Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ ซ่งเว่ย ตัวแม่แห่งชนบท ยุค70

ซ่งเว่ย ตัวแม่แห่งชนบท ยุค70

ตอนที่ 4 — บทที่ 4 จับงู

บทที่ 4 จับงู

เจ้าของร่างเดิมไม่มีเวลาแม้แต่จะเสียใจกับชะตาชีวิตของตัวเอง เธอถูกส่งขึ้นรถไฟมายังชนบทอย่างกะทันหัน หลังจากร้องไห้อยู่สองวันเต็ม จึงได้รู้ว่าสถานที่ที่เธอถูกส่งมานั้น เป็นที่เดียวกับที่หลัวเย่เฉิงคนรักในวัยเด็กของเธอก็ถูกส่งมาเช่นกัน

เธอจึงยึดเขาไว้เป็นความหวังสุดท้าย แต่ความหวังนั้นกลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อหลัวเย่เฉิงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ เขาปฏิเสธความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างเธอกับเขา

และบอกเพียงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบอกข่าวที่ทำให้เธอแทบรับไม่ไหวคือเรื่องที่เขากำลังคบกับ เจียงเสี่ยวว่าน ลูกสาวเลขานุการหมู่บ้าน และทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกัน

ไม่มีใครรู้เรื่องราวที่ซับซ้อนระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับหลัวเย่เฉิง

ในสายตาคนอื่น พวกเขาเห็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่วิ่งไล่ตามผู้ชายอย่างไม่รู้จักอาย

จึงพากันนินทาว่าเธอไร้ยางอายและไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

ซ่งเว่ยคนเดิมรู้เรื่องเหล่านี้ดีอยู่แล้ว เพราะหลิวหลินหลินมักจะพูดจาเยาะเย้ยเธอต่อหน้าผู้คนเสมอ

เธอจึงได้แต่หลบอยู่ในห้องเล็ก ๆ คนเดียว ร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง

ต่อมา เธอมีปากเสียงกับเจียงเสี่ยวว่านที่ริมแม่น้ำ และพลัดตกน้ำลงไป

ระหว่างถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล วิญญาณของเจ้าของร่างเดิมก็ค่อย ๆ สลายหายไป เพราะหมดความปรารถนาที่อยากจะมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้น ซ่งเว่ยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอข้ามกาลเวลามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

และกลายมาเป็นเจ้าของร่างนี้โดยปริยาย

แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รู้สึกผิด เพราะคนที่ยอมแพ้ต่อชีวิตก่อน คือเจ้าของร่างเดิม ไม่ใช่เธอสักหน่อย

ส่วนเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับหลัวเย่เฉิงนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอเช่นกัน

ในความเห็นของซ่งเว่ย เวลาที่เสียไปกับความรักนั้น เอาไปเก็บของป่าบนภูเขายังมีประโยชน์เสียกว่า

ซ่งเว่ยยังมีเงินเก็บเหลืออยู่บ้าง ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย

เหตุผลที่เธอมีเงินและคูปองสะสมอยู่บ้าง เป็นเพราะเธอมีพี่ชายที่รับราชการทหาร

ทุกเดือนเขาจะส่งเงินมาให้ 15 หยวน พร้อมกับคูปองต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

เดิมทีเงินเหล่านั้นตกอยู่ในมือแม่เลี้ยงของเธอ แต่ครั้งหนึ่งเมื่อพี่ชายกลับมาเยี่ยมบ้านและรู้เรื่องเข้า

เขาก็ระเบิดอารมณ์ใส่ครอบครัวจนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่เลี้ยงได้รับบาดเจ็บ

นับแต่นั้นมา แม่เลี้ยงจึงไม่กล้ายึดเงินและคูปองเหล่านั้นอีกเลย

ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังหาเหตุผลขอเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวจากซ่งเว่ยอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ยอมให้เธอกินข้าวที่บ้าน

ตอนนี้ซ่งเว่ยยังมีเงินเหลืออยู่ราวหนึ่งร้อยหยวน และคูปองอีกเล็กน้อย

เงินจำนวนนี้พอใช้ได้ในระยะสั้น แต่ในอนาคต ครอบครัวเดิมคงไม่ส่งเงินมาให้อีกแน่นอน

เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม และไม่คิดที่จะรับความช่วยเหลือจากพี่ชายของอีกฝ่ายอย่างสบายใจ

