← สารบัญ คุณป๋าวายร้ายกับหนูน้อยเทพภูเขา

คุณป๋าวายร้ายกับหนูน้อยเทพภูเขา

ตอนที่ 53บทที่_0053_ขวาน้อยแสนดีของฉัน

บทที่ 53 ขวาน้อยแสนดีของฉัน

สวี่เล่อตัวกำคุกกี้ชิ้นเล็กไว้ขณะนั่งบนคาร์ซีทเด็กแล้วเงยหน้าขึ้น “หนูอยากเอากลับไปให้พี่เสี่ยวเย่กับพี่ชวนชวนพวกเขากินค่ะ

พวกเขาไม่ได้มาเข้าโรงเรียนอนุบาลลูกห่าน น่าสงสารมากเลยนะคะ”

ภาพของเด็กชายสองคนนั้นผุดขึ้นมาในหัวของกู้เยี่ยนฉือ

สวี่เล่อตัวชอบเล่นกับพวกเขามาก ราวกับนัดแนะกันไว้ว่าทุกวันจะต้องไปเดินเล่นในเมืองสักรอบ บางครั้งพวกเขาสองคนก็เป็นคนเดินมาส่งสวี่เล่อตัวกลับบ้านด้วยกัน

ในความทรงจำ เด็กสองคนนั้นดูเหมือนจะมีความพิการอยู่บ้าง

คนหนึ่งพูดไม่ค่อยเก่ง อีกคนมือสั่นอยู่ตลอดเวลา

คงเป็นเพราะไม่มีโรงเรียนอนุบาลไหนรับเข้าเรียน ถึงต้องอยู่แต่ที่บ้านทุกวัน

เขาเคยหาข้อมูลเกี่ยวกับอนุบาลซิงตั่วมาบ้าง ดูเหมือนจะไม่ได้ระบุว่าไม่รับเด็กพิการ

ในเมื่อสวี่เล่อตัวชอบเล่นกับเด็กสองคนนั้นมาก และเด็กสองคนนั้นก็เต็มใจจะปกป้องเธอ ถ้าอย่างนั้นก็แค่พาเด็กพวกนั้นมาเรียนห้องเดียวกับสวี่เล่อตัวเลยไม่ดีกว่าเหรอ

แถมเขายังไม่ต้องคอยกังวลว่าลูกจะถูกเพื่อนในห้องรังแกด้วย

ตกลง! เอาตามนี้แหละ

เขาเอียงศีรษะไปเล็กน้อย “เล่อเป่า ให้พ่อช่วยพาพี่เสี่ยวเย่กับพี่ชวนชวนไปเข้าโรงเรียนอนุบาลเดียวกับหนูดีไหม

ให้อยู่ห้องเดียวกับหนูเลย เดี๋ยวพ่อจะเป็นคนจ่ายค่าเทอมให้พวกเขาเอง พวกหนูแค่มีหน้าที่กินให้อิ่ม เล่นให้สนุก และมีความสุขก็พอ”

พอสวี่เล่อตัวได้ยินก็ตื่นเต้นมาก “จริงเหรอคะคุณพ่อ คุณพ่อส่งพวกเขาเข้าโรงเรียนอนุบาลลูกห่านได้จริง ๆ ใช่ไหมคะ”

กู้เยี่ยนฉือยกยิ้มอย่างมั่นใจ “แน่นอนอยู่แล้ว มีอะไรที่พ่อทำไม่ได้บ้างล่ะ”

ก็แค่เรื่องเงินไม่ใช่เหรอ

ตอนนี้เขามีเงินแล้ว แค่บริจาคให้โรงเรียนสักหลายแสนหรือเป็นล้าน การจะให้เด็กสองคนเข้าเรียนคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

สวี่เล่อตัวได้ยินแบบนั้นก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นเยินยอเต็มที่ “คุณพ่อเก่งจังเลย! คุณพ่อเก่งที่สุด! คุณพ่อเก่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลย!”

เธอดีใจจนเต้นระบำไปมา มือเผลอไปกระแทกเข้ากับกระจกรถดังปึก จนหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด ปากเล็ก ๆ เริ่มเบะออกทำท่าเหมือนจะร้องไห้

กู้เยี่ยนฉือเหลือบมองแวบหนึ่ง รีบเหยียบเบรกให้รถค่อย ๆ จอดข้างทาง พลางกำชับลูกสาว “อย่าร้องนะ ห้ามร้องเด็ดขาด บอกพ่อมาสิว่ากระแทกตรงไหน”

สวี่เล่อตัวชูนิ้วหัวแม่มือขวาขึ้นมา น้ำเสียงเล็ก ๆ ฟังดูน่าสงสาร “กระแทกโดนขวาน้อยแสนดีของหนูค่ะ”

กู้เยี่ยนฉือ “...”

เลี้ยงเด็กก็แบบนี้แหละ คลาดสายตาไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเธอจะก่อเรื่องเมื่อไหร่

กู้เยี่ยนฉือกุมมือเด็กน้อยขึ้นมาตรวจดู เห็นว่าแค่แดงนิดหน่อยไม่ได้บวม เขาจึงเลียนแบบวิธีที่คุณแม่เคยปลอบเขาตอนเด็ก ๆ โดยการเป่าลมไปที่นิ้วหัวแม่มือของสวี่เล่อตัวเบา ๆ แล้วนวดให้ “เอาละ พ่อร่ายมนตร์ให้หนูแล้ว ขวาน้อยแสนดีของหนูไม่เจ็บแล้วนะ”

สวี่เล่อตัวเบิกตากว้างมองคุณพ่อด้วยความประหลาดใจ “ไม่เจ็บแล้วจริง ๆ ด้วยค่ะคุณพ่อ คุณพ่อเป็นนักเวทเหรอคะ”

กู้เยี่ยนฉือปล่อยมือเล็ก ๆ ของสวี่เล่อตัวแล้วสตาร์ตรถอีกครั้ง เมื่อเผชิญกับคำถามของเธอ เขาแสร้งทำเป็นลึกลับพลางยักคิ้วข้างหนึ่ง “นี่เป็นความลับนะ หนูต้องช่วยพ่อปิดความเป็นความลับ ตกลงไหม”

สวี่เล่อตัวเชื่อสนิทใจ รีบเอามืออุดปากตัวเองไว้แน่นแล้วพยักหน้าหงึก ๆ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็อดรนทนความสงสัยในใจไม่ไหว “คุณพ่อคะ แล้วพวกนักเวทบินได้ไหมคะ”

กู้เยี่ยนฉือพูดเรื่อยเปื่อย “บินได้ แต่บินได้เฉพาะตอนกลางคืนนะ”

“คุณพ่อคะ แล้วนักเวทยังมีมนตร์อะไรอีกบ้างคะ”

“โอ้โห เยอะแยะไปหมดเลยละ”

“คุยกับสัตว์เล็ก ๆ ได้ไหมคะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“แล้วคุยกับเจ้าหนูได้ไหมคะ”

“ต้องได้สิ”

“แล้วกับเสี่ยวหวงละคะ”

เสี่ยวหวงคือสุนัขจรจัดในเมืองที่สวี่เล่อตัวเคยให้อาหารอยู่หลายครั้ง

“ได้เหมือนกัน”

“ว้าว คุณพ่อเก่งจังเลยค่ะ! เป็นคุณพ่อที่เก่งที่สุดในโลกเลย”

สวี่เล่อตัวมีสีหน้าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

พ่อเก่งเหมือนกับแม่เลย คุยกับสัตว์เล็ก ๆ ได้เหมือนกัน

ถ้าอย่างนั้นในอนาคตเธอก็ต้องคุยกับสัตว์เล็ก ๆ ได้แน่นอน!

ถึงตอนนั้น เธอจะเป็นเด็กที่เก่งที่สุดในโลก!

