← สารบัญ ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)

ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)

ตอนที่ 57บทที่ 57

จ้าวจงเซียงพูดด้วยท่าทางหมดหวัง “สร้อยเส้นนี้ เป็นของที่น้องชายของภรรยาให้มา”

“ไอ้น้องเขยคนนี้ตั้งแต่เด็กก็ถูกคนในบ้านตามใจเสียคน ไม่ตั้งใจเรียน พอโตขึ้นมาก็ยิ่งเหลวแหลก ไม่มีงานการเป็นหลักเป็นแหล่ง วันๆ เอาแต่ขอเงินจากพี่สาว”

“เพราะมันนี่แหละ ผมกับภรรยาไม่รู้ทะเลาะกันมากี่รอบแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย สองสามวันก่อนมันก็โผล่มาที่บ้านอีก คราวนี้ผมอยู่พอดี มันเปิดปากมาขอเงินล้านหยวน!”

จ้าวจงเซียงพูดด้วยความโมโห “เหตุผลที่มันให้มาก็คือ มันติดการพนันจนเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ ตอนนี้ไม่มีปัญญาใช้หนี้ แล้วพวกเจ้าหนี้ก็ขู่จะตัดนิ้วมัน ผมนี่แทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว แต่พอภรรยาผมได้ยินว่าน้องชายสุดที่รักจะถูกตัดนิ้ว ก็ถึงกับลนลาน จะให้เงินทันที”

“ผมนี่ทนไม่ไหวจริงๆ พูดต่อหน้ามันเลยว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมช่วยมัน ถ้ามันยังกล้ามาขอเงินอีก ผมจะหย่ากับพี่สาวมันทันที!”

จ้าวจงเซียงกำหมัดแน่น “ตอนนั้นมันคงกลัวจริงๆ ว่าผมจะหย่ากับพี่สาวมัน ก็เลยรับปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะไม่ทำอีก จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาได้สองสามเดือนแล้ว มันก็ไม่ได้โผล่มาอีกเลย ผมยังคิดว่ามันสำนึกผิดแล้ว ที่ไหนได้ ที่แท้รอมาทำร้ายผมอยู่ที่นี่!”

เสิ่นซินเย่วถามว่า “สร้อยคอเส้นนี้เขาให้มาเหรอ?”

จ้าวจงเซียงพยักหน้า “เมื่อกี้ภรรยาผมเพิ่งยอมรับ ว่าประมาณเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา น้องชายเธอโผล่มาหาอีก ตอนนั้นผมไม่อยู่บ้าน ภรรยาผมก็กลัวผมจะโกรธ รีบไล่มันทันที”

“แต่มันบอกว่าคราวนี้ไม่ได้มาขอเงิน มันบอกว่ารู้ตัวว่าทำผิดมามากแล้ว มาขอโทษ แล้วก็ยื่นกล่องห่ออย่างดีให้เธอ ข้างในก็คือสร้อยเส้นนี้”

เขาพูดพลางกัดฟันแน่น “ว่าแล้วเชียว วันนั้นพอกลับบ้าน ภรรยาผมก็รีบร้อนให้ผมใส่สร้อย นี่มันเพราะไอ้นั่นย้ำกับเธอว่า ขอสร้อยนี้มาให้ผมโดยเฉพาะ!”

“ยังบอกอีกว่า ห้ามบอกผมว่าเขาเป็นคนให้มา เพราะถ้าผมรู้ ผมต้องไม่ยอมรับแน่ๆ”

“ภรรยาผมก็ซื่อเกินไป ดันไม่พูดจริงๆ! ถ้าผมไม่ถามวันนี้ ไม่รู้เธอจะปิดไว้ถึงเมื่อไหร่!”

“ไอ้นั่นใจมันร้ายจริงๆ ผมช่วยมันมาตั้งเท่าไหร่ มันไม่คิดบุญคุณผมเลยสักนิด พอครั้งเดียวที่ผมไม่ช่วย มันกลับเกลียดผมถึงขนาดใช้วิธีต่ำๆ แบบนี้มาทำร้ายผม!”

เสิ่นซินเย่วถือสร้อยไว้ในมือ พูดเสียงหนัก “เขาอาจจะไม่รู้เรื่องจริงก็ได้ เพราะสร้อยเส้นนี้ ก็อาจมีคนอื่นเอามาให้เขาอีกที”

“หมายความว่า ยังมีคนอื่นที่จ้องจะเล่นงานผมอีกเหรอ?!”

มุมปากของจ้าวจงเซียงกระตุก เขามั่นใจว่าเขาเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือคน ไม่คิดเลยว่าจะมีศัตรูขนาดนี้

‘ทำไมมีคนพยายามจะเล่นงานฉันตลอดเลยวะ!’

“ลองคิดดูดีๆ ว่าช่วงนี้คุณไปขัดแข้งขัดขาใคร หรือมีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับใครบ้างหรือเปล่า?”

“เรื่องผลประโยชน์เหรอ…”

จ้าวจงเซียงขมวดคิ้วคิดอย่างจริงจัง “พวกเราทำธุรกิจ มันก็ต้องมีบ้างอยู่แล้วเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงรอยกัน แต่ผมว่าผมก็จัดการทุกอย่างได้ดีพอสมควร คงไม่ถึงขั้นมีใครคิดจะฆ่าผมหรอก…”

เสิ่นซินเย่วพูด “ถ้าสร้อยเส้นนี้ส่งต่อมาถึงคุณผ่านน้องเขย งั้นก็แสดงว่าเขาน่าจะมีเบาะแสอะไรบางอย่าง”

จ้าวจงเซียงตาเป็นประกายทันที “จริงด้วย! งั้นผมโทรเรียกมันมาที่นี่เลย…”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็เก็บมือถือลงอย่างเก้อเขิน “ขอโทษนะครับคุณเสิ่น เดิมทีวันนี้ตั้งใจจะมาขอโทษคุณแท้