ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)
ตอนที่ 52 — บทที่ 52
“เสิ่นซินเย่วอะไรนั่น!”
ถานเหวินซวนตะโกนด่าด้วยความโมโห “บ้านถานเลี้ยงเธอมาตั้งหลายปี เธอคิดจะเปลี่ยนนามสกุลก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?”
ถานหมิงเยี่ย “……”
เพราะเรื่องนามสกุลนี่แหละ เขาโดนทั้งเซี่ยจือเยี่ยนและพ่อด่าไปคนละชุดแล้ว
ถานชิงชิงแสร้งทำเป็นพูดขึ้นมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ “พ่อคะ พ่อโกรธก็ถูกแล้วล่ะ แต่เราก็ต้องเข้าใจพี่ซินเย่วบ้างนะคะ เธอทำไลฟ์สดก็อาจจะเพราะมันหาเงินได้เร็ว… ไม่อย่างนั้นงานทั่วไปเงินเดือนออกเป็นรายเดือน ตอนที่เธอไปก็ไม่ได้นำเงินติดตัวไปแม้แต่เฟินเดียว ไม่มีเงินก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้วค่ะ”
เฉียวพ่านตาเป็นประกายขึ้นมา “จริงด้วยค่ะ ที่รัก ตอนนี้ซินเย่วไม่ยอมขอโทษ ก็คงเพราะไลฟ์สดหาเงินได้เร็ว เธอเลยคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ไม่มีพวกเราก็อยู่ได้ แต่ถ้าเธอไม่มีรายได้เมื่อไหร่ เธอก็จะรู้ว่าครอบครัวเราน่ะสำคัญแค่ไหน ถึงตอนนั้นเธอถึงจะยอมทบทวนความผิดตัวเองจริงๆ”
ถานเหวินซวนหยิบแก้วบนโต๊ะน้ำชาขึ้นมาจิบเบาๆ แล้วพูดช้าๆ ว่า “ฉันจำได้ว่าแพลตฟอร์มโต่วอินนี่อยู่ใต้บริษัทไหนนะ?”
มุมปากของถานชิงชิงกระตุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอกำมือแน่น เพื่อกดความสะใจในใจไว้
เธอจะปล่อยให้เสิ่นซินเย่วมีชีวิตดีๆ ได้ยังไง?
ของที่เธอหวงเหมือนสมบัติล้ำค่า ทำไมเสิ่นซินเย่วถึงโยนทิ้งได้ง่ายๆ แบบนั้น?
แม่บ้านจางมีสีหน้าลังเลอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
นี่มัน…
มันเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
รู้ทั้งรู้ว่ารายได้ของคุณหนูซินเย่วตอนนี้คือไลฟ์สด แต่เพื่อบีบบังคับให้เธอยอมแพ้ พวกเขากลับถึงขั้นใช้วิธีแบบนี้?
พูดว่าเธอเป็น “คนในครอบครัว” อยู่กับปาก แต่ใครกันจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับ “คนในครอบครัว”?
แม่บ้านจางอ้าปากจะพูด แต่สุดท้ายก็ปิดปากเงียบ
เธอก็แค่คนใช้ในบ้านถาน เรื่องแบบนี้ไม่มีสิทธิพูดอยู่แล้ว
แค่สงสารคุณหนูซินเย่ว…
แม่บ้านจางถอนหายใจในใจ แล้วหันไปทำงานอย่างอื่น
ถานเหวินซวนเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายใจ หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาเจ้าของแพลตฟอร์มโต่วอินชื่อจ้าวจงเซียง
ทั้งสองทักทายกันไม่กี่คำ ถานเหวินซวนก็เข้าเรื่องทันที “คุณจ้าว ได้ยินมาว่าช่วงนี้มีแคสเตอร์คนหนึ่งชื่อ… ‘ซั่งเซียนเย่ว’ กำลังดังมาก?”
จ้าวจงเซียงสับสนเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มโต่วอินแต่ก็มีแคสเตอร์ตั้งมากมาย จะไปจำได้ทุกคนได้ยังไง?
