ฉันเป็นน้องสาวตัวร้าย
ตอนที่ 29 — 029
บทที่ 29 ถูกเปิดเผยตัวตน (1)
ผู้คนกำลังนั่งทานอาหารด้านในเมื่อเนี่ยเฉิงเฟิงเดินเข้ามา
ด้วยรอยยิ้มที่เปิดกว้างในสว่างไสว ชายหนุ่มพูดขึ้นว่า
“ผมมาพอดีเวลาเลย”
คุณตากล้องรีบแพนกล้องไปที่เขา แขกคนอื่นๆที่อยู่รอบโต๊ะต่างก็ลุกขึ้นและทักทายกลับพร้อมรอยยิ้มก่อนที่พวกเขาจะกลับลงไปนั่งและหยิบตะเกียบและชามของพวกเขาราวกับว่าพวกเขาพึ่งได้รับการปล่อยออกมาจากคุกและไม่ได้ทานอะไรมาตลอดชีวิตของตนเอง
คิ้วของเนี่ยเฉิงเฟิงขมวดมุ่น ไหนล่ะการต้อนรับอันยิ่งใหญ่ที่เขาได้รับสัญญา ทำไมเขาถึงไม่ได้รับการต้อนรับที่เหมาะสมในฐานะแขกรับเชิญลับล่ะ
โชคดีที่หลี่ม่านเกอโบกมือให้ชายหนุ่มจากอีกด้านและกล่าวว่า
“เฉิงเฟิงเกอ มานั่งนี่สิ ฉันสำรองที่นึ่งให้พี่ตรงนี้แล้ว”
เมื่อเนี่ยเฉิงเฟิงนั่งเรียบร้อยแล้ว เขาจึงถามด้วยความสงสัยว่า
“พวกคุณไม่ได้ทานอาหารเช้ามากันเหรอ”
“เราทานแล้ว แต่ถ้าเราไม่แย่งชิง อาหารก็จะหมดไปในเวลาไม่นานอ่ะ”
เฟิ่งเหว่ยกล่าวขณะที่ยื่นตะเกียบและชามให้กับเนี่ยเฉิงเฟิง
“บอสเนี่ย อย่าทำอายไปล่ะตอนที่อาหารมาถึง เราชินไปเรียบร้อยแล้วในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้”
เนี่ยเฉิงเฟิงพยักหน้าด้วยใจที่เต็มไปด้วยคำถาม เขามองไปรอบๆและเห็นเนี่ยอันอันและฉินจื่ออีทันที
ในอดีตดวงตาของฉินจื่ออีมักจะติดแน่นมาที่เขาในทุกๆที่ที่เขาปรากฎตัวขึ้น หากแต่วันนี้ เธอมัวแต่ยุ่งไปกับการตักข้าวใส่ชามและเธอไม่แม้แต่จะสังเกตว่าเขาอยู่ตรงนี้
ส่วนด้านเนี่ยอันอันซึ่งกำลังนั่งอย่างสง่างามในอีกด้าน เฉินหว่านซูซึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างๆเธอก็ตักข้าวให้เธอแถมยังขอบคุณเธออีกด้วย
เนี่ยเฉิงเฟิงซึ่งยังคงงุนงงตอนที่ใครบางคนจู่ๆก็ร้องขึ้นมาว่า
“เริ่มเลย”
จากนั้นด้วยความประหลาดใจเขาเห็นทุกคนนอกจากหลี่ม่านเกอและเนี่ยอันอันแล้ว ทุกคนต่างก็เริ่มคว้าอาหารบนโต๊ะและตักเข้าปากด้วยความเร็วสูง
เนี่ยเฉิงเฟิง “.............” นี่เขาบังเอิญมาร่วมรายการแข่งทานอาหารอะไรซักอย่างหรือไงเนี่ยะ
หลี่ม่านเกอซึ่งนั่งอยู่ข้างๆชายหนุ่ม เตือนเขาอย่างนุ่มนวลว่า
“เฉิงเฟิงเกอ อย่ามัวแต่อายเลยค่ะ ถ้าพี่ไม่สู้เพื่อมันแล้ว พวกมันจะหมดไปในไม่ช้านะคะ”
เนี่ยเฉิงเฟิงพยักหน้าก่อนที่เขาจะหยิบเนื้อพริกไทยดำขึ้นมาหนึ่งชิ้นและเอาเข้าปาก
สีหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ หลังจากที่เขากลืนชิ้นเนื้อลงไปเรียบร้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาถามทันที
“ใครทำนี่ครับ ทำไมมันอร่อยแบบนี้ล่ะ”
“ก็อันอันน่ะสิ” จางโจวอวี้พูดมาจากอีกฝั่งหนึ่ง
“อันอันเป็นนักโภชนาการของโรงแรมเรา ก็ดูสิว่าโรงแรมของเรายุ่งขนาดไหน คุณเนี่ย นั่นเป็นเพราะฝีมือการทำอาหารของอันอัน”
เนี่ยเฉิงเฟิงชำเลืองไปที่เด็กสาวน่ารักตัวน้อยที่นั่งฝั่งตรงข้ามเขา ชายหนุ่มเคยศึกษาข้อมูลมาแล้ว บางคนอาจจะไม่ไปเชื่อมโยงเธอกับน้องสาวของฮั่วเอี้ยนเซียว หากแต่เขารู้ว่าเธอก็คือเด็กสาวที่ไปลบรอยสักออกเท่านั้น
นี่หมายความว่าฮั่วเอี้ยนเซียวได้ทานอาหารสุดยอดแบบนี้ทุกวันงั้นเหรอ
เนี่ยเฉิงเฟิงพลันรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที
จากนั้น หลังจากนั้นเอง ชายหนุ่มก็ไม่มีเวลาที่จะคิดถึงอย่างอื่นอีก ทุกคนพูดถูก ถ้าเขาไม่รีบทานตอนนี้ จะไม่มีอะไรเหลืออีก
ท้ายที่สุด หลังจากที่อาหารกลางวันจบลง ทุกคนต่างก็เอนกายกลับไปที่เก้าอี้และลูบท้องที่ขยายเต็มที่ของตนเอง
เฉินหว่านซูวัดขนาดรอบเอวของตนเองและถอนหายใจว่าเธอไม่อาจจะทานอะไรได้ดีแล้วระหว่างมื้ออาหารต่อไป ถ้าเธอขืนทานเข้าไปอีก เธอจะต้องไม่สามารถถ่ายทำการฉากต่อสู้ครั้งต่อไปได้อีก
เฟิ่งเหว่ยเล่าว่าแฟนของเขาบอกเขาว่านี่ถ้าเขายังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก เขาจะไม่ได้เป็นไอดอลของตัวการ์ตูนของพวกเขาอีกต่อไป
เนี่ยอันอันยิ้มและกล่าว่าเธอจะทำอาหารลดน้ำหนักในมื้อถัดไป ไม่ว่าใครจะกินเท่าไหร่ พวกเขาก็จะน้ำหนักไม่ขึ้นซักปอนด์
ทันใดนั้นดวงตาของทุกคนก็เปล่งประกายและการตัดสินทั้งหมดของพวกเขาต่างก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน
วันนี้เป็นวันที่หลี่ม่านเกอต้องทำอหาร เธอลุกขึ้นและเดินตรงไปที่ห้องครัวพร้อมกับเนี่ยอันอันซึ่งตามเธอเข้ามา
“จื่อหมิงมาวันนี้พร้อมกับผม เขาอยากจะข้ามมาทักทาย แต่มีคนพลุกพล่านที่นี่ เขาเลยเขามาไม่ได้” เนี่ยเฉิงเฟิงกล่าว
หลี่ม่านเกอพยักหน้า “ใช่ค่ะ ฉันรู้ ทั้งหมดนี่เป็นเพราะการทำอาหารของอันอันเป็นที่นิยมเกินไป โรงแรมของเราถึงมีคนพลุกพล่านทุกวันช่วงนี้”
เนี่ยเฉิงเฟิงถาม “คุณจำอันอันไม่ได้เหรอ”
เขาจำได้แม่นยำว่าย้อนกลับไปตอนที่เนี่ยอันอันไล่จีบฉินจื่อหมิง เด็กสาวทั้งสองเคยพบกันสองสามครั้งและดูเหมือนว่าจะมีความไม่พอใจเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคน
“พี่หมายถึงอะไรคะ” หลี่ม่านเกอถามอย่างสงสัย
เนี่ยเฉิงเฟิงบอกได้ว่าเธอไม่ได้แกล้งทำ เขายิ้มและกล่าวว่า
“ไม่มีอะไร ผมอาจจะจำผิดไป”
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-37c535e1/29
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย