Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ ภรรยาตัวน้อยในยุค 70 กับมิติสารพัดนึก

ภรรยาตัวน้อยในยุค 70 กับมิติสารพัดนึก

ตอนที่ 6 — ตอนที่ 6 มิติวิเศษ (2)

ห้ามปล่อยให้มิติวิเศษเดิมรกร้างว่างเปล่า ต้องบุกเบิกเพาะปลูกที่ดินให้ทันท่วงที และต้องถอนวัชพืชทิ้งอย่างสม่ำเสมอ พืชผลที่เติบโตเต็มที่ในมิติวิเศษสามารถนำไปใช้บริโภคหรือค้าขายได้เท่านั้น ห้ามนำมาทำเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อเพาะปลูกซ้ำอีก ต้องดูแลรักษามิติวิเศษอย่างขยันขันแข็ง มิฉะนั้นจะถูกริบมิติวิเศษคืน

หลินจู๋จิ่วขมวดคิ้วมุ่น ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามอบมิติวิเศษให้แล้วยังมีริบคืนด้วย ผู้ดูแลมิติวิเศษบ้านนี้นี่ช่างเรื่องมากจุกจิกเสียจริง

อีกอย่าง ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงและขาดแคลนเสบียงเช่นนี้ แค่จะหาเมล็ดพันธุ์มาได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญแล้ว จะเพาะปลูกทั้งทีก็ต้องมีเมล็ดพันธุ์ไม่ใช่หรือไง แล้วการเลี้ยงสัตว์ก็ต้องมีตัวให้เลี้ยงก่อนถึงจะทำได้

ดูจากสภาพบ้านของร่างเดิม ยามนี้ฝักข้าวโพดแห้งก็เหลืออยู่เพียงสองฝักเท่านั้น ยุคนี้เป็นยุคของหน่วยผลิตที่ทำงานกินหม้อข้าวส่วนกลางแลกแต้มแรงงาน จะไปหาเมล็ดพันธุ์มาจากไหนกันล่ะ?

จริงสิ ฝักข้าวโพดไง! ใช่แล้ว ใช้ฝักข้าวโพดสองฝักนั้นมาทำเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดก็แล้วกัน เริ่มจากปลูกข้าวโพดก่อนสักหน่อย ส่วนพวกสิ่งมีชีวิต อย่างไรเสียพรุ่งนี้เธอก็ต้องขึ้นเขาไปล่ากวางโรสักตัวมาคืนให้ตระกูลโจวอยู่แล้ว

อาศัยจังหวะตอนขึ้นเขาไปล่าสัตว์ หากสามารถจับสัตว์กินพืชตัวผู้ตัวเมียสักคู่มาเลี้ยงไว้ในมิติวิเศษได้ก็คงจะดีไม่น้อย ถึงเวลารอพวกมันออกลูกออกหลาน ก็จะมีเนื้อไว้กินแล้ว

สัตว์ที่มีชีวิตก็เติบโตได้รวดเร็ว พอพวกมันตกลูก นำไปขายก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของอย่างอื่นได้

คิดดูแบบนี้แล้ว ปัญหาก็ยังพอมีหนทางแก้ไขได้อยู่นี่นา

ในยุคสมัยนี้ ต้องแก้ปัญหาเรื่องปากท้องให้อิ่มอุ่นเสียก่อน ถึงจะคิดการเรื่องอื่นต่อไปได้

ในเมื่อได้มาเกิดใหม่แล้ว เธอก็จะอาศัยความสามารถของตนเองสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวย ให้คุณปู่และพี่สาวได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย

หลินจู๋จิ่วพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เธาวางคู่มือมิติวิเศษลง จากนั้นก็หยิบหนังสือเล่มที่สองขึ้นมาดู เป็นคู่มือคำอธิบายการใช้งานคำพยากรณ์

ความสามารถหยั่งรู้อนาคต! เธอมีความสามารถหยั่งรู้อนาคตด้วยเรอะเนี่ย! เจ๋งชะมัด!

