← สารบัญ คุณป๋าวายร้ายกับหนูน้อยเทพภูเขา

คุณป๋าวายร้ายกับหนูน้อยเทพภูเขา

ตอนที่ 42บทที่_0042_ลูกรัก หนูจะตามหาพ่อแท้ ๆ เหรอ

บทที่ 42 ลูกรัก หนูจะตามหาพ่อแท้ ๆ เหรอ

คำพูดของสองคนนั้นเธอฟังไม่ค่อยเข้าใจ เลยเล่าต่อได้ไม่ค่อยชัดเจน จึงเรียบเรียงคำพูดแบบมั่ว ๆ เพื่อฟ้องเสียงดัง “พี่จี้เหอ มีคนจะหลอกพี่ไปให้คนปัญญานิ่ม มีเสื้อสี 200,000 พี่เลิกงานแล้วอย่ากลับบ้านนะ พวกนั้นรู้ว่าพี่อยู่ที่ไหน”

ลู่สืออันฟังแล้วงงเต๊ก “เสื้อสีอะไรของหนู”

กู้เยี่ยนฉือพูดขึ้นว่า “น่าจะเป็นค่าสินสอด 200,000 มีคนเตรียมจะเอาตัวจี้เหอไปแลกกับเงินสินสอด 200,000”

หัวใจของจี้เหอหล่นวูบไปทันที “ต้องเป็นจูหงพี่สะใภ้ฉันแน่ ๆ! ฉันอุตส่าห์ตัดขาดกับพวกเขาไปแล้วแท้ ๆ แต่พวกเขาก็ยังคิดจะขายฉันทิ้งอีก เงิน 200,000 ที่ได้มา หล่อนต้องเอาไปให้น้องชายแน่”

ลู่สืออันเอามือยันโต๊ะไว้พลางแสดงท่าทางประหลาดใจ “เธอเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะไม่ใช่เหรอ? ทำไมพวกเขาถึงกล้าจ้องจะเล่นงานเธอแบบนี้ล่ะ ตอนนี้ผู้หญิงต้องอายุ 20 ปีถึงจะจดทะเบียนสมรสได้ไม่ใช่เหรอ?”

จี้เหอมีสีหน้าเย็นชา “ให้มีลูกก่อน มีลูกชายจนได้แล้วค่อยจดทะเบียน เวลา 2 ปีมันเหลือเฟือ”

เธอรู้จักพี่สะใภ้ดีเกินไป ที่บ้านตระกูลจี้ พี่ชายกับพี่สะใภ้ไม่เห็นเธอเป็นคนด้วยซ้ำ ถ้าสามารถเอาเธอไปแลกเงินสินสอด 200,000 ได้ มีเรื่องไหนบ้างที่คนพวกนั้นจะไม่กล้าทำ?

ลู่สืออันพูด “แบบนี้มันเลวทรามเกินไปแล้ว สมัยนี้ยังมีคนใช้การแต่งงานมาแลกค่าสินสอดแบบนี้อยู่อีกเหรอ ไม่ต่างอะไรกับแก๊งลักเด็กเลยนะ แล้วเธอเตรียมตัวจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงดี”

ตอนนี้จี้เหอเสียขวัญไปหมดแล้ว เธอคิดหาทางออกไม่เจอเลยจริง ๆ

ชั่วขณะหนึ่ง เธอมีความคิดอยากจะหนีไปจากที่นี่

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเงิน แถมยังติดหนี้บุญคุณพวกกู้เยี่ยนฉืออยู่ด้วย จะเดินหนีไปเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ครั้งก่อนเธอก็ทำให้พวกเขาผิดหวังมาแล้ว ครั้งนี้จะให้พวกเขาผิดหวังอีกไม่ได้!

กู้เยี่ยนฉือเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน “ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราก็ซ้อนแผนไปเลยแล้วกัน”

จี้เหอหันไปมองเขาด้วยความหวัง “พี่กู้ พี่มีวิธีแล้วเหรอ?”

