หวนคืนยุค 80 เพื่อทุบห้องหอ ขอหย่าและร่ำรวย
ตอนที่ 35 — บทที่ 35
จี้หนิงรู้ดีว่าตัวเองขูดรีดอีกฝ่ายได้อยู่หมัดจริงๆ “งั้นก็จ่ายมาก่อนห้าสิบหยวน ส่วนที่เหลือพรุ่งนี้ค่อยจ่ายให้ครบ แล้วฉันค่อยหย่ากับจางเจียเย่า ฉันไม่รีบ ฉันรอเธอได้”
ฟ่านเจิน “……”
เดิมทีเธอคิดไว้แล้วว่า พอพรุ่งนี้ตัวเองกลายเป็นคนของพี่เจียเย่า เงินที่เหลือก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว!
แต่ถ้าจี้หนิงไม่ยอมหย่ากับพี่เจียเย่า แล้วมันจะทำยังไงต่อได้?
ฟ่านเจินพกเงินมาห้าสิบหยวนจริงๆ เดิมทีตั้งใจจะเอามาต่อรองกับจี้หนิง ใครจะไปคิดว่ายิ่งคุยราคายิ่งพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
เธอโมโหจนแทบกัดฟัน ก่อนควักเงินทั้งหมดในกระเป๋าออกมายื่นให้จี้หนิง
ฟ่านเจินวัยยี่สิบ จะไปสู้จี้หนิงที่วิญญาณมีอายุผ่านมาหลายสิบปีได้อย่างไร
นี่แหละคือการต่อรองราคา ถ้าคนขายรู้ว่าเธอชอบของชิ้นนั้นมาก และต้องซื้อให้ได้ ยังไงราคาก็ไม่มีทางกดลงได้อยู่แล้ว ไม่ฟันเธอแล้วจะไปฟันใคร?
“ไปเถอะ! รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ป่าชายเลนกัน!”
จี้หนิงไม่ได้พูดอะไร รับเงินมาแล้วก็โยนเข้าไปในมิติทันที
ทั้งสองเดินไปทางป่าชายเลนด้วยกัน
แม่จี้คอยจับตาดูจี้หนิงอยู่ตลอด พอเห็นเธอเดินแยกออกไป ก็รีบตามมาถาม “หนิงหนิง แกจะไปไหน?”
ท่ามกลางความมืดสลัว จี้หนิงหยุดฝีเท้า แล้วมองเข้าไปในดวงตาของแม่จี้
“ไปป่าชายเลนกับฟ่านเจิน”
พอแม่จี้ได้ยิน ก็พูดทันที “งั้นก็ไปเถอะ”
ไม่มีแม้แต่ความลังเลสักนิด
จี้หนิงหลุบตาลง ก่อนหัวเราะเบาๆ
เมื่อครู่เธอยังแอบคาดหวังอยู่นิดหนึ่งแท้ๆ
จี้หนิงยกเท้าเดินจากไป
ลมทะเลยามค่ำคืนพัดเส้นผมของเธอปลิวไหว ราวกับมีบางอย่างถูกพัดปลิวหายไปด้วย ไม่เหลืออยู่อีกต่อไป
ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว วันนี้คือวันปีใหม่
ปีใหม่ จุดเริ่มต้นใหม่
แม่จี้มองแผ่นหลังของจี้หนิงที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป ทั้งเด็ดเดี่ยว ทั้งโดดเดี่ยว เธอรู้สึกคล้ายมีบางอย่างกำลังสูญหายไปอย่างเลือนราง
ตอนนั้นเอง จี้เยว่ก็เดินเข้ามาข้างๆ อย่างตื่นเต้น “แม่ จี้หนิงไปป่าชายเลนเหรอ?”
แม่จี้ยิ้ม “อืม ไปกันเถอะ รีบเก็บของให้ได้เยอะๆ แล้วจะได้กลับไปนอน”
“ได้!”
แม่ลูกทั้งสองจึงเดินไปอีกทาง
…..
จางเจียเย่าคอยจับตาดูจี้หนิงอยู่เหมือนกัน พอเห็นจี้หนิงกับฟ่านเจินเดินไปทางป่าชายเลน เขาก็รีบเดินตามไปทันที
ป่าชายเลนแถบนี้ไม่ได้ใหญ่มาก หลังเข้าไปแล้ว เขาก็ถือไฟฉายส่องหาคนไปทั่ว
หาอยู่นานก็ยังไม่เจอใคร
แต่ด้านนอกป่าชายเลนมีป้อมปราการเก่าร้างแห่งหนึ่ง เป็นสิ่งปลูกสร้างที่เหลือมาจากสมัยสงคราม
เมื่อวานเขาตั้งใจมาทำความสะอาดที่นี่โดยเฉพาะ ทั้งยังปูแพไม้ไผ่ไว้บนพื้นเรียบร้อยแล้ว
เดิมทีคืนนี้เขาตั้งใจจะพาจี้หนิงมาที่นี่ เพื่อใช้คืนเข้าหอด้วยกัน
ตอนนี้พอเห็นตะกร้าไม้ไผ่วางอยู่หน้าป้อมปราการ เขาใช้ไฟฉายส่องเพียงแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่าเป็นของจี้หนิง
เธอเป็นคนมีฝีมือ สามารถสานตะกร้าไม้ไผ่เป็นลวดลายได้หลากหลาย
ใบนี้เป็นลายรูปปลา
เขาเดินเข้าไป ก็เห็นจี้หนิงในชุดแต่งงานที่เขาซื้อให้ นอนหันหลังอยู่บนแพไม้ไผ่ที่เขาเตรียมไว้เมื่อวาน
ที่แท้ก็แอบมานอนอู้งานอยู่ตรงนี้นี่เอง!
