินเย่ว ถ้าฉู่ซินเย่วถอนหมั้นเร็วกว่านี้ ไม่ถ่วงหนูไว้ หนูก็คงได้คบกับฉินเฉาอย่างเปิดเผยไปนานแล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเฉาหัวแข็ง ไม่ยอมแตะต้องหนู หนูก็คงไม่ไปหาอู๋เทียน พวกมันทำร้ายหนู ถ้าหนูไม่มีความสุข พวกมันก็ต้องตายไปด้วย!”

เพียะ!

คุณฉู่ตบหน้าฉู่เสวี่ยฉีเต็มแรง จนแผลบนใบหน้าที่เพิ่งเย็บไว้ปริออก เลือดไหลอีกครั้ง

“อ๊าก!” ฉู่เสวี่ยฉีมองพ่ออย่างไม่อยากเชื่อ “พ่อกล้าตบหนู! พ่อไม่เคยตีหนูมาก่อน!”

“คุณ… อย่า…” คุณนายฉู่อยากห้าม แต่กลับไม่รู้จะห้ามใครดี

คุณฉู่เองก็มองฝ่ามือตัวเองอย่างเหม่อลอย เขานึกถึงมือนี้ที่เคยฟาดลงบนตัวฉู่ซินเย่วมานับครั้งไม่ถ้วน ก่อนหัวเราะออกมาอย่างหมดแรง เสียงหัวเราะนั้นฟังดูทรมานยิ่งกว่าร้องไห้

ไม่นาน พวกเขาก็ได้รับสายจากหัวหน้าตระกูลฉู่คนปัจจุบัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธและคำเตือน สั่งให้พวกเขาทำเหมือนไม่มีลูกชื่อฉู่ซินเย่วอีก และอย่าไปหน้าด้านวุ่นวายกับเธอ ไม่อย่างนั้นก็ไสหัวออกจากตระกูลฉู่ไปเสีย

หลังวางสาย สองสามีภรรยาไม่ได้พูดอะไรอีกเป็นเวลานาน เพียงนั่งเฝ้าไข้ด้วยสายตาเลื่อนลอย เหมือนหลายปีที่ผ่านมาในต่างประเทศที่เคยเฝ้าลูกอยู่แบบนี้ เพียงแต่สภาพจิตใจกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ตั้งแต่นั้นมา ครอบครัวฉู่ทั้งสามคนก็หายไปจากโลกของฉู่ซินเย่วโดยสิ้นเชิง

ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อฉู่ซินเย่วเปิดโทรศัพท์ เธอก็ติดต่อฉินเฉาเอง เพื่อถามอาการบาดเจ็บของเขา

ฉินเฉาที่กำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นทันที

เขาหลุดจากบัญชีดำแล้ว! เขาถูกปล่อยออกมาแล้ว!

เยี่ยมไปเลย!

พอรู้ว่าฉู่ซินเย่วจะมาที่บ้านตระกูลฉินเพื่อเยี่ยมเขา ฉินเฉาก็รีบวิ่งลงบันได เสียงเอะอะทำให้คุณนายฉิน ฉินเหยียน และจี้เฟยที่กำลังนั่งดูซีรีส์ด้วยกันสะดุ้ง

พอถามจนรู้เรื่อง ทุกคนก็ตื่นเต้นตามไปด้วย มีแตงให้กินอีกแล้ว!

ฉินเฉารีบวิ่งออกไปรับคนด้วยตัวเอง

ทั้งสามนั่งรออยู่ในบ้าน แต่ไม่นานฉินเฉาก็กลับมา

แถมยังลากใครบางคนเข้ามาด้วยสีหน้าเดือดดาล

พอมองชัดๆ ก็เป็นฉินหรง ที่เดิมทีวันนี้ควรกลับบ้านพอดี

นี่มันอะไรกัน ทำไมคนหนึ่งโกรธแทบไฟลุก อีกคนกลับทำหน้าราวกับถูกกลั่นแกล้ง

จี้เฟย อดไม่ได้ รีบเปิดระบบหาแตงล่วงหน้า

【อ๋อ ที่แท้ฉินหรงแอบคบแฟนลับหลังครอบครัวนี่เอง】

คุณนายฉินกับฉินเหยียน “……”

【ฉินเฉาออกไปรอรับคน แล้วดันเห็นฉินหรงยืนอยู่กับไอ้หัวเหลืองคนหนึ่ง กลางวันแสกๆ ไอ้หัวเหลืองคนนั้นสูบบุหรี่แล้วพ่นควันใส่หน้าฉินหรง มือหนึ่งโอบเอว อีกมือก็ล้วงขึ้นไปลูบต้นขาตามชายกระโปรง ฉินเฉาเห็นภาพนั้นเข้า ก็ระเบิดทันที】

คุณนายฉินกับฉินเหยียน: เดี๋ยวก่อน! พวกเราก็ระเบิดเหมือนกัน!!!!!

ลูกสาว น้องสาวสุดที่รักของพวกเขาถูกหมูป่ามาคาบไปแล้ว!!!