“เล่อเป่า วันนี้ที่โรงเรียนเรียนอะไรบ้าง”

กู้เยี่ยนฉือหยอกล้อเด็กน้อยอยู่นาน เขาก็เริ่มสนใจเรื่องการเรียนของลูกในวันนี้ขึ้นมา คงไม่ใช่ว่าเอาแต่กินแล้วก็เล่น เล่นแล้วก็กินหรอกนะ

“เรียนภาษาอังกฤษค่ะ!” สวี่เล่อตัวตอบ

“ไอหยา เรียนภาษาอังกฤษด้วยเหรอเนี่ย”

กู้เยี่ยนฉือประหลาดใจมาก เจ้าก้อนอ้วนบ้านเขาขนาดนับเลขยังไม่เป็นเลย กลับเรียนภาษาอังกฤษเสียแล้ว

เขาเริ่มสนใจขึ้นมาทันที “เรียนอะไรไปบ้างล่ะ ไหนลองบอกพ่อหน่อยสิ”

สวี่เล่อตัวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ “เรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษของแม่ค่ะ แม่เตอ”

กู้เยี่ยนฉือหัวเราะน้อย ๆ “ใช้ได้นี่ แล้วของพ่อละ”

สวี่เล่อตัว “พ่อเตอ”

กู้เยี่ยนฉือเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงถามต่อ “แล้วปู่ละ”

สวี่เล่อตัว “ปู่เตอ”

กู้เยี่ยนฉือยังไม่ยอมแพ้ “แล้วย่าละ”

สวี่เล่อตัว “ย่าเตอ”

กู้เยี่ยนฉือเริ่มสิ้นหวัง “ยายกับตาละ”

สวี่เล่อตัว “ยายเตอ ตาเตอ”

คราวนี้จบเห่ของจริง สวี่เล่อตัวถึงขนาดคิดค้นภาษาอังกฤษแบบใหม่ขึ้นมาเองได้แล้ว

เมื่อถึงบ้าน สวี่เล่อตัวก็ยัดคุกกี้แท่งใส่ปากคุณพ่อ แล้วให้คุณพ่อช่วยถือกระเป๋านักเรียนใบเล็กขึ้นไปชั้นบน

เธอจะขับรถเฟอร์รารี่ไฟฟ้าไปหาเสี่ยวเย่กับชวนชวนเพื่อแบ่งปันข่าวดีกับพวกเขา

“เอ๊ะ ดูสิ นั่นมันเอ็นพีซีน้อยแห่งอู๋ถงหลี่นี่นา! อยากไปถ่ายรูปเช็กอินด้วยจังเลย”

“รถที่เธอขับนั่นใช่เฟอร์รารี่หรือเปล่า น่ารักจังเลย เด็กแค่สามขวบแต่ขับได้นิ่งขนาดนี้ ขอถ่ายรูปก่อนนะ”

“วันนี้ไม่ได้ใส่ชุดเซตลูกพี่เพราะไปโรงเรียนมาเหรอ ฉันเห็นตรงหน้าอกมีสติกเกอร์ของโรงเรียนอนุบาลติดอยู่ด้วย”

“ไป ๆ ๆ พวกเรารีบตามไปดูกันเถอะ ดูสิว่าเจ้าหนูนี่จะไปทำอะไร”

สวี่เล่อตัวหันมองซ้ายมองขวา รู้สึกเหมือนว่าตลอดทางจะมีแต่คนคอยจ้องมองเธอ

คนพวกนั้นแปลกมากเลย แต่ละคนเอาแต่ยิ้มกริ่มพลางชูโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเธอ พอเห็นเธอขับรถผ่านไปก็พากันกรีดร้องเบา ๆ

แปลกจริง ๆ เลย!

