← สารบัญ ทะลุมิติสู่โลกอสูรยุคบรรพกาล ปลูกผักทำไร่ใช้ชีวิต

ทะลุมิติสู่โลกอสูรยุคบรรพกาล ปลูกผักทำไร่ใช้ชีวิต

ตอนที่ 8008 - หนี

บทที่ 8 หนี

เซิ่งหลิงเหลือบเห็นด้วยสายตาเฉียบคมว่า เด็กหนุ่มที่ยื่นเนื้อย่างให้นางกำลังจะถูกสิงโตตาเดียวตัวหนึ่งขย้ำลงในคำเดียว นางออกแรงที่ขา กระโดดถีบผ่านต้นไม้หลายต้นอย่างรวดเร็ว

แม้เผ่าเสอที่ไล่ตามมาจะเร็วและร่างกายยืดหยุ่นอย่างยิ่ง แต่หากมันต้องการโจมตีกลางอากาศ ก็จำต้องอาศัยต้นไม้รอบด้านเป็นจุดส่งตัว

ส่วนทางด้านนี้ กลับไม่คล่องแคล่วเท่าเซิ่งหลิง หนีเอ่อร์สิ้นหวังแล้ว ปากกว้างของเผ่าสิงโตขั้นสองตรงหน้ากำลังจะงับลงมา ปิ่นที่หักไปครึ่งหนึ่งในมือเซิ่งหลิงยังเปื้อนเลือดของเผ่าเสอ นางเหวี่ยงตัวขึ้นเหนือหัวสิงโตตาเดียวอย่างรวดเร็ว จากนั้นปล่อยมือทันที แทงปิ่นในมือเข้าใส่ดวงตาอีกข้างของมันอย่างแรง

“โฮกกก—!” เสียงคำรามเจ็บปวดสุดขีดของสิงโตตาเดียว ทำให้เผ่าสัตว์ขั้นหนึ่งหลายคนถึงกับยกมือปิดหู เซิ่งหลิงเองก็รู้สึกหูอื้อเล็กน้อย เมื่อเห็นหนีเอ่อร์ที่ยังยืนตะลึงอยู่ นางก็คว้าตัวเขาแล้วกลิ้งหลบในทันที และพ้นจากกรงเล็บยักษ์ของสิงโตตาเดียวไปได้หวุดหวิด

“ฟึ่บ!” เสียงแหวกอากาศดังขึ้น งูลายแดงดำอ้าปากกว้าง เขี้ยวแหลมสะท้อนแสงเย็นเยียบ

ด้านหน้าเป็นสิงโต ด้านหลังเป็นงูยักษ์ แต่อาวุธของนางกลับอยู่ในพื้นที่เก็บของทั้งหมด

สมดังคำว่า ไม่ว่าเมื่อใด อาวุธป้องกันตัวก็ขาดไม่ได้!

เมื่อเห็นสัตว์ร้ายทั้งสองกำลังพุ่งเข้ามา เซิ่งหลิงหยิบหินแหลมคมจากพื้นขึ้นก้อนหนึ่ง

เล็งไปที่ดวงตาของเผ่าเสอ พลังวิญญาณทั้งหมดในร่างถูกรวบรวมเข้าสู่ก้อนหิน หินสีเทาดำพลันส่องประกายสีทองวาบหนึ่ง ความคมของมันดูราวกับเพิ่มขึ้นหลายส่วน เซิ่งหลิงไม่ได้เลือกใช้พลังธาตุสายฟ้าไม้ประจำกาย เพราะตอนนี้นางเพิ่งนำพลังวิญญาณเข้าสู่ร่าง พลังสายฟ้าไม้ยังสำแดงอานุภาพได้จำกัด ทว่าการเปลี่ยนพลังเป็นธาตุทองอย่างรวดเร็ว ก็สูบพลังวิญญาณของนางไปไม่น้อย พลังทั้งร่างถูกดูดจนเกือบสิ้น ใบหน้าของเซิ่งหลิงซีดขาวลงทันที นางกำลังรอโอกาส นางมีโอกาสโจมตีเพียงครั้งเดียว

หากพลาด นางทำได้เพียงหนี และถ้าพวกมันยังไล่ไม่เลิก นางอาจโยนหนีเอ่อร์ทิ้งด้วยซ้ำ!

ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้....นางจะรักษาชีวิตตนเองโดยไม่ลังเล!

“โฮก!” เผ่าเสอ(งู)ที่ยังเหลือตาอยู่ข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะด้านความเร็วหรือความแม่นยำ ก็เหนือกว่าสิงโตตาเดียวที่ตาบอดสนิท การโจมตีใกล้จะมาถึง เซิ่งหลิงไม่ลังเลอีก

“ฟึ่บ!” ก้อนหินที่อัดแน่นด้วยพลังวิญญาณ พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุดใส่ดวงตาของเผ่าเสอ

“ฉึก!” หินแทงทะลุเลือดเนื้อ งูยักษ์ร่วงลงจากกลางอากาศในทันที กระแทกพื้นจนฝุ่นหินฟุ้งกระจาย เผ่าเสอที่สูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปแล้วคลุ้มคลั่งอย่างสิ้นเชิง เมื่อหาเซิ่งหลิงไม่พบ มันก็สะบัดร่างฟาดกวาดไปทั่วอย่างไร้ทิศทาง

ไม่นาน ร่างของมันก็พันเข้ากับบางสิ่งอุ่นๆ จากนั้นก็รัดแน่นทันที

“โฮก!” สิงโตตาเดียวที่ถูกโจมตี อ้าปากกัดใส่งูยักษ์ตามสัญชาตญาณ สัตว์ร้ายทั้งสองจึงกลิ้งฟัดกันเป็นก้อนเดียว เซิ่งหลิงไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไปดูสนามรบ เพราะทุกวินาทีคือโอกาสรอดชีวิต นางคว้าหนีเอ่อร์ขึ้นมา เหวี่ยงขึ้นพาดบ่าในคราวเดียว จากนั้นเร่งฝีเท้า นางงตรงไปยังบริเวณที่ป่าทึบหนาแน่นที่สุด กว่าหนีเอ่อร์จะได้สติ เขาก็ถูกเซิ่งหลิงแบกพาหนีมาไกลแล้ว ภาพเบื้องหลังถอยห่างอย่างรวดเร็ว สัตว์พเนจรสูญเสียเผ่าสัตว์ขั้นสองไปถึงสองตนในคราวเดียว เผ่าฉานฉู(คางคก)ผู้นำเห็นพวกเขากำลังหนี ก็สั่งเผ่าสัตว์ขั้นสองสามตนให้ไล่ตามมาทันที สัตว์ไร้ค่าหนึ่งคน เผ่าสัตว์ขั้นหนึ่งอีกหนึ่งคน! เขาอยากเห็นนักว่าพวกมันจะหนีไปได้ไกลเพียงใด!

ร่างของเซิ่งหลิงพุ่งทะยานผ่านป่าอย่างรวดเร็ว อาศัยความหนาทึบของแมกไม้ รวมถึงความได้เปรียบจากรูปร่างเล็กของตน นางค่อยๆทิ้งระยะห่างจากหมาป่าสามตัวด้านหลัง ทว่าหมาป่าทั้งสามก็ไม่ใช่สัตว์โง่เขลา ในด้านการล่าร่วมกัน เผ่าหมาป่าเชี่ยวชาญมาแต่ไหนแต่ไร พวกมันเลิกไล่เป็นเส้นตรงอย่างรวดเร็ว แล้วแยกกันโอบล้อมเข้ามาจากหลายทิศ หนีเอ่อร์บนบ่าจึงได้สติเต็มที่ในที่สุด สีหน้าร้อนรนขึ้นมา

“วางข้าลงเถอะ! เจ้าหนีไปคนเดียว! อย่าสนใจข้า!”

อาฟู่(บิดา)กับคนในเผ่าของเขา ยังอยู่ข้างหลังนั่นเลย!