พอนึกถึงจางเหอฮวา หญิงปากร้ายเมื่อครู่นี้ พลันที่เธอพูดจบประโยค หล่อนก็สะดุดล้มขาหักทันที แสดงว่าเมื่อครู่นี้เธอได้ใช้ความสามารถหยั่งรู้อนาคตไปครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

หลินจู๋จิ่วรีบเปิดคู่มือการใช้คำพยากรณ์ออกดูทันที

บนนั้นอธิบายวิธีใช้คำพยากรณ์ไว้ว่า ให้กำหนดลมปราณลงสู่จุดตันเถียน เพ่งจิตเป็นสมาธิแล้วกล่าวคำทำนายออกไปก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ทว่ายังระบุไว้อีกว่า ห้ามใช้คำทำนายพร่ำเพรื่อโดยง่าย เว้นแต่จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจวนตัว หรือไม่ก็ฝ่ายตรงข้ามมีระดับความน่ารังเกียจเต็มสี่ดาวขึ้นไป

ไม่ว่าคำทำนายจะดีหรือร้าย ล้วนต้องมีเหตุผลอันสมควร ทุกครั้งที่ใช้คำพยากรณ์ สมุดบันทึกรายงานจะอัปเดตคำชี้แจงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หากฝ่าฝืนกฎการใช้คำทำนาย จะถูกริบความสามารถหยั่งรู้อนาคตคืน

คำทำนายไม่อาจสาปแช่งให้ใครถึงแก่ความตายได้ หากเปล่งคำทำนายแห่งความตายออกไป ผู้ใช้ความสามารถหยั่งรู้อนาคตจะถูกสายฟ้าฟาด โดยสายฟ้าฟาดจะมีระดับความรุนแรงต่างกันไป และอาจถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

เมื่อหลินจู๋จิ่วอ่านคู่มือการใช้คำพยากรณ์จบ ก็หันไปเห็นหนังสือเล่มที่สาม นั่นคือสมุดบันทึกรายงานการใช้คำพยากรณ์

เธอหยิบมันลงมาเปิดออกดู ด้านบนได้อัปเดตบันทึกการใช้คำทำนายครั้งแรกไว้แล้ว

มีข้อความเขียนไว้ว่า: ใช้คำทำนายขาหักกับจางเหอฮวา ฝ่ายตรงข้ามมีระดับความน่ารังเกียจห้าดาว การใช้คำทำนายสมเหตุสมผล

เจ๋งไปเลย!

หลินจู๋จิ่วเก็บสมุดบันทึกรายงานคำพยากรณ์กลับคืนไว้บนชั้นหนังสือ

หนังสือเล่มอื่นค่อยๆ ดูก็แล้วกัน เธอรีบไปลงมือขุดพรวนดินในแปลงเกษตรขนาดสองหมู่กว่านั้นก่อนดีกว่า ตอนนี้ในมิติวิเศษยังไม่มีวัว ถึงมีคันไถก็ไร้ประโยชน์ จึงต้องใช้แรงคนถือพลั่วเหล็กขุดดินทีละหน้าๆ

ค่อยเป็นค่อยไป คืนเดียวคงทำไม่เสร็จทั้งหมดแน่ ขุดดินไปได้สักพักค่อยนอนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ยังต้องขึ้นเขาไปล่ากวางโรอีก ต้องพักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หิมะยังคงโปรยปรายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

หลินจู๋จิ่วที่กำลังนอนหลับสบายถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

"เสี่ยวจิ่ว ตื่นเถอะจ้ะ"

หลินจู๋จิ่วลืมตาขึ้น เห็นคนที่ปลุกเธอคือหลินซิ่งเอ๋อร์ พี่สาวของเธอ ซิ่งเอ๋อร์กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนให้ เธอยันตัวลุกขึ้น รู้สึกว่าบาดแผลบนศีรษะไม่เจ็บปวดแล้ว เมื่อวานยังปวดศีรษะแทบตาย ทว่ายามนี้สมองกลับเบาสบายขึ้นมาก

ดูท่าคงเป็นเพราะน้ำพุโอสถในมิติวิเศษออกฤทธิ์ช่วยฟื้นฟู

หลินจู๋จิ่วอยากจะเอ่ยปากพูดแต่ก็ยังพูดไม่ได้ ร่างกายที่ไม่ได้พูดจามานานถึงสองปี ปากกับสมองจึงยังสั่งการไม่ประสานกันดีนัก

พูดไม่ได้ก็ช่างเถอะ อย่างไรเสียวันข้างหน้าย่อมต้องพูดได้ตามปกติอยู่แล้ว

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-2b15611f/6

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

SkilltionSkilltionดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย