Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ ซ่งเว่ย ตัวแม่แห่งชนบท ยุค70

ซ่งเว่ย ตัวแม่แห่งชนบท ยุค70

ตอนที่ 6 — บทที่ 6 ไอ้โง่นี่มาจากไหนกัน?

บทที่ 6 ไอ้โง่นี่มาจากไหนกัน?

ซ่งเว่ยไม่สนใจความมั่นใจเกินเหตุของหลัวเย่เฉิงเลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือเนื้องู

หลังจากกลับมาถึงที่พัก เธอก็จัดการชำแหละงูอย่างคล่องแคล่ว

แม้จะไม่ใช่เชฟมืออาชีพ แต่เรื่องชำแหละงูก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ

เธอผ่าท้อง เอาเครื่องในออกอย่างรวดเร็ว ก่อนแยกถุงน้ำดีงูเก็บไว้ต่างหาก เพราะเป็นของมีค่า ใช้เป็นยาได้

จากนั้นก็ดึงหนังงูทั้งตัวออกอย่างชำนาญ หลี่จวนที่ยืนดูอยู่ด้านข้างกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ไม่รู้ทำไม... ตอนที่ซ่งเว่ยลอกหนังงูออก สีหน้าของเธอถึงดูน่ากลัวกว่าตอนจับงูเสียอีก

“เรียบร้อย”

ซ่งเว่ยล้างมือแล้วลุกขึ้น “ที่เหลือก็ฝากเธอด้วยนะ”

พูดจบเธอก็เดินไปก่อไฟ หลังบ้านของหลี่จวนมีเตาเล็ก ๆ ที่เธอสร้างไว้เองสำหรับทำอาหาร

ห้องพักเยาวชนผู้มีการศึกษาส่วนใหญ่ต่างมีมุมครัวเล็ก ๆ ของตัวเอง เพราะหลังจากที่เคยทะเลาะกันเรื่องอาหารเมื่อหลายปีก่อน ทุกคนก็แยกกันทำกินเป็นส่วนใหญ่

หลี่จวนมีเพียงหม้อดินเผา ส่วนหม้อเหล็กนั้นเป็นของหายาก ต้องใช้คูปองอุตสาหกรรมซื้อ

และถึงจะมีคูปองก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ แต่สำหรับการตุ๋นงู ใช้แค่หม้อดินเผาก็เพียงพอแล้ว

เธอหั่นเนื้องูเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่น้ำมันลงในหม้อเล็กน้อย

กลิ่นกระเทียมและเครื่องปรุงลอยขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสความร้อน

ซ่งเว่ยมองแล้วอดคิดไม่ได้ว่า หลี่จวนใช้น้ำมันน้อยฟหรือเปล่า

แต่เธอก็เข้าใจได้ เพราะยุคนี้น้ำมันเป็นของมีค่ามาก คนส่วนใหญ่แทบไม่กล้าใช้

เมื่อเนื้องูเริ่มส่งกลิ่นหอม หลี่จวนก็เติมน้ำลงไปเตรียมตุ๋น

ซ่งเว่ยพึ่งนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงไปหยิบเห็ดที่เก็บมาจากภูเขาออกมา

“เอานี่ใส่เห็ดพวกนี้ลงไปด้วยนะ”

ดวงตาของหลี่จวนเป็นประกายทันที “เธอเก็บเห็ดมาได้เยอะจริง ๆเลยนะ”

ซ่งเว่ยยิ้ม “แค่โชคดีน่ะ” ความจริงแล้วไม่ใช่แค่โชคหรอก

มันเป็นเพราะแทบไม่มีใครกล้าเข้าไปในป่าลึกขนาดนั้นต่างหาก

ไม่นาน กลิ่นหอมของเนื้องูตุ๋นก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เยาวชนผู้มีการศึกษาหลายคนกำลังกินข้าวโพดบดและธัญพืชหยาบๆอยู่ พอได้กลิ่นก็แทบกลืนน้ำลายไม่ลง

“หอมจังเลย...” หลายคนถอนหายใจแล้วกัดซาลาเปาธัญพืชในมือด้วยความขมขื่น

เนื้อ...พวกเขาไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้วนะ?

และในขณะนั้นเอง หลัวเย่เฉิงก็เดินออกมาจากห้อง ในมือถือผักใบเขียวกำเล็ก ๆ

จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังสวนหลังบ้านของหลี่จวน

ทันทีที่เห็นเช่นนั้น หลายคนก็แอบเปิดประตูแง้มดูอย่างเงียบ ๆทุกคนอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไร

หลัวเย่เฉิงเดินมาหยุดตรงหน้าเตา เขามองหม้อเนื้องูที่กำลังเดือดพล่าน ก่อนกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว

จากนั้นเขากฌหันมามองซ่งเว่ยด้วยสายตาอ่อนโยน

“ซ่งเว่ย” “ฉันรู้ว่าเธอยังเสียใจเรื่องของเจียงเสี่ยวว่านอยู่”

“แต่เธอต้องเชื่อฉันนะว่าเป็นห่วงเธอจริง ๆ”

“ตั้งแต่เด็กๆ ฉันมองเธอเป็นเหมือนน้องสาวมาตลอด”

“ถึงฉันจะแต่งงานกับเจียงเสี่ยวว่านในอนาคต แต่ฉันก็ยังจะดูแลเธอเหมือนเดิมไม่ปลี่ยน”

“เธอจะเป็นน้องสาวที่ฉันห่วงใยตลอดไป”

พูดจบ เขาก็ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้เธออย่างมั่นใจเพราะเขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องซาบซึ้งจนร้องไห้

ซ่งเว่ยมองเขานิ่ง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

เมื่อเห็นดังนั้นหลัวเย่เฉิงก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น

หึ ซ่งเว่ยสุดท้ายเธอก็ตัดใจจากฉันไม่ได้อยู่ดี

แต่ในวินาทีถัดมา ซ่งเว่ยก็เปิดปากพูด “นี่หลี่จวน ไอ้โง่นี่มันมาจากไหนกัน?”

บรรยากาศเงียบกริบในทันที

หลี่จวนที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็แทบพ่นน้ำออกมา เธอรีบเอามือปิดปากตัวเองทันที เพราะกลัวว่าจะหัวเราะดังเกินไป

รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของหลัวเย่เฉิงแข็งค้างไปทันที

“ซ่งเว่ย ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่แต่ว่า ”

“เดี๋ยวก่อน” ซ่งเว่ยยกมือขัดจังหวะขันทันที

สายตาเธอเหลือบไปเห็นผักกำเล็ก ๆ ในมือเขาพอดี

“นี่นายคงไม่ได้คิดจะเอาผักไม่กี่ใบมาปนกับเนื้องูของฉันหรอกนะ?”

ถ้านายคิดอย่างนั้นจริงๆนายคงหน้าด้านหน้าหนายิ่งกว่าหนังแรดซะอีกนะ

เลิกฝันไปได้เลย “อ้อแล้วก็เลิกพูดเรื่องพี่น้องอะไรนั่นสักทีเถอะฉันฟังแล้วรำคาญ”

“แล้วก็ออกไปจากตรงนี้ได้แล้วจะมายืนเกะกะทำไมน่ารำคาญ”

สีหน้าของหลัวเย่เฉิงเริ่มไม่น่าดู

“ซ่งเว่ยเธอเปลี่ยนไปมากจริง ๆเมื่อก่อนเธอไม่เคยพูดกับฉันแบบนี้เลยนะ”

ซ่งเว่ยหยิบฟืนท่อนหนึ่งขึ้นมาแล้วพูดว่า “อย่าบังคับให้ฉันฟาดนายนะ”

“ค่าตั๋วรถไฟตอนนั้น นายคืนฉันหรือยัง?”

“คิดจริง ๆ เหรอว่าฉันจะไม่ไปอาละวาดในงานแต่งนาย?”

หลัวเย่เฉิงชะงัก เขารู้สึกได้ว่าซ่งเว่ยไม่ได้ล้อเล่น เธอดูพร้อมจะตีคนจริง ๆ

“ซ่งเว่ย นี่เธอ...”

ฟึ่บ! ฟืนในมือพุ่งผ่านเฉียดหน้าเขาไป หลัวเย่เฉิงตกใจจนหน้าซีดถอยหลังหลายก้าวทันที

“ออกไป” ซ่งเว่ยพูดเสียงเรียบ “ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”

หลัวเย่เฉิงไม่กล้าอยู่อีกต่อรีบหันหลังเดินหนีทันที ด้วยความรีบร้อน เขาทำผักในมือหล่นลงพื้นเสียหายด้วย

ซ่งเว่ยหยิบมันขึ้นมาแล้วโยนตามหลังเชาไป “เอาของนายกลับไปด้วย พวกเราไม่ต้องการ!”