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนปิดไฟฉาย
หน้าต่างของป้อมมีขนาดเล็กมาก รอบด้านจึงมืดลงในพริบตา
เขาย่องเข้าไปใกล้ทีละก้าว
“เมียจ๋า ฉันมาแล้ว”
จางเจียเย่าพุ่งเข้าใส่เธอ
คนบนแพไม้ไผ่เหมือนตกใจสุดขีด ดิ้นรนอย่างแรง
“เมียจ๋า อย่ากลัวสิ ฉันเอง เจียเย่าไง!”
อีกฝ่ายกดร่างเธอไว้ ก่อนประกบริมฝีปากลงไป
…..
ตอนนั้นเอง จี้หนิงก็เดินออกมาจากด้านข้างของป้อมปราการ ก่อนหยิบตะกร้าไม้ไผ่ของตัวเองกลับมา
เรื่องข้างกำแพงนั่น เธอไม่มีอารมณ์จะแอบฟังให้หูแปดเปื้อนหรอก
หาแต้มงานสำคัญกว่า
ยิ่งหาแต้มงานได้มาก ส่วนแบ่งเสบียงอาหารกับเงินที่รับได้อย่างเปิดเผยก็ยิ่งมาก
ต่อไปถ้าเธอกินดีอยู่ดีขึ้น คนอื่นก็จะได้ไม่สงสัย
จี้หนิงเดินออกไปพลางคิดไปพลางว่า พอฟ้าสางแล้วจะกลับมาถ่ายรูปตรงนี้ดีไหม
โจวหวายซวี่กำลังจะเดินเข้าไปในป้อมปราการ ก็เห็นจี้หนิงเดินออกมาก่อน
ถึงแม้จี้หนิงจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว และแม้ตอนนี้เขาจะมองเห็นได้แค่ตาข้างเดียว แต่เขาก็จำเธอได้ในทันที
เขามองไปทางป้อมปราการอีกครั้ง ก่อนหันกลับมามองจี้หนิง แล้วหลุดยิ้มออกมา
สมคำร่ำลือจริงๆ เด็กคนนี้ยังฉลาดเป็นกรดเหมือนเดิม!
เขารู้ว่าคืนนี้น้ำลงครั้งใหญ่ ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านชาวประมงต่างก็ออกมาหาของทะเล จี้หนิงเองก็ต้องออกมาเหมือนกัน
ส่วนจางเจียเย่า พอรู้ว่าพรุ่งนี้จะหย่าก็คงไม่มีทางยอมจบง่ายๆ เขาเลยเป็นห่วงจึงตามมาด้วย
จากนั้นเขาก็เห็นจางเจียเย่าตามจี้หนิงเข้าไปในป่าชายเลน
เขาเลยตามเข้ามาเช่นกัน
ดูท่า... เขาจะกังวลเกินไปแล้ว
จี้หนิงไม่รู้เลยว่าโจวหวายซวี่อยู่แถวนั้น
ด้วยความสามารถของโจวหวายซวี่ ในป่าชายเลนแห่งนี้ ถ้าเขาไม่ตั้งใจเดินออกมาเอง ก็ยากมากที่จะมีใครสังเกตเห็น
จี้หนิงรีบเดินออกจากบริเวณป้อมปราการ เดินพ้นป่าชายเลน แล้วเตรียมจะไปอีกฟากของชายหาด ที่ไม่มีแม่จี้อยู่
โจวหวายซวี่กำลังคิดจะเดินตามไปส่งเธอออกจากป่าชายเลน ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนดังขึ้น
“พี่! พี่ใหญ่!”
โจวหวายซวี่รีบเดินไปทางต้นเสียงทันที “เสี่ยวหัง”
จี้หังใช้ไฟฉายส่องใบหน้าของอีกฝ่าย ก่อนถามอย่างไม่แน่ใจ “พี่หวายซวี่? ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่? แล้วดวงตาพี่เป็นอะไร?”
แม้จะถูกไฟฉายส่องเข้าตรงๆ โจวหวายซวี่ก็ไม่กะพริบตา ไม่หลบแสงไฟ เขาผ่านการฝึกเฉพาะทางมา ต่อให้เจอแสงจ้าก็ไม่กระทบต่อการมองเห็น
“บาดเจ็บนิดหน่อย นายมาตามหาพี่สาวเหรอ?”
