← สารบัญ คุณป๋าวายร้ายกับหนูน้อยเทพภูเขา

คุณป๋าวายร้ายกับหนูน้อยเทพภูเขา

ตอนที่ 67บทที่_0067_หลักฐานฉันส่งให้ตำรวจแล้ว

บทที่ 67 หลักฐานฉันส่งให้ตำรวจแล้ว

สวี่เล่อตัวได้ยินก็นั่งปรบมืออย่างตื่นเต้น “เย้ ป้าป๋าฉลาดที่สุดเลย!”

กู้เยี่ยนฉือยิ้มออกมา เขาอุ้มลูกแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเราสองพ่อลูกก็มาพยายามด้วยกันนะ ช่วยให้คุณแม่ของหนูออกมาให้ได้! ถึงตอนนั้นครอบครัวเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน!”

“ได้เลยค่ะ ได้เลย” สวี่เล่อตัวพยักหน้าหงึก ๆ ดีใจจนเนื้อเต้น

หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจและรถพยาบาล 120 ก็มาถึง คนในที่เกิดเหตุถูกเชิญไปให้ปากคำกับตำรวจทุกคน มีเพียงกู้กวานเซี่ยที่ถูกรถ 120 พาตัวไป

ทีมกู้ชีพช่วยห้ามเลือดให้หล่อนแล้ว แต่จากคำพูดดูเหมือนว่ากู้กวานเซี่ยอาจจะรักษาขาไว้ไม่ได้ แต่โชคดีที่ยังรักษาชีวิตไว้ได้

กู้เยี่ยนฉือมองดูด้วยสายตาเย็นชา กู้กวานเซี่ยขาขาดสองข้างยังถือว่าน้อยไป เขาไม่มีทางจบเรื่องนี้ง่าย ๆ แน่

“ฉันให้คนไปรื้อถังขยะมา นายทายสิว่าฉันเจออะไร?” หลีจวิ้นถิงยืนอยู่ข้างเขาแล้วกระซิบถาม

“เจออะไรล่ะ? ขวดน้ำแร่งั้นเหรอ?” กู้เยี่ยนฉือเอ่ย

หลีจวิ้นถิงตกใจ เบิกตากว้างมองเขา “นายเดาได้ตั้งนานแล้วเหรอ? แล้วนายยังจะให้ฉันพาคนไปรื้อถังขยะหาพระแสงอะไร! นายรู้ไหมว่าถังขยะพวกนั้นมันสกปรกแค่ไหน!!! ฉันได้กลิ่นจนแทบจะคายของเก่าออกมาเลยนะ”

“คุณลุง ไม่โกรธนะคะ เล่อเป่าให้คุณลุงหม่ำขนม” สวี่เล่อตัวที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดพ่อพยายามยื่นมือน้อย ๆ ไปหาหลีจวิ้นถิงที่กำลังโกรธจัด ในฝ่ามืออวบอัดมีลูกอมผลไม้ห่อด้วยกระดาษแก้วสีสวยสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ

“โอ๊ย ลุงไม่โกรธแล้วครับ” หลีจวิ้นถิงถูกปลอบจนหายโกรธในวินาทีเดียว เขาคว้าลูกอมพร้อมกับชิงเจ้าตัวเล็กอ้วนกลมมาอุ้มไว้เอง แล้วถลึงตาใส่กู้เยี่ยนฉือ

“พวกเราเจอขวดน้ำแร่ที่ยังไม่ได้เปิดแต่ถูกดึงฉลากออกในถังขยะใบหนึ่งก่อน จากนั้นก็ไปเจอฉลากที่ถูกดึงทิ้งในถังขยะอีกใบ แถมสองอย่างนี้ยังเข้ากันได้เป๊ะเลย ฉันก็เลยสงสัยว่าทำไมต้องแยกทิ้งคนละถัง? ทั้งที่สองถังนี้ก็อยู่ห่างกันพอสมควร และตอนนั้นถังขยะก็ไม่ได้เต็มด้วย”

“จากนั้นฉันก็นึกถึงคำหนึ่งขึ้นมาได้... ทำลายหลักฐาน! ฉันเลยรีบให้คนเอาไปตรวจสอบดู แล้วก็จริงอย่างที่คิด เจอเศษยาตกค้างจำนวนเล็กน้อยบนฉลากกับขวดน้ำ”

“สงสัยจะมีคนเอาทิชชูเช็ดออกไปแล้ว ยาเลยเหลืออยู่น้อยมากแต่ก็ยังไม่พ้นเงื้อมมือฉันไปได้หรอก ขวดน้ำนี้ตัดพวกที่มาแข่งออกไปได้เลย เพราะปกติฉันจะเตรียมน้ำไว้ให้เหมือนกันหมด คนที่มาแข่งจะรู้กันดี ยกเว้นแต่ว่าคนคนนั้นจะไม่ค่อยได้คลุกคลีในวงการนี้ คนร้ายน่ะ นายคงมีคำตอบในใจแล้วใช่ไหม? หลักฐานฉันส่งให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว มันเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่านายโดนวางยาก่อนจะขับชนคน”

เขาเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ รอคอยให้กู้เยี่ยนฉือมาขอบคุณ

“ขอบใจนะ” กู้เยี่ยนฉือควรจะขอบคุณเขาจริง ๆ นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เบรกมีปัญหาแล้วเขาไม่กลัวอันตรายขับมาขนาบข้างเพื่อพยายามช่วยหยุดรถ หรือเรื่องที่ช่วยหาหลักฐานมาเอาผิดคนร้ายในตอนนี้ ตามมารยาทแล้วเขาควรขอบคุณหลีจวิ้นถิง

“วันหลังถ้ามาอู๋ถงหลี่ ฉันจะเลี้ยงข้าวตอบแทน”

“เลี้ยง... เลี้ยงข้าว?” หลีจวิ้นถิงอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่ากู้เยี่ยนฉือจะขอบคุณจริง ๆ แถมยังจะเลี้ยงข้าวเขาอีก ผีเข้าหรือเปล่าเนี่ย? เมื่อก่อนอย่าว่าแต่กินข้าวด้วยกันเลย แค่ไม่เอากับข้าวสาดใส่หน้ากันก็ถือว่าให้เกียรติสุด ๆ แล้ว

“ฉันเปิดร้านข้าวขาหมูอยู่ที่อู๋ถงหลี่ นายก็น่าจะได้ยินมาบ้าง ถึงมันจะสู้พวกอาหารรสเลิศที่นายเคยกินไม่ได้ก็เถอะ”

กู้เยี่ยนฉือมองดูสวี่เล่อตัวที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดแล้วยิ้ม “แต่เล่อเป่าชอบกินมากเลยนะ”

สวี่เล่อตัวพยักหน้าสนับสนุน “ใช่แล้วค่ะ ใช่แล้ว เล่อเป่าชอบหม่ำมาก อาสิบสองทำข้าวขาหมูหย่อยที่สุดเลย!”

ตอนแรกหลีจวิ้นถิงกะจะพูดว่า เขาช่วยงานใหญ่ขนาดนี้ ทั้งรื้อถังขยะ ทั้งตรวจยาจนตัวเองมอมแมมไปหมด แต่นี่จะเลี้ยงข้าวขาหมูเขาแค่จานเดียวเองเหรอ? คุณชายหลีอย่างเขาไม่เคยแตะอาหารที่แค่ฟังชื่อก็ดูไร้ระดับพวกนี้เลย

แต่พอเห็นหนูน้อยจอมอ้วนในอ้อมกอดชอบขนาดนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา บางทีการลองกินอาหารบ้าน ๆ พวกนี้ดูบ้างก็อาจจะดีเหมือนกัน

ก็นะ ใครใช้ให้กู้เยี่ยนฉือโดนไล่ออกจากตระกูลกู้จนกลายเป็นยาจกกันล่ะ ขนาดมันยังไปอยู่บ้านนอกได้ตั้งนาน กินของถูก ๆ พวกนี้ได้ทุกวัน แล้วคุณชายหลีอย่างเขาจะทำไม่ได้ได้ยังไง? เขาก็ต้องกินได้เหมือนกัน! แถมต้องกินให้เยอะ ๆ ด้วย!

“นายพูดเองนะว่าจะเลี้ยงข้าวที่อู๋ถงหลี่ ฉันจำแม่นแน่”

“เออ ไม่ลืมหรอก!”

เกือบทุกคนถูกตำรวจสอบปากคำจนครบ เซี่ยจือเหยาเดินออกมาจากห้องสอบสวนก็รีบมาหากู้เยี่ยนฉือทันที หล่อนพูดอย่างมีเงื่อนงำว่า “ฉันสงสัยว่าเรื่องนี้กู้กวานเซี่ยไม่บริสุทธิ์ใจหรอก ถึงใคร ๆ จะบอกว่าพี่เยี่ยนฉือตั้งใจขับชนคน แต่ฉันเชื่อพี่ร้อยเปอร์เซ็นต์!”

กู้เยี่ยนฉือถาม “ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น?”

พอเห็นกู้เยี่ยนฉือยอมคุยด้วย เซี่ยจือเหยาก็รีบตอบอย่างกระตือรือร้น “เมื่อกี้ตำรวจถามฉันว่าก่อนแข่งเห็นกู้กวานเซี่ยทำอะไรผิดปกติไหม พอฉันมาลองนึกดูดี ๆ ก็เจอจุดที่น่าสงสัยเข้าจริง ๆ!”

หลีจวิ้นถิงชเริ่มสนใจขึ้นมาเหมือนกัน “ตรงไหนเหรอ?”

เซี่ยจือเหยา “ก่อนแข่ง ฉันเห็นกู้กวานเซี่ยนยืนอยู่หน้ารถของพี่เยี่ยนฉือคนเดียว พอฉันเรียก หล่อนก็ดูท่าทางลนลานมาก! ขโมยขึ้นสมองชัด ๆ แถมตอนนั้นทุกคนก็ยืนรอกันอยู่ที่ข้างเส้นชัยเพื่อต้อนรับรถที่จะเข้าเส้นชัย แต่หล่อนกลับไปยืนอยู่ตรงหน้าเส้นชัยคนเดียว เหมือนรู้อยู่แล้วว่าไม่มีรถคันไหนจะพุ่งมาทางนั้นเลย”

หลีจวิ้นถิงและกู้เยี่ยนฉือสบตากัน สิ่งที่เซี่ยจือเหยาพูดตรงกับที่พวกเขาสันนิษฐานไว้เป๊ะ คนร้ายก็คือกู้กวานเซี่ย!

เซี่ยจือเหยาเห็นพวกเขาเงียบไปเลยพูดต่อ “คุณชายหลี กู้กวานเซี่ยไม่เคยสนใจเรื่องแข่งรถ และไม่เคยมาสนามแข่งเลย หล่อนคงไม่รู้ว่าทุกครั้งที่มีการแข่ง คุณจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เต็มไปหมด โดยเฉพาะแถว ๆ รถแข่ง แบบนี้ก็น่าจะถ่ายติดหล่อนได้พอดีเลยใช่ไหมล่ะ!”

หลีจวิ้นถิงลูบคางพลางพยักหน้า “วิดีโอพวกนั้นฉันยังไม่ได้ดูเลยก็ส่งให้ตำรวจไปแล้ว แต่เธอน่าจะทายถูกนะ”

เซี่ยจือเหยาดีใจจนออกนอกหน้า คราวนี้หล่อนช่วยกู้เยี่ยนฉือได้สำเร็จเสียที คะแนนความประทับใจน่าจะเพิ่มขึ้นบ้างแล้วล่ะมั้ง?

หล่อนแอบชำเลืองมองกู้เยี่ยนฉือแล้วเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น “พี่เยี่ยนฉือ ถ้าถึงเวลาต้องไปเป็นพยานที่ศาล ฉันยินดีทำเต็มที่ไม่มีข้อแม้เลย พี่เรียกหาฉันได้ตลอดเวลานะ”

กู้เยี่ยนฉือก้มมองหล่อน “อืม ขอบใจนะ”

เซี่ยจือเหยามองใบหน้าหล่อเหลาที่หาใครเปรียบไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่กู้เยี่ยนฉือพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขนาดนี้ แถมเสียงยังดูมีเสน่ห์สุด ๆ หล่อนชอบมากจริง ๆ รักเลยล่ะ!

ถ้ากู้เยี่ยนฉือทำดีกับหล่อนแบบนี้ทุกวัน ต่อให้หล่อนต้องทำอะไรหล่อนก็ยอม! ติดอยู่แค่อย่างเดียว... หล่อนพยายามรักษาท่าทีสงบเสงี่ยมพลางโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราเป็นเพื่อนกันนี่นา เรื่องแค่นี้ฉันยินดีทำอยู่แล้ว”

—กริ๊งงง! จู่ ๆ โทรศัพท์ของกู้เยี่ยนฉือก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นพ่อแท้ ๆ ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้ว

[จบตอน]