หลัวเย่เฉิงเดินกลับห้องด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ ทั้งอับอาย ทั้งโกรธ

เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกซ่งเว่ยไล่ออกมาต่อหน้าคนมากมายแบบนี้

ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปจริง ๆ เห็นแก่ตัว หยาบคาย โลภ และไร้มารยาท

โชคดีที่เขาไม่ได้ชอบเธอไม่อย่างนั้นคงเสียใจไปตลอดชีวิต

หลัวเย่เฉิงได้แต่ปลอบใจตัวเองเช่นนั้น ส่วนคนที่แอบดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็พากันเสียดาย

โดยเฉพาะซู่ไหลตี้ เธอสูดกลิ่นเนื้องูอย่างอิจฉา ก่อนบ่นพึมพำ

“กินเข้าไปเถอะ”

“กินให้ตายไปเลย”

“แบ่งให้คนอื่นสักหน่อยจะเป็นอะไรไป?”

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลัวเย่เฉิงไม่ชอบเธอ”

“ถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันก็ไม่เอาเหมือนกัน”

ซ่งเว่ยได้ยินเต็มสองหู แต่ขี้เกียจจะตอบโต้ คนแบบนี้ยิ่งเถียงก็ยิ่งได้ใจ

ไม่นาน เนื้องูก็ตุ๋นเสร็จ น้ำซุปสีขาวขุ่น กลิ่นหอมของเห็ดและเนื้อผสมกันอย่างลงตัว

ซ่งเว่ยกับหลี่จวนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เพียงแค่เอาซาลาเปาไปจุ่มในน้ำซุปก็อร่อยจนแทบกลืนลิ้น

หลี่จวนกินไปพลางพูดด้วยความเกรงใจ “คราวหน้าให้ฉันเลี้ยงเองนะ”

“ฉันยังมีหมูหมักเหลืออยู่นิดหน่อย” ครั้งนี้เธอรู้ตัวว่าตัวเองได้ประโยชน์เต็ม ๆ

ซ่งเว่ยพยักหน้าโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง “ตกลง”

ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเรียกจากหน้าบ้าน “ซ่งเว่ย !”

ซ่งเว่ยวางชามลงแล้วเดินออกไป เธอชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าที่พัก

เขาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเจียงเอ้อจู สามีของป้าหม่า “ลุงมาสร้างเตียงอิฐอุ่นให้น่ะ”

ซ่งเว่ยยิ้มทันที “ขอบคุณมากค่ะ ลุงเอ้อจู”

“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง” เจียงเอ้อจูหัวเราะ

“คนที่นี่แทบทุกคนสร้างเป็นทั้งนั้น ไม่ยากหรอก”

จากนั้นทั้งสองก็เริ่มขนวัสดุ เจียงเอ้อจูถึงกับตกใจเมื่อเห็นซ่งเว่ยแบกอิฐหลายก้อนพร้อมกันได้อย่างสบาย ๆ

“ซ่งเว่ย แบกไหวเหรอ?” ซ่งเว่ยยิ้มเขิน ๆ “หนูแค่แรงเยอะกว่าคนอื่นนิดหน่อยค่ะ”

เจียงเอ้อจูมองร่างผอมบางของเธอ แล้วมองอิฐกองใหญ่ในมือ ก่อนเงียบไป

นี่เรียกว่าแรงเยอะนิดหน่อยงั้นหรือ?

ทั้งสองทำงานจนดึก เกือบสามทุ่ม เตียงอิฐอุ่นก็สร้างเสร็จเกือบทั้งหมด

เจียงเอ้อจูเตรียมตัวกลับบ้าน ซ่งเว่ยจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้อง ก่อนถือชามซุปเนื้องูออกมา

ในชามมีทั้งเนื้อและเห็ดเต็มไปหมด กลิ่นหอมลอยออกมาทันที

“ลุงเอ้อจู เอากลับไปให้ที่บ้านชิมเถอะค่ะ”

เจียงเอ้อจูกลืนน้ำลาย แต่ยังรีบโบกมือปฏิเศษทันที “ไม่ต้อง ๆ ลุวกินข้าวแล้ว”

ซ่งเว่ยยัดชามใส่มือเขา “ให้เด็ก ๆ กินก็ได้ค่ะ” “ป้าหม่าก็ช่วยหนูไว้หลายเรื่อง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเอ้อจูก็นึกถึงลูก ๆ ที่บ้าน สุดท้ายจึงรับไว้ด้วยความเกรงใจ

รอยยิ้มบนใบหน้าจริงใจขึ้นมาก “งั้น...ลุงก็ขอรับไว้ก็แล้วกัน”

“ขอบใจมากนะ ซ่งเว่ย ”

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-21cc497a/6

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

S3088S3088 ✓ดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย