ทะลุมิติสู่โลกอสูรยุคบรรพกาล ปลูกผักทำไร่ใช้ชีวิต
ตอนที่ 10 — 010 - หมอผีรักษา
บทที่ 10 หมอผีรักษา
หมาป่าสามตัวที่ไล่ตามพวกเขามา เมื่อเห็นทั้งสองพุ่งเข้าสู่ป่าหมอกสีรุ้ง ก่อนจะตามเข้าไป ก็เบรกหยุดกะทันหัน
“อาเฮ่อ! พวกมันเข้าไปในป่าหมอกสีรุ้งแล้ว! พวกเราจะตามต่อหรือไม่?”
หมาป่าผู้นำมีแววตาเย็นเยียบ “ไม่ต้องตามแล้ว! เข้าไปในป่าหมอกสีรุ้งก็ไม่ต่างจากถูกพวกเราฆ่า! ยังประหยัดแรงพวกเราอีก! ไป!”
ทันทีที่เข้าสู่ป่าหมอกสีรุ้ง เซิ่งหลิงก็วางหนีเอ่อร์ลง นางรีบเก็บกิ่งไม้แห้งรอบด้านมารวมกันเป็นกอง จากนั้นเขี่ยกิ่งไม้และใบไม้แห้งอื่นๆออกห่าง เพื่อป้องกันไฟป่าไว้ก่อนย่อมดีที่สุด!
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม นางวางต้นชางจู๋ไว้ด้านบน แล้วซ้อนกิ่งไม้แห้งอีกชั้นทับไป หนีเอ่อร์ไม่รู้ว่าเซิ่งหลิงกำลังทำอะไร จนกระทั่งนางให้เขาจุดไฟ เขาจึงได้สติ รีบหยิบหินสองก้อนออกจากอกเสื้อด้วยมือสั่นๆ กระทบเข้าด้วยกันครั้งหนึ่ง สะเก็ดไฟกระเด็นออกมา ไม่นานกองไฟก็ลุกโชนขึ้น
ทันทีที่ต้นชางจู๋เริ่มไหม้ ไอมรณะพิษรอบด้านก็ค่อยๆถอยห่างและจางลง นี่เองคือเหตุผลที่นางกล้าเข้าป่าหมอกสีรุ้ง! เพราะการเผาต้นชางจู๋ สามารถขับไล่ไอมรณะพิษได้! อย่างไรก็ตาม เซิ่งหลิงก็กล้าพาหนีเอ่อร์อยู่เพียงบริเวณรอบนอกของป่าหมอกสีรุ้งเท่านั้น สถานที่แห่งนี้ถูกเหล่าเผ่าสัตว์หวาดกลัวถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลของมัน เซิ่งหลิงไม่เคยดูเบาพลังของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอสรพิษสัตว์ร้ายในป่าไอมรณะ หรือบึงพิษนานาชนิด
หากนางมีพลังมากพอ ย่อมกล้าเสี่ยงเข้าไปสำรวจบางแห่ง แต่เมื่อกำลังไม่พอ ก็ควรซ่อนตัวอย่างสงบเสงี่ยมจะดีที่สุด หนีเอ่อร์เห็นว่าไอมรณะพิษรอบด้านเริ่มสลาย ความอึดอัดแน่นอกที่มีอยู่ก็ค่อย ๆ ทุเลาลง ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที บัดนี้เขาจึงเข้าใจแล้วเหตุใดเซิ่งหลิงจึงกล้าพาเขาพุ่งเข้ามาในป่าหมอกสีรุ้ง!
“เจ้าตัวผู้! เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร?!”
เซิ่งหลิงเขี่ยต้นชางจู๋ในกองไฟเบาๆ เพราะมันยังสดอยู่ จึงติดไฟได้ไม่ค่อยดีนัก เมื่อได้ยิน
หนีเอ่อร์เรียกนางว่า “เจ้าตัวผู้” อยู่หลายครั้ง เซิ่งหลิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงข้อมูลที่ได้ยินมา ในโลกเผ่าสัตว์ ตัวผู้มาก ตัวเมียน้อย นางจึงไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น
ท้ายที่สุด ตัวเมียผู้แบกรับหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยกว่าสัตว์ไร้ค่า ก่อนจะเข้าใจโลกเผ่าสัตว์แห่งนี้อย่างแท้จริง เซิ่งหลิงจำต้องระวังทุกย่างก้าว
“ข้าชื่อเซิ่งหลิง ป่าหมอกสีรุ้งมีทั้งไอมรณะพิษและพิษร้าย หากสูดไอมรณะพิษเข้าไป จะหายใจติดขัดจนขาดอากาศได้ ส่วนพิษร้ายจะทำให้ร่างกายเป็นพิษและถึงตายในที่สุด บทที่พวกเราเข้ามา ข้าพาเจ้ากลิ้งโคลน เพราะโคลนช่วยป้องกันได้ชั่วคราว แต่สิ่งที่ได้ผลจริงคือชางจู๋ที่กำลังเผาอยู่ในกองไฟนี่”
หนีเอ่อร์มองพืชธรรมดาในกองไฟด้วยความเข้าใจแจ้ง จากนั้นพลันหันขวับมามองเซิ่งหลิง
ตลอดเวลาที่พูด เซิ่งหลิงจับตาดูสีหน้าของเขาไม่วางตา ขอเพียงเขาแสดงท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย หรือมีความคิดอื่นใดเกิดขึ้น นางจะไม่ปรานีเด็ดขาด
และเวลานี้ ขณะที่เห็นดวงตาเบิกกว้างของหนีเอ่อร์เต็มไปด้วยความตกตะลึง มือของเซิ่งหลิงก็ได้กำกิ่งไม้แหลมในมือแน่นแล้ว
“เซิ่ง... เซิ่งหลิง! เจ้า... เจ้าคืออูอี(หมอผีรักษา)... ท่านเป็นอูอีใช่หรือไม่?!”
เซิ่งหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย หมอผีรักษางั้นหรือ? ท่าน? โดยยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปาก หนีเอ่อร์ก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้นแล้ว
“เจ้าต้องเป็นท่านอูอีแน่! แถมยังเป็นท่านอูอีที่เก่งมากด้วย! ไม่เช่นนั้นเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าใช้หญ้า... ไม่สิ! ใช้สมุนไพรพวกนี้ขับไล่ไอมรณะพิษได้! ยังรู้ด้วยว่าโคลนใช้ได้ผล! เซิ่งหลิง เจ้าช่างเก่งเหลือเกิน! เก่งกว่าท่านอูอีแห่งเผ่าพวกเราเสียอีก!”