เมื่อก่อนเวลาเธอขับรถออกมาข้างนอก ชาวเมืองในเมืองโบราณก็ไม่เห็นจะถ่ายรูปหรือกรีดร้องเลย แค่จะถามไถ่ด้วยความสงสัยไม่กี่คำเท่านั้น

เธอจอดรถเฟอร์รารี่ไว้ที่หน้าหน้าร้านขนมปัง แล้วรีบวิ่งเข้าไปในร้านราวกับจะหลบเลี่ยงสายตาเหล่านั้น

ป้าหวังเห็นสวี่เล่อตัวมาถึงก็ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์แล้วถามขึ้น “เล่อเป่า วันนี้หนูไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลหรอกเหรอ

ทำไมถึงกลับมาเร็วจังล่ะ”

“สวัสดีค่ะคุณป้า คุณพ่อไปรับหนูเลิกเรียนก่อนเวลาค่ะ หนูเลยมาหาพี่เสี่ยวเย่เล่นด้วย”

“พี่เสี่ยวเย่ของหนูอ่านหนังสืออยู่ข้างในแน่ะ เข้าไปหาเขาสิ”

“ค่ะ”

สวี่เล่อตัววิ่งเข้าไปในห้องด้านใน เห็นเสี่ยวเย่นั่งหันหลังให้เธอ อ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเธอมาหา

ดวงตาเล็ก ๆ กลอกไปมาเริ่มคิดแผนร้าย เธอค่อย ๆ ย่องไปข้างหลังเสี่ยวเย่ แล้วกระโจนใส่หลังเขาเต็มแรงจนเสี่ยวเย่ตกใจสะดุ้งตัวโยน ร้องตะโกนว่า “ผี! ผีหลอก!”

“อุ๊ยตายแล้ว”

สวี่เล่อตัวเกือบจะถูกเสี่ยวเย่ชนล้ม เธอถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะเป็นหลักได้ แต่เธอกลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังหัวเราะร่า “ฮ่า ๆ ๆ พี่เสี่ยวเย่ หนูเองค่ะ เล่อเป่าไง”

เสี่ยวเย่หันกลับมา สีหน้าดูดีใจมากแต่ก็รีบกลับมาทำท่าทางเท่ ๆ ทันที “เธอ... โรงเรียนอนุบาล...”

“คุณพ่อไปรับหนูกลับมาก่อนเวลาค่ะ”

สวี่เล่อตัวไม่เกรงใจแม้แต่นิดเดียว เธอกระโดดขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัว แกว่งขาสั้น ๆ ที่เหมือนข้อบัวไปมา แล้วหยิบถุงคุกกี้แท่งแสนล้ำค่าออกมาส่งให้ “นี่เป็นคุกกี้ที่หนูได้มาจากโรงเรียนอนุบาลลูกห่าน แบ่งให้พี่กินนะคะ”

เสี่ยวเย่เอื้อมมือไปหยิบคุกกี้แท่งมาหนึ่งชิ้น พอกัดลงไปก็ดังกร๊อบ รสชาติก็เหมือนกับคุกกี้แท่งที่เขาเคยกินตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ

แต่เพราะสวี่เล่อตัวตั้งใจเอากลับมาให้เขา รสชาติมันจึงดีเป็นพิเศษ!

สวี่เล่อตัวเองก็หยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น กัดกินดังกร้วม ๆ เธอไม่ลืมจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้ “คุณพ่อของหนูบอกว่า สามารถส่งพี่กับพี่ชวนชวนไปเข้าโรงเรียนอนุบาลลูกห่านได้ด้วย ให้อยู่ห้องเดียวกับหนูเลย พี่จะไปไหมคะ”

อาการโรคออทิสติกของเสี่ยวเย่ดีขึ้นมากแล้ว ตราบใดที่ไม่ใช่ประโยคยาว ๆ ตอนนี้เขาสามารถค่อย ๆ พูดเพื่อสื่อความหมายของตัวเองให้ชัดเจนได้ เพียงแต่ถ้าต้องไปโรงเรียนอนุบาล เขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจขนาดนั้น

“พี่จะมาใช่ไหมคะ”

สวี่เล่อตัวกะพริบตาโตที่เหมือนหินออบซิเดียน ใบหน้าอวบอิ่มดูนุ่มนิ่มไปหมด “พี่เสี่ยวเย่ พี่จะไปโรงเรียนกับหนูใช่ไหมคะ

หนูอยากให้พี่ไปเข้าโรงเรียนอนุบาลลูกห่านกับหนู ไปด้วยกันนะ ไปเถอะนะ”

[จบตอน]