ดังนั้น เธอต้องหาทางหาเงินด้วยตัวเอง

ในยุคนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นของรัฐ การค้าขายส่วนตัวอาจถูกมองว่าเป็นพวกนายทุนหรือพ่อค้ากักตุนสินค้าได้ง่าย

การเปิดกิจการส่วนตัวคงเป็นไปไม่ได้ แต่ตลาดมืดยังพอมีทาง

ตอนนี้ของทุกอย่างขาดแคลน หากนำผลผลิตจากภูเขาไปขายหรือแลกเปลี่ยนอย่างระมัดระวัง

ก็น่าจะพอหาเงินได้บ้าง

หลังเก็บเงินและคูปองซ่อนไว้อย่างดีแล้ว เธอก็งีบพักสั้น ๆ

เมื่อตื่นขึ้นมา อาการปวดหัวก็ทุเลาลงมาก พอมองเห็นแนวภูเขาสีเขียวทอดยาวอยู่เบื้องหน้า

เธอก็แทบนั่งต่อไม่ติด ซ่งเว่ยคว้าตะกร้าและมีดตัดไม้ ก่อนวิ่งตรงขึ้นเขาทันที

ภูเขาที่รัก ฉันมาแล้ว!

เมื่อเธอมายืนอยู่ตรงเชิงเขา เธอมองไปรอบ ๆ ด้วยหัวใจเต้นแรง

แสงแดดปกติ ไม่มีรังสีประหลาดอะไรเลย พืชพรรณก็ยังเป็นพืชธรรมดา ไม่ได้กลายพันธุ์แต่อย่างใด

ใครจะเข้าใจความรู้สึกตื่นเต้นของเธอได้บ้าง

ซ่งเว่ยย่อตัวลง เด็ดใบหญ้าอ่อนขึ้นมากำหนึ่งแล้วใส่ปาก

รสขมจาง ๆ กับกลิ่นหญ้าสดช่วยยืนยันได้ว่า ทุกอย่างเป็นของจริง

เธอจึงค่อย ๆ สงบลง

ขณะนั้นเอง เธอสัมผัสได้ว่ามีสายตากำลังจ้องมองเธออยู่

เมื่อหันไป เธอก็พบกับเด็กชายผอมแห้งผิวคล้ำคนหนึ่งยืนเท้าเปล่าอยู่บนต้นไม้

เด็กคนนั้นจ้องเธออย่างเหม่อลอย ซ่งเว่ยกลืนใบหญ้าลงคอ ก่อนมองกลับไป

ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของเด็กชายค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นระแวดระวังทันที

ซ่งเว่ยมองไปยังต้นไม้ที่เขายืนอยู่ “โอ้ มีของกินนี่นา”

“นี่มันของฉันนะ!”

เด็กชายรีบแยกเขี้ยวขู่เธอทันที ท่าทางนั้นดูไม่ต่างจากลูกหมาป่าตัวน้อยที่กำลังปกป้องอาหารของตัวเอง

แม้จะหวาดกลัว แต่ก็ยังพยายามแสดงความดุร้ายออกมา

ต้นไม้ต้นนั้นเป็นต้นวอลนัต และในเสื้อผ้าขาด ๆ ของเขาก็มีวอลนัตซ่อนอยู่ไม่น้อย

ซ่งเว่ยเองก็อยากได้วอลนัตเหมือนกัน หากเป็นชาติที่แล้ว เธออาจแย่งมันมาแล้วด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ บนภูเขามีอาหารมากมาย เธอจึงไม่จำเป็นต้องแย่งกับเด็กคนนี้เลยด้วยซ้ำ

“ฉันไม่แย่งนายหรอก ของของนายก็คือของนาย” พูดจบ เธอก็สะพายตะกร้าเดินลึกเข้าไปในป่า

เด็กชายมองตามเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนตะโกนเตือน

“ข้างในมีสัตว์ป่า อันตรายนะ!”

จากนั้นเขาก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว ราวกับไม่อยากให้เธอเห็นอะไรบางอย่าง

ซ่งเว่ยยิ้มทันที “ฉันรู้แล้ว” แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเดินต่อไป

การมาถึงชนบทหลังฤดูเก็บเกี่ยวมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือไม่ต้องเผชิญงานหนักช่วงเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันแรก

ไม่เช่นนั้น เจ้าของร่างเดิมอาจไม่ได้ตกน้ำ แต่อาจล้มป่วยเพราะทำงานหนักจนเข้าโรงพยาบาลแทน

ส่วนข้อเสียก็คือ หลังฤดูเก็บเกี่ยว งานก็แทบไม่มีแล้ว

ฤดูหนาวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังจะมาถึง และเสบียงในมือเธอก็มีไม่มาก

หากแลกอาหารจากหน่วยผลิตได้ไม่พอ ชีวิตช่วงฤดูหนาวคงลำบากแน่

ดังนั้น ภูเขาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าไปในป่าลึกเพราะกลัวสัตว์ป่า

แต่สำหรับซ่งเว่ยแล้ว นั่นกลับเป็นข้อได้เปรียบ เธอเดินเข้าไปได้ไม่นาน เธอก็พบเห็ดหูหนูขึ้นอยู่เต็มต้นไม้

เห็ดสีเข้มอวบอ้วนเกาะเรียงรายกันจนแทบปิดลำต้น

ดวงตาของซ่งเว่ยเป็นประกายทันที เธอรีบวางตะกร้าแล้วเก็บอย่างรวดเร็ว

กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเห็ดทำให้เธอรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

หลังเก็บเห็ดได้หนึ่งในสามของตะกร้า เธอก็เดินต่อ ไม่นานก็พบผลไม้ป่าอีกชนิดหนึ่ง

ชาวบ้านเรียกว่า “อินทผลัมกลม”

แท้จริงแล้วมันคือกีวีป่า ผลเล็กสีเขียว ขนาดพอ ๆ กับอินทผลัม ผลสุกส่งกลิ่นหอมชวนกิน

ซ่งเว่ยเด็ดลูกหนึ่งใส่ปาก แล้วเริ่มเก็บโดยไม่หยุดมือ ยิ่งเก็บเธอก็ยิ่งมีความสุข

ไม่นานเธอก็ปีนขึ้นต้นไม้ราวกับลิงตัวหนึ่ง ผลไม้ที่เก็บได้ถูกยัดใส่เสื้อจนเต็ม ส่วนปากก็ยังเคี้ยวไม่หยุด

ขณะที่กำลังจะปีนลงไปเอาตะกร้ามาเก็บเพิ่มนั้น อันตรายก็ปรากฏขึ้น

งูตัวใหญ่ขนาดเกือบเท่าแขนผู้ใหญ่ห้อยตัวอยู่บนกิ่งไม้ด้านหลังเธออย่างเงียบงัน

ในจังหวะที่มันอ้าปากกำลังจะพุ่งเข้าโจมตีเธอ

ซ่งเว่ยเอียงศีรษะหลบ พร้อมยื่นมือไปขวาคว้าหัวงูได้อย่างแม่นยำ

เธอกระชากมันออกจากกิ่งไม้ ก่อนฟาดมันเข้ากับลำต้นของต้นไม้อย่างแรง

ปัง! หัวงูแหลกละเอียด

แม้ลำตัวของมันจะยังดิ้นอยู่ตามสัญชาตญาณ แต่มันตายแล้ว

ซ่งเว่ยชั่งน้ำหนักคร่าวๆด้วยสายตา “ไม่เลวเลยนะ น่าจะเกือบสามชั่งได้มั้ง”

ในสายตาเธอ นี่ไม่ใช่แค่งู แต่มันคือเนื้อชั้นดีต่างหาก

หลังลงจากต้นไม้ เธอใช้ใบไม้ปิดเห็ดหูหนูไว้ก่อน แล้วม้วนงูใส่ตะกร้า ซ่อนด้วยใบไม้อีกชั้น

จากนั้นจึงใส่ผลไม้ตามลงไปอีกชั้น หลังจากนั้น เธอยังเก็บเห็ดเพิ่มอีกหลายชนิด

และโชคดีที่เธอพบเห็ดหัวลิงอีกสี่ดอก เมื่อตะกร้าเต็มจนล้น เธอก็วางฟืนทับไว้ด้านบน

ร่างผอมบางของหญิงสาวที่ดูเหมือนว่าจะแบกตะกร้าไม่ไหว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม

ซ่งเว่ยแบกทุกอย่างไว้บนหลังอย่างสบาย ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังหนีบกิ่งไม้แห้งขนาดใหญ่ไว้ใต้แขน

แล้ววิ่งลงเขาด้วยความคล่องแคล่ว ฝีเท้าของเธอรวดเร็ว มั่นคง และเต็มไปด้วยพลัง

บอกใครจะมีใครเชื่อบ้างว่าหญิงสาวคนนี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาไม่เมื่อไม่นานนี้เอง

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-21cc497a/4

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

S3088S3088 ✓ดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย