← สารบัญ ทะลุมิติสู่โลกอสูรยุคบรรพกาล ปลูกผักทำไร่ใช้ชีวิต

ทะลุมิติสู่โลกอสูรยุคบรรพกาล ปลูกผักทำไร่ใช้ชีวิต

ตอนที่ 3003 - เผ่าสมุทร

บทที่ 3 เผ่าสมุทร

เมื่อเผ่าสัตว์เติบโตถึงวัยบรรลุนิติภาวะ ร่างสัตว์ของพวกเขาจะวิวัฒน์เป็นรูปร่างเผ่าสัตว์มนุษย์ และได้รับความสามารถในการแปลงกาย สามารถสลับระหว่างร่างสัตว์กับร่างมนุษย์ได้ตามใจ

แต่การวิวัฒน์เช่นนี้ มีความเป็นไปได้อยู่สี่รูปแบบ

แบบแรก คือวิวัฒน์สำเร็จโดยสมบูรณ์ กลายเป็นเผ่าสัตว์เต็มตัว แน่นอนว่านี่คือผลลัพธ์ที่เผ่าสัตว์ทุกคนปรารถนาและยินดีเห็นที่สุด

แบบที่สอง คือวิวัฒน์สำเร็จเพียงครึ่ง กลายเป็นครึ่งสัตว์ มีทั้งลักษณะของมนุษย์และสัตว์อยู่ร่วมกัน แต่ไม่อาจสลับรูปร่างได้ตามใจ

ครึ่งสัตว์ประเภทนี้ เป็นผู้ที่มีจำนวนมากที่สุดในทวีปเผ่าสัตว์ และเมื่อเทียบกับสองประเภทสุดท้าย แม้ครึ่งสัตว์จะมีข้อจำกัด แต่ก็ยังไม่ใช่ผลลัพธ์เลวร้ายที่สุด อย่างน้อยพวกเขายังรักษาลักษณะบางส่วนของสัตว์เอาไว้ได้ เท่ากับยังมีวิธีป้องกันตัวและโจมตีอยู่บ้าง

ส่วนแบบที่สาม คือสัตว์ไร้ค่า กล่าวคือวิวัฒน์ล้มเหลว กลายเป็นเพียงร่างมนุษย์ แต่ไม่อาจแปลงกลับเป็นร่างสัตว์ได้ ร่างมนุษย์นั้นอ่อนแออย่างยิ่ง เพียงพบสัตว์ร้ายธรรมดาก็อาจเอาชีวิตไม่รอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูร

และแบบสุดท้าย อันที่จริงคล้ายกับแบบที่สามอยู่บ้าง เพราะล้วนถูกจัดเป็นพวกไร้ค่าเช่นกัน

ต่างกันเพียงว่า แบบที่สามยังคงมีร่างมนุษย์และสติปัญญาอยู่ แต่แบบที่สี่คือวิวัฒน์ล้มเหลวโดยสมบูรณ์ กลายเป็นสัตว์ป่าเต็มตัว สูญเสียสติสัมปชัญญะทั้งหมด แปรสภาพเป็นสัตว์ป่าคลุ้มคลั่งที่แทบไม่ต่างจากสัตว์อสูร เมื่อเผ่าสัตว์ผู้นั้นกล่าวมาถึงตรงนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเดาถูกแล้ว

“ข้าว่าแล้วเหตุใดเขาถึงยืนชะเง้อชะแง้อยู่บนยอดไม้ คงเพราะอยากได้ตัวเมียเหลือเกิน แต่เพราะเป็นสัตว์ไร้ค่า จึงทำได้เพียงยืนมองจากไกล ๆ”

“สัตว์ไร้ค่า? ยังคิดอยากได้สิทธิ์เลือกคู่ตัวเมียอีกหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก! ข้าได้ยินมาว่าปีนี้การแข่งขันดุเดือดกว่าปีก่อนเสียอีก!”

“ใช่ ตอนข้ามายังเห็นฝั่งเผ่าสมุทรขนของมาเต็มไปหมด ของพวกนั้นระยิบระยับยิ่งกว่าหินที่ข้าขุดจากใต้ผาจันทราเสียอีก!”

“ตัวเมียพวกสูงศักดิ์นั่นชอบของพรรค์นั้นที่สุด ทุกปีก็เพราะของพวกนี้ เผ่าสมุทรถึงได้ตัวเมียไปไม่น้อย!”

“แต่ข้าได้ยินมาว่าครั้งนี้หลายเผ่าของพวกเผ่าสมุทรขนของมามากขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เอามาแลกเปลี่ยนด้วย...”

เสียงจอแจรอบด้านดังขึ้นเรื่อย ๆ เซิ่งหลิงหลบหลีกเผ่าสัตว์หลายคนที่เดินผ่านไป ในโลกปลายปราณ ส่วนสูงหนึ่งจั้งเจ็ดชุ่นครึ่งของนางนับว่าไม่เตี้ย แต่พอมาที่นี่ กลับดู “บอบบางเล็กน้อย” ไปเสียอย่างนั้น เผ่าสัตว์คนหนึ่งกำหมัดแน่น แล้วชกใส่ก้อนหินยักษ์เต็มแรง

“ตูม!” ก้อนหินแตกกระจาย ฝุ่นตลบทั่วบริเวณ

“ฮ่า ๆ ๆ! สยงเฟย! เจ้าคิดหรือว่าแค่มีแรงมากจะทำให้ตัวเมียชอบเจ้า?”

สายตาของเซิ่งหลิงกวาดไปยังมัดกล้ามแน่นหนาบนร่างของเหล่าเผ่าสัตว์รอบด้าน แววตาค่อยๆลุ่มลึกลง ร่างกายของพวกเขา ช่างคล้ายผู้บำเพ็ญสายฝึกร่างนัก เพียงไม่รู้ว่า ด้านพละกำลังจะเป็นเช่นไร...

เผ่าสัตว์ส่วนใหญ่รอบตัวสวมเพียงหนังสัตว์พันเอว ท่อนบนเปลือยเปล่า ประดับของแปลกประหลาดไว้ตามตัว และจากรูปลักษณ์กับลักษณะทางกายภาพของบางคน เซิ่งหลิงพอจะเดาต้นกำเนิดสัตว์เดิมของพวกครึ่งสัตว์เหล่านั้นได้คร่าวๆ นางยืนอยู่ชายขอบฝูงชน ฟังเสียงสับสนวุ่นวายรอบตัว

เมื่อเวลาผ่านไป เซิ่งหลิงกลับเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมา ว่านางยังอยู่ในโลกเดิมจริงหรือไม่ เผ่าสัตว์? ไม่ใช่สัตว์อสูร? ชัดเจนว่านางกำลังข้ามเคราะห์ ต่อให้ล้มเหลว ผลลัพธ์ก็ควรมีเพียงตายดับมรรคสลาย หรือกลายเป็นคนไร้พลัง

เหตุใดหลังตกจากแท่นสูง นางจึงมาโผล่ในโลกแห่งนี้ได้? รอยแยกมิติเช่นนั้นหรือ? เรื่องเช่นนี้ ในโลกปลายปราณใช่ว่าไม่เคยมีบันทึกไว้ เพียงแต่โอกาสพบเจอน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

อย่าบอกนะว่า...นางจะซวยเจอเข้าจริง ๆ?

“เงียบหน่อย! เงียบหน่อย! คนเผ่าสมุทรมาแล้ว!”