เขาจึงหัวเราะแห้งๆ “เรื่องนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจครับ ต้องให้คนในทีมช่วยเช็กให้นะครับ…”
“ไม่ต้อง”
ถานเหวินซวนพูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง “แคสเตอร์คนนั้นคือ ลูกสาวของฉันเอง ถานซินเย่ว”
จ้าวจงเซียงชะงักอีกครั้ง ก่อนจะรีบตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ “อ้อ ที่แท้ก็ลูกสาวคุณถานนี่เอง! ผู้ช่วยของผมเสี่ยวซุนเคยพูดถึงครับ ว่าแคสเตอร์คนนี้กำลังมาแรง ไลฟ์สดแต่ละครั้งมีคนดูเกินแสนทุกครั้ง ผมยังสงสัยอยู่ว่าใครกันนะที่ดังขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นลูกสาวของคุณถาน สมแล้วที่เป็นลูกไม้ใต้ต้น…”
เขาพูดอย่างยกยอเต็มที่ แต่กลับไม่รู้เลยว่ากำลังยกยอผิดจังหวะ
ในแววตาของถานเหวินซวนวาบขึ้นด้วยความไม่พอใจ เขากดเสียงลง “ลูกสาวของฉันจะเก่งแค่ไหนไม่ต้องให้คนนอกมาบอก แต่วันนี้ฉันโทรหาคุณไม่ใช่เรื่องนั้น ลูกสาวบ้านถานของเรา จะมาเป็นแคสเตอร์ให้อะไรคนดูสนุกสนาน มันใช้ได้ที่ไหน?”
“?”
จ้าวจงเซียงเริ่มตามไม่ทันจริงๆ เขามึนอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า “อ๋อ… แต่การเป็นแคสเตอร์สมัยนี้ก็เป็นเรื่องปกตินี่ครับ…”
“แต่นั่นคือคนอื่น!”
ถานเหวินซวนพูดเย็นชา “คนอื่นฉันไม่ยุ่ง แต่ลูกสาวบ้านถานจะมาทำอาชีพนี้ไม่ได้”
จ้าวจงเซียง “งั้น…คุณถานหมายความว่า…”
ถานเหวินซวน “คุณหาเหตุผลสักข้อ ปิดบัญชีไลฟ์สดของเธอซะ ฉันยังเห็นว่ามีคลิปบันทึกจากไลฟ์ของเธอถูกแชร์ออกไปอีก ยอดดูสูงมาก ช่วยจัดการให้ความนิยมพวกนั้นลดลงด้วย”
จ้าวจงเซียง “……”
เขาหัวเราะฝืดๆ “คุณถาน ผมขอถามตรงๆ เรื่องนี้คุณหนูซินเย่วทราบหรือยังครับ? แล้วคุณหนูเธอก็ไม่ได้ทำผิดกฎอะไร ถ้าจะปิดบัญชีของเธอแบบนี้ มันไม่เป็นไปตามนโยบายของแพลตฟอร์มนะครับ…”
ใบหน้าของถานเหวินซวนมืดลง “ฉันเป็นพ่อของเธอ! เธอไปเป็นแคสเตอร์ก็เท่ากับขัดกับกฎของฉันแล้ว ฉันตัดสินใจแทนเธอได้ ต้องไปขอความเห็นเธอด้วยเหรอ?”
จ้าวจงเซียงมุมปากกระตุกเล็กน้อย เขามองมือถือในมืออย่างพูดไม่ออก
แต่เพราะอีกฝ่ายคือคุณถาน เขาจึงต้องกลั้นความไม่พอใจไว้ แล้วตอบกลับไป “ได้ครับคุณถาน ผมทราบแล้วครับ”
ถานเหวินซวนเสริมอีกว่า “คืนนี้จัดการเลยจะดีที่สุด ทำให้เร็วหน่อย”
“ได้ครับ”
หลังจากวางสาย ถานเหวินซวนก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
ถานหมิงเยี่ยพูดอย่างสะใจอยู่ข้างๆ “รู้งี้ตั้งแต่วันแรกที่เธอเริ่มไลฟ์สดก็ควรจะปิดบัญชีไปเลย พวกเรายังเห็นแก่ความหลังเก่าอยู่แท้ๆ ไม่คิดเลยว่าเธอกลับไม่เห็นค่ามันเลยสักนิด แบบนี้ล่ะมั้ง เธอน่าจะเข้าใจเสียที ว่าถ้าไม่มีบ้านถาน เธอก็ไม่มีอะไรเลยใช่ไหม?”
“เชื่อเถอะ อีกไม่นาน เธอก็ต้องรู้ตัวว่าทำผิด แล้วกลับมาขอโทษเราแน่นอน”
เฉียวพ่านถอนหายใจเบาๆ “ก็ควรจะปราบนิสัยเธอให้สักหน่อยจริงๆ”
เพราะถานเหวินซวนเป็นคนกดดัน ทำให้ไลฟ์ของเสิ่นซินเย่วถูกปิดในคืนวันนั้นทันที
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาจากระบบหลังบ้าน สายตาของเสิ่นซินเย่วก็ดูเย็นชา
เธอลองล็อกอินเข้าบัญชี ก็พบว่ามีข้อความขึ้นว่า บัญชีถูกระงับชั่วคราวเพราะมีพฤติกรรมผิดกฎ
แต่เธอมีพฤติกรรมผิดกฎจริงหรือไม่ ใครๆ ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
รีบร้อนกันขนาดนี้เชียว?
เสิ่นซินเย่วแค่นหัวเราะเบาๆ ครอบครัวนี้ช่างเหมือนกับที่อยู่ในความทรงจำของเธอไม่มีผิด พวกเล่ห์เหลี่ยมสกปรกไม่เคยขาด
เธอเคยคิดว่ามีแค่ถานชิงชิงคนเดียวที่ร้ายลึก แต่ตอนนี้เธอถึงได้แน่ใจ ว่าเลือดเดียวกันมันไม่ผิดแน่ คนพวกนี้ก็เป็นพวกเดียวกันหมด
บัญชีถูกปิดแล้วไง?
ยอดเข้าชมถูกลดแล้วไง?
คิดว่าแค่นี้จะบังคับให้เธอก้มหัวได้หรือไง?
เสิ่นซินเย่วหัวเราะเยาะ ไม่แม้แต่จะคิดยื่นอุทธรณ์
ยังไงก็จะมีคนมาขอร้องช่วยปลดล็อกให้เธอเอง
แต่ครอบครัวถานพวกนี้…
เธอเคยเห็นแก่บุญคุณที่เลี้ยงดูมาหลายปี เลยไม่อยากคิดบัญชีด้วย แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเขากลับได้ใจใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ ต้องมีการเอาคืนแน่นอน
เสิ่นซินเย่วคิดๆ ไป ใจก็เริ่มมีแผนการขึ้นมาแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสิ่นซินเย่วถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะประตู
เธอมองนาฬิกา เวลาตอนนี้ก็สิบโมงกว่าแล้ว
“ใครน่ะ?”
เสียงของเจ้าของห้องเช่าดังมาจากข้างนอก “อาจารย์ ผมเองครับ”
เสิ่นซินเย่วเปิดประตู แล้วก็เห็นเจ้าของห้องเช่ายืนอยู่หน้าประตู สีหน้าดูเกรงใจ
เขาเลียริมฝีปาก คล้ายจะรู้สึกกระอักกระอ่วน “อาจารย์ ผมไม่ได้ปลุกคุณจากการนอนใช่ไหมครับ…”
“เปล่าค่ะ”
เสิ่นซินเย่วถามขึ้นลอยๆ “คุณเจอผู้เช่าคนใหม่แล้วเหรอคะ?”
ตอนนี้ห้องนี้หลุดพ้นจากชื่อเสียงเรื่องบ้านผีไปเรียบร้อย อีกทั้งไม่กี่วันนี้ยังอยู่บนกระแสในโซเชียลอีกด้วย จะมีคนมาเช่าก็ไม่แปลกอะไร
“มะ…ไม่ใช่ครับ!”
เจ้าของห้องเช่าส่ายหัวแรงจนแทบเหมือนหัวสั่น
“อาจารย์ ผมมาขอบคุณคุณต่างหาก!”
เขาหยิบมือถือออกมา ดวงตาแดงวาบด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ
“ขบวนการค้ามนุษย์รายใหญ่ในเมืองเจียงเฉิง ถูกจับได้ทั้งหมดแล้วครับ!”