ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)
ตอนที่ 28 — บทที่ 28
【น้ำตามันไหลออกจากตา】 【ฮือๆ เคยได้ยินมาว่า สำหรับลูกแมว ถ้ามันยังพยายามกินอาหารได้ แปลว่ามันยังอยากมีชีวิตอยู่ มันเอาอาหารมาให้เธอ ก็เพราะอยากให้เธอดีขึ้น มันเป็นห่วงเธอจริงๆ】 【โลกนี้เต็มไปด้วยรอยร้าว แมวตัวน้อยก็พยายามเย็บปะซ่อมแซม】 【เข้าใจแล้วว่าทำไมสำหรับพี่สาวคนนี้ เสี่ยวกุ้ยถึงสำคัญขนาดนี้ ก็เพราะมันช่วยชีวิตเธอไว้เลยนี่นา!】
“ใช่” ฟางโม่โม่พูดเบาๆ “มันเป็นแมวไม่มีเยื่อใย วันๆ ไม่เคยให้ฉันจับเลย แต่วันนั้นพอฉันเปิดหน้าต่าง มันกลับกระโดดเข้ามาเอง แล้วก็นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของฉันอย่างว่าง่าย” “ถ้าวันนั้นเสี่ยวกุ้ยไม่มา ฉันคงตายในห้องใต้ดินคนเดียวอย่างเงียบๆ ไปแล้ว... จนกระทั่งมันมา ฉันถึงได้เข้าใจว่า โลกใบนี้ยังมีคนที่รักฉันอยู่”
【อ๊าก ฉันร้องไห้แบบน้ำตาไหลเป็นสายฝนแล้ว】 【ฮือ ฉันแพ้อะไรแบบนี้มาก อย่าทำให้มันซึ้งได้ไหม น้ำตาฉันมันไม่ฟรีนะ!】 【แมวอาจจะพูดไม่ได้ แต่แมวก็รักเธอ】 【ฉันว่า เสี่ยวกุ้ยอาจจะไม่ได้ไม่มีเยื่อใยหรอก มันแค่รู้ว่าเธอยังเลี้ยงมันไม่ไหว เลยไม่อยากเป็นภาระให้เธอ】 【พอเถอะ พอแล้ว น้ำตาฉันไม่ใช่น้ำเปล่านะ!】
ฟางโม่โม่เงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “เพราะอย่างนั้นเสี่ยวกุ้ยถึงสำคัญกับฉันมาก ในใจฉัน มันไม่มีใครแทนที่ได้ ไม่มีใครทั้งนั้น! ฉันตัดสินใจแล้ว วันนี้กลับไปฉันจะถอนหมั้นกับผู้ชายนิสัยแย่นั่นให้เรียบร้อย โชคดีที่เรายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส พิธีหมั้นก็ยังไม่ได้จัด ทุกอย่างยังทันอยู่”
【ดีมาก! ถึงจะดูเป็นสาวหวาน แต่ข้างในใจเธอนี่เท่มาก!】 【แล้วลูกล่ะ? ยายแก่คนนั้นไม่ได้บอกเหรอว่าเธออาจจะท้องแล้ว?】
ฟางโม่โม่ลูบท้องตัวเอง สีหน้าเยือกเย็น “ฉันจะไม่เก็บลูกไว้ ชีวิตฉันลำบากมากพอแล้ว ถ้าฉันยังไม่มีความสามารถมากพอ ฉันจะไม่ให้ลูกต้องมาทนลำบากด้วย” “ยิ่งไปกว่านั้น ฉันก็ยังอยากให้ลูกเกิดมาท่ามกลางความรักและการรอคอย ไม่ใช่เพราะแผนการหรืออุบัติเหตุ”
【พระเจ้า ฉันอยากให้ทุกคนคิดได้แบบนี้บ้าง พี่สาวสายหวานเข้าใจโลกดีมาก】 【จริงที่สุด! เกลียดที่สุดเลยพวกที่รู้ตัวว่าให้อนาคตดีๆ กับลูกไม่ได้ แต่ยังจะฝืนมีลูก พอมีแล้วกลับโยนความผิดทุกอย่างให้ลูก เด็กไม่มีสิทธิเลือกเกิด แต่พวกคุณมีสิทธิตัดสินใจไม่ให้เขาเกิดนะ! แล้วพอเกิดมาก็หาว่าทำให้คุณมีชีวิตลำบากอีก มันใช่เรื่องมั้ย】
【เฮ้อ ยังไม่แต่งงานก็ไปทำแท้ง แบบนี้จะมีผู้ชายคนไหนเอาอีกเหรอ? อีกอย่าง เด็กก็เป็นชีวิตนะ เธอทำแบบนี้ไม่เท่ากับฆ่าคนเหรอ?】
【ขำอ่ะ พี่สาวสายหวานนี่ถ้าท้องจริงๆ ก็คงยังไม่ถึงเดือน ลูกยังไม่ทันเป็นตัวเป็นตนเลย จะฆ่าอะไร? แล้วอีกอย่าง จะมีหรือไม่มีผู้ชาย มันเกี่ยวอะไร? ทำไมล่ะ ไม่มีผู้ชายแล้วอยู่ไม่ได้เหรอ?】
“ยินดีด้วยนะ” เสิ่นซินเย่วมองเธอด้วยแววตาอบอุ่น “เพราะความเด็ดขาดของเธอ ชะตาชีวิตของเธอในชาตินี้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากห่างไกลจากครอบครัวนั้น เธอจะเจอแต่ความราบรื่น แล้วก็จะได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต!”
“จริงเหรอ!” ฟางโม่โม่ตาเป็นประกายด้วยความดีใจ ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าชีวิตตัวเองคงมีแค่นี้แล้ว แต่จู่ๆ ก็มีคนมาบอกว่าเธอจะเจอแต่สิ่งดีๆ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต แบบนี้จะไม่ให้เธอดีใจได้ยังไง?
“แน่นอน เสี่ยวกุ้ยคือตัวนำโชคของเธอ ส่วนเธอเองก็คือผู้ช่วยชีวิตของมัน” เสิ่นซินเย่วยิ้ม “คนใจดี ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดี ฟางโม่โม่ โชคดีของเธอ เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!”
【หืม? สารภาพมาซะดีๆ ว่าไลฟ์นี้ดูมากี่รอบแล้ว?】 【ฮือออ เข้าใจแล้ว ชะตามันเหมือนวงจรปิดจริงๆ ถ้าตอนนั้นพี่สาวสายหวานไม่ได้ให้ของกินเสี่ยวกุ้ย เสี่ยวกุ้ยก็คงไม่มาช่วยเธอในช่วงที่มืดมนที่สุดในชีวิต และครั้งนี้ก็เหมือนกัน เพราะเสี่ยวกุ้ย เธอถึงได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของครอบครัวนั้น! คิดไม่ออกเลย ถ้าเธอแต่งกับผู้ชายคนนั้นไป ชีวิตจะเป็นยังไง!】 【เธอกับมัน ต่างก็ช่วยเยียวยากันและกัน ฉันร้องไห้เลย】
ในสายตาของเสิ่นซินเย่ว เธอมองเห็นได้ชัดเจนว่าบนต้นไม้แห่งโชคชะตาของฟางโม่โม่ กิ่งก้านที่เคยงอกงามพลันเหี่ยวเฉาไป ในขณะเดียวกัน กิ่งใหม่ที่เต็มไปด้วยชีวิต ก็กำลังเติบโตอย่างแข็งแรง
ครึ่งแรกของชีวิตเธอเจอแต่ความลำบากมากมาย แต่นั่นกลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนเข้มแข็ง
เสี่ยวกุ้ยคือจุดอ่อนของเธอ และก็เป็นเส้นแบ่งที่เธอไม่ยอมให้ใครล้ำเส้นด้วยเช่นกัน.
อย่าไปแตะต้องจุดอ่อนของคนอื่นโดยไม่จำเป็น เพราะจุดอ่อนทำให้คนเราเปราะบาง แต่สิ่งที่เปรียบเสมือนเกล็ดมังกรกลับสามารถทำให้เด็กสาวที่ดูบอบบาง กลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ในพริบตา!
แฟนเก่าของฟางโม่โม่ยังคิดจะใช้ลูกในท้องมาขู่เธอ แต่สุดท้าย พวกเขาก็ต้องผิดหวังอยู่ดี คนในครอบครัวนั้น... ไม่มีทางได้จบดีแน่
พลังแห่งกุศลบารมีสายหนึ่งหล่นลงมาจากฟ้า เสิ่นซินเย่วรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า กฎเกณฑ์ของฟ้าดินที่เคยจำกัดเธอ เริ่มคลายตัวลงอีกเล็กน้อย
เพียงแต่ครั้งนี้ พลังบุญกุศลนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนตอนที่เธอช่วยเปิดโปงไอ้คนเลวให้ลู่ลู่ลู่เมื่อวาน เพราะวันนี้ เธอเปลี่ยนชะตาชีวิตแค่ของฟางโม่โม่เพียงคนเดียว แต่เมื่อวาน เธอช่วยกอบกู้ชีวิตของหญิงสาวนับไม่ถ้วนโดยไม่รู้ตัว
“โอเค วันนี้สามคนที่ถูกเลือกก็ติดต่อกันได้สำเร็จหมดแล้ว โอ้ใช่ ฉันช่วยเจ้าของห้องพูดหน่อยนะ ห้องนี้ตอนนี้ไม่ใช่บ้านผีสิงแล้ว ถ้าใครอยากเช่า ก็สามารถเช่าได้อย่างสบายใจ พวกเราในวัน—”
คำพูดยังไม่ทันจบ เสิ่นซินเย่วก็รู้สึกว่าอากาศรอบตัวเย็นลงกะทันหัน ในเวลาเดียวกัน ไฟในห้องนั่งเล่นก็กะพริบสองครั้งก่อนจะดับลงทันที!
【เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว?】 【นี่มันเหมือนฉากเมื่อวานไม่มีผิด! เมื่อวานไฟก็กะพริบแบบนี้ แล้วผีก็โผล่มา...】 【ผีอะไร? โลกนี้ไม่มีผีหรอก ฉันเป็นคนใหม่ในไลฟ์นี้ เล่าให้ฟังหน่อยว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น】
เสิ่นซินเย่วแค่ชะงักไปเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองขึ้นไป และก็เห็นว่ามีเงาห้าร่างปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว!
เป็นครอบครัวห้าคนจากเมื่อวานไม่มีผิด เพียงแต่ว่า กลิ่นอายดำมืดบนร่างของพวกเขา เมื่อเทียบกับเมื่อวานแล้ว จางลงไปมาก และยังมีแนวโน้มจะจางหายไปเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ
“กลับมาแล้วเหรอ?” เธอยิ้มแล้วถาม
“กลับมาแล้ว” ชายวัยกลางคนจูงมือลูกสาวไว้ พูดด้วยความซาบซึ้งใจ “อาจารย์ครับ พวกเรามาบอกลา”
“อ้อ” เสิ่นซินเย่วพยักหน้าแล้วพูดอย่างเข้าใจ “แค้นใหญ่ก็สะสางแล้ว พวกคุณคงไม่สามารถอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้อีก”
【หา? เธอพูดกับใครน่ะ? อย่างน้อยก็เปิดไฟก่อนสิ จะได้ไม่หลอนกันแบบนี้】 【เดาว่าต้องเป็นครอบครัวห้าคนจากเมื่อวานแน่! ขอเห็นหน้าหน่อย! อาจารย์ช่วยหมุนกล้องให้ดูหน่อยเร็ว เราอยากเห็นบ้าง!】 【กล้องหมุนมาเลย ถ้าเธอกล้าดูจริงๆ ฉันจะยกย่องให้ว่าเป็นคนกล้า】 【กลับมาแล้ว? กลับมาแล้วแปลว่าอะไร? พวกเขาแก้แค้นสำเร็จแล้วเหรอ? แล้วทำไมพอแก้แค้นได้ถึงอยู่ต่อบนโลกมนุษย์ไม่ได้ล่ะ?】
เสิ่นซินเย่วเห็นคอมเมนต์ ก็อธิบายว่า “โลกมนุษย์กับโลกวิญญาณต่างก็มีระบบกฎของตัวเอง พวกเขาก่อนหน้านี้กลายเป็นวิญญาณติดอยู่ที่นี้เพราะมีความอาฆาตฝังใจ จึงยังวนเวียนอยู่บนโลกได้ แต่ตอนนี้แค้นก็สะสางแล้ว ความอาฆาตก็หมดไป ถ้าอยู่ต่อไปจะทำให้ระเบียบของโลกนี้ปั่นป่วน”
【อ๋อ อย่างนี้นี่เอง】 【?? ไลฟ์นี้มันแนวไหนกันแน่เนี่ย? สตรีมเมอร์พูดอะไรมั่วๆ ก็ยังพอว่า แต่ทำไมยังมีคนเชื่ออีก? แจ้งความซะเลย】 【ไม่เข้าใจนายจริงๆ นายไม่เชื่อก็เรื่องของนาย ไม่มีใครบังคับให้นายเชื่อ แล้วจะแจ้งอะไรอีกล่ะ?】