จี้หังพอส่องเห็นชัดว่าเป็นใคร ก็รีบเบนไฟฉายออก “ใช่ พี่เห็นพี่สาวฉันบ้างไหม? ฉันเห็นพี่เข้าไปในป่าชายเลน เลยไม่สบายใจ”
“เธอเพิ่งเดินออกไป ฉันพานายไปหาเธอเอง”
“ได้!”
โจวหวายซวี่พาจี้หังออกจากป่าชายเลน
ตอนนี้จี้หนิงกลับมาที่ชายหาดแล้ว แถมยังตั้งใจทักชาวบ้านสองสามคนอีกต่างหาก
คืนนี้ เธอจะอยู่ในสายตาของทุกคนตลอดเวลา
โจวหวายซวี่พาจี้หังออกมาจากป่าชายเลน แล้วก็จำร่างของจี้หนิงได้ทันทีท่ามกลางความมืด
“นั่นไงพี่สาวนาย เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว นายไปหาเธอเถอะ คืนนี้คอยตามเธอไว้ดีๆ อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด”
“ทำไมพี่ฉันถึงเปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะ? ขอบคุณนะพี่สี่”
จี้หังพูดจบ ก็รีบวิ่งไปหาจี้หนิงทันที
โจวหวายซวี่ยืนมองจนจี้หังไปถึงตัวจี้หนิง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เขายังมีธุระต้องจัดการ
จี้หนิงเห็นจี้หังตามมา ก็แปลกใจ “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”
“พี่หวายซวี่บอกฉันน่ะ ฉันไปหาพี่ที่ป่าชายเลน แล้วเจอเขาเข้า ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลับมาอีก”
จี้หนิงนึกอยู่ครู่หนึ่งว่า “พี่หวายซวี่” คือใคร
“โจวหวายซวี่? โจวหวายซวี่แห่งหมู่บ้านเหลียงผิงน่ะเหรอ? เขาไปทำอะไรที่ป่าชายเลน?”
เขาไม่ใช่คนหมู่บ้านชาวประมง ไม่มีทางมาหาของทะเลกลางดึก งั้นคงไม่ใช่มาจับสายลับอะไรหรอกนะ?
เขาคงไม่ไปทำลายเรื่องดีๆ ของฟ่านเจินกับจางเจียเย่าหรอกใช่ไหม?
ถ้าเรื่องไม่สำเร็จ งั้นเงินที่เหลืออีกหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน เธอก็ชวดน่ะสิ!
“ฉันก็ไม่รู้ พี่ ทำไมพี่ถึงเปลี่ยนเสื้อผ้า? นี่เสื้อของฟ่านเจินใช่ไหม? พี่ไปเปลี่ยนเสื้อกับเธอทำไม?”
“อืม เธออยากซื้อชุดเจ้าสาวบนตัวฉัน ฉันเลยขายให้เธอสองร้อยหยวน”
จี้หัง “……เท่าไหร่นะ?”
พี่สาวเขาพูดผิดหรือเปล่า?
พูดจากยี่สิบเป็นสองร้อย?
“สองร้อยหยวน”
จี้หนิงคิดไปคิดมา ต่อให้โจวหวายซวี่จะมีภารกิจอะไรให้ต้องไปจัดการในป่าชายเลน ถ้าเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกัน!
ไม่แน่ว่าถ้าไปขัดขวางงานของโจวหวายซวี่เข้า จางเจียเย่าอาจจะยิ่งซวยหนักกว่าเดิมก็ได้
พอคิดแบบนี้ จี้หนิงก็สบายใจ แล้วก้มหน้าหาของทะเลต่อ
จี้หังยังช็อกไม่หาย “ยัยนั่นบ้าไปแล้วหรือไง?”
จี้หนิง “ก็คงงั้น เธออยากแต่งกับจางเจียเย่าจนเสียสติไปแล้ว! ไม่ต้องสนใจเธอ รีบขุดหอยกาบพัดเถอะ แถวนี้หอยกาบพัดเยอะมาก เห็นไหม หลายคนเก็บกันเต็มถุงตาข่ายแล้ว”
จี้หนิงเห็นกับตา หลายคนเก็บจนถุงแทบปริแล้ว
พอจี้หังได้ยิน ก็ไม่สนแล้วว่าฟ่านเจินจะบ้าหรือไม่บ้า ถ้าบ้าหน่อยก็ดี ยังไงก็ไม่ใช่พี่สาวเขาที่เสียเปรียบ
พอคิดถึงเงินสองร้อยหยวน จี้หังก็ตื่นเต้นขึ้นมา
“พี่ พี่มีเงินสร้างบ้านแล้วนี่! สร้างบ้านหินผสมอิฐดินเลยสิ!”
สร้างสักเจ็ดแปดตารางเมตร ก็พอให้เธออยู่คนเดียวได้แล้ว
จี้หนิงยิ้ม ก่อนดึงหอยกาบพัดตัวใหญ่กว่าหน้าเธอขึ้นมาหนึ่งตัว
“อืม ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
……
สิบห้านาทีต่อมา จี้หนิงก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งถือไฟฉาย เดินมุ่งหน้าไปทางป่าชายเลน
จี้หนิงใจเต้นตึกตัก!
มาแล้วสินะ!