กู้เยี่ยนฉืออธิบาย “จากที่เล่อเป่าพูด น่าจะหมายความว่าพวกเขาเตรียมจะหลอกเธอตอนเลิกงานให้ไปเจอกับคนปัญญานิ่มนั่น พอจัดการรวบหัวรวบหางให้เสร็จสรรพจนผูกมัดพวกเธอเข้าด้วยกัน พอมีลูกแล้ว เธอก็จะหนีไปไหนไม่ได้ ต้องทนอยู่แบบนั้นไปทั้งชีวิต”

“งั้นเราก็ใช้แผนซ้อนแผน ให้เธอแกล้งทำเป็นถูกหลอก พวกเราจะคอยดูสถานการณ์ของเธออยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา พอพวกมันเผยธาตุแท้ออกมา เราค่อยรวบตัวส่งสถานีตำรวจ ถึงตอนนั้นความผิดหลายกระทงบวกกัน รับรองว่าพอจะส่งพวกมันไปนอนคุกได้หลายปีเลยล่ะ”

ลู่สืออันอุทานออกมาอย่างสนใจ “แบบนี้ดีเลย น่าตื่นเต้นชะมัด! ฉันขอร่วมด้วย!”

จี้เหอกำชายเสื้อไว้ด้วยความเกรงใจ “มันจะรบกวนพวกพี่เกินไปไหมคะ?”

ลู่สืออันโบกมือ “ไม่รบกวนหรอก พอดีช่วงนี้พวกเรากำลังว่างจนเซ็งอยู่พอดี”

สวี่เล่อตัวยิ้มแฉ่ง มองซ้ายมองขวาแล้วชูมืออ้วน ๆ ขึ้น “เล่อเป่าก็จะร่วมด้วย”

กู้เยี่ยนฉือดึงลูกสาวมาอุ้ม “หนูได้ร่วมแล้วล่ะ แค่หนูเชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่ายก็นับว่าช่วยได้มากแล้ว”

สวี่เล่อตัวทึกทักเอาว่าคำพูดของพ่อคือคำขอร้อง เลยรับคำเสียงดัง “ได้! เล่อเป่ารับรองว่าจะเชื่อฟังอย่างดี!”

วันนี้จูหงกับหลัวเฟินได้รับบาดเจ็บเพราะถูกรถเฟอร์รารี่ของสวี่เล่อตัวชน เลยไม่สามารถไปหาจี้เหอที่ห้องเช่าได้ และไม่กล้ามาเอาเรื่องถึงที่บ้านเพราะกลัวจะไก่ตื่น ได้แต่ยอมก้มหน้ากล้ำกลืนความซวยไปก่อน

ด้วยเหตุนี้ กู้เยี่ยนฉือกับพวกพ้องจึงมีเวลาเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้น

ลู่สืออันโทรศัพท์ตามจี้เฉินอานมาหา ตามประสาคนสำรวยที่รู้ใจกัน เวลาจะทำเรื่องสนุก ๆ แน่นอนว่ายิ่งคนเยอะก็ยิ่งดี!

นอกจากนี้ยังมีบอดี้การ์ดจากบริษัทรักษาความปลอดภัยของตระกูลจี้ตามมาสมทบอีก 4 คนด้วย

ทุกคนเตรียมตัวพร้อมสรรพ รอเพียงจูหงกับหลัวเฟินเดินเข้ามาติดกับเองเท่านั้น

ขณะเดียวกัน กู้กวานเซี่ยที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงก็ได้จ้างนักสืบเอกชนจนสืบพบแล้วว่าลูกสาวที่แท้จริงของตระกูลเหลียงคือใคร

แม้ในระหว่างการค้นหาจะเจออุปสรรคจากการที่มีคนคอยขัดขวางอยู่ตลอด แต่สุดท้ายเธอก็หาจนเจอ

คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ! คุณหนูตัวจริงของตระกูลเหลียงกลับกลายเป็นยัยเด็กบ้านนอกที่ทำงานในร้านห่วย ๆ ของกู้เยี่ยนฉือ!

มิน่าล่ะ กู้เยี่ยนฉือถึงไม่ยอมช่วยหล่อนตั้งแต่แรก คงไม่ใช่ว่าเขารู้ตัวตนจริงของยัยเด็กบ้านนอกนั่นอยู่ก่อนแล้วหรอกนะ

เขาคิดว่าถ้าช่วยยัยเด็กนั่นแล้ว ตระกูลเหลียงจะติดค้างบุญคุณเขา และช่วยให้เขาชิงกู้สื่อกรุ๊ปมาครองได้งั้นเหรอ?

ฝันไปเถอะ! หล่อนไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด!

หล่อนต้องชิงลงมือก่อนที่ตระกูลกู้จะหาตัวยัยเด็กบ้านนอกนั่นเจอ โดยการพาตัวยัยนั่นไปซ่อนเสียก่อน

เวลาไม่คอยท่า ต้องรีบลงมือเดี๋ยวนี้!

เมื่อเซี่ยจือเหยารู้เรื่องการเคลื่อนไหวของหล่อน เธอก็เตรียมจะลงมือเช่นกัน แม้ว่าเธอจะขัดขวางไม่ให้กู้กวานเซี่ยหาคนไม่สำเร็จ และยังไม่รู้ว่าใครคือคุณหนูตัวจริงของตระกูลเหลียง

แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางการที่เธอจะสร้างอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กู้กวานเซี่ยได้ปวดหัวเล่น!

และแล้ว คนหลายกลุ่มที่ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน ก็ได้เลือกวันลงมือเป็นวันเดียวกัน

วันนี้คือวันเกิดพี่ชายของจี้เหอ ซึ่งเป็นวันที่จี้เหอหาข้ออ้างไม่กลับไปร่วมงานไม่ได้

แม้ปากของจี้เหอจะบอกว่าตัดขาดกับตระกูลจี้ไปแล้ว แต่นี่คือวันเกิดครั้งแรกของพี่ชายบุญธรรมหลังจากที่พ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิตไป ที่ผ่านมาเธอไปร่วมวันเกิดของคนในครอบครัวทุกครั้ง ครั้งนี้เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน

ในขณะเดียวกัน วันนี้ก็เป็นวันจัดพิธีเบิกเนตรหลังจากศาลเทพภูเขาสร้างเสร็จสมบูรณ์

ถึงจะเป็นเพียงศาลเทพภูเขาเล็ก ๆ แต่ซุนเสียงก็ได้จัดเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่ เขาได้นิมนต์พระสงฆ์ผู้มีจริยวัตรงดงามมาทำพิธีเบิกเนตรให้กับเทวรูปเทพภูเขา พร้อมกับจัดงานพิธีสงฆ์อย่างครบถ้วน

อย่างแรกคือเพื่อบอกให้ชาวบ้านระแวกนั้นรู้ว่าศาลเจ้าสร้างเสร็จแล้ว และอย่างที่สองคือเพื่อช่วยสวดมนต์ขอพรให้ผู้คนในอู๋ถงหลี่พ้นจากเคราะห์ภัย

และแน่นอนว่าเพื่อลดละกรรมชั่วของตัวเองด้วย หลังจากผ่านเรื่องของสวี่เล่อตัวมา เขาก็ตัดสินใจว่าเรื่องไม่ดีในอนาคตจะทำให้น้อยลงเท่าที่ทำได้ เพราะมันมีเทพเจ้าคอยจ้องมองอยู่จริง ๆ!

ในวันที่มีพิธีเบิกเนตร ทุกคนจะมุ่งความสนใจไปที่งานใหญ่ชิ้นนี้ เรื่องอื่น ๆ จึงถูกละเลยได้ง่าย ซึ่งถือเป็นโอกาสทองในการลงมือทำเรื่องชั่วร้าย!

คนแต่ละกลุ่มต่างคนต่างก็มีความคิดคำนวณของตัวเอง

เนื่องจากศาลเทพภูเขาสร้างขึ้นตามคำขอของสวี่เล่อตัว ซุนเสียงจึงได้เชิญพวกสวี่เล่อตัวมาร่วมในพิธีเบิกเนตรด้วย

ร้านข้าวขาหมูถือโอกาสปิดร้านหนึ่งวัน สมาชิกทุกคนในร้านยกเว้นจี้เหอกับบอดี้การ์ดจึงพากันไปร่วมงานพิธี

เนื่องจากพื้นที่บนทางลาดเนินเขามีขนาดเล็ก งานพิธีจึงถูกจัดขึ้นที่บริเวณเชิงเขาแทน

บนใบหน้าของเทวรูปเทพภูเขามีผ้าโปร่งสีแดงคลุมไว้ ทำให้เห็นเพียงลาง ๆ ถึงเค้าโครงของรูปปั้นดินเผา พระคุณเจ้ายกเครื่องประกอบพิธีเพื่อเริ่มทำพิธีเบิกเนตรให้กับเทวรูป

ในพิธีมีลูกศิษย์พระสงฆ์หลายรูปสวดมนต์ตามพระคุณเจ้า เสียงกลองและเครื่องดนตรีดังประสานกัน ให้ความรู้สึกเหมือนแสงแห่งพุทธธรรมสาดส่องลงมาโปรดมวลมนุษย์ ทุกคนต่างพากันเงียบกริบโดยสัญชาตญาณ เปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสและตั้งใจฟัง

บางคนพนมมือไหว้พลางอธิษฐานในใจ ในนาทีนี้พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่ามีเทพภูเขาอยู่จริง และหวังว่าท่านจะช่วยปัดเป่าความทุกข์ยากทั้งหมดของพวกเขาไปได้

สวี่เล่อตัวนั่งอยู่บนบ่าของพ่อ เธอมองลงมาจากที่สูงผ่านฝูงชน จนสายตาไปสบเข้ากับเทวรูปเทพภูเขาบนแท่นพิธีผ่านผ้าโปร่งที่พัดปลิวตามลม

เธอดูเหมือนจะเห็นเทวรูปเทพภูเขายิ้มให้! นั่นท่านแม่! ท่านแม่มาหาเธอแล้ว!

“เล่อเป่า”

มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว

“ท่านแม่!”

สวี่เล่อตัวขยำหัวพ่อด้วยความตื่นเต้น ก้นก็ส่ายไปมาพลางตอบกลับในหัว “ท่านแม่ ท่านมาหาเล่อเป่าเหรอจ๊ะ?”

“ใช่จ้ะ ครั้งนี้เล่อเป่าทำได้ดีมาก เมื่อมีศาลเทพภูเขาแล้ว มนุษย์ก็จะมาถวายเครื่องสักการะ เมื่อเครื่องเซ่นสะสมจนถึงระดับหนึ่ง แม่ก็จะออกมาพบลูกได้”

สวี่เล่อตัวตื่นเต้นหนักกว่าเดิม “ท่านแม่ ดูป้าป๋าฉันสิจ๊ะ นี่คือพ่อที่หล่อที่สุดเท่าที่ฉันหามาได้เลยนะ”

ทางนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง

“เล่อเป่า แม่บอกให้ลูกตามหาพ่อแท้ ๆ ไม่ใช่เหรอ? ทำไมลูกถึงเที่ยวไปหามาสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ล่ะ ถ้าไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ลูกจะทำภารกิจความสัมพันธ์ทางสายเลือดไม่สำเร็จ แล้วก็จะไม่ได้เป็นเทพภูเขาคนต่อไปนะ”

สวี่เล่อตัวเกาหัวด้วยความมึนตึ้ง “อ้าว? ไม่ใช่ว่าแค่หาพ่อมาคนหนึ่งก็ได้เหรอจ๊ะ? ก็ท่านแม่บอกว่าคนที่หล่อที่สุดในกลุ่มคนก็คือพ่อ แล้วคนนี้ก็คือคนนั้นไง”

“......มันก็จริงที่เขาหล่อที่สุดในกลุ่มคน แต่ถ้าไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับลูกมันก็ไม่ได้หรอกนะลูกรัก พ่อคนนี้ถ้าลูกชอบจะรับไว้ก่อนก็ได้ พลังเทพของแม่จะหมดแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะ จำไว้ล่ะ ต้องตามหาพ่อแท้ ๆ ให้เจอนะ”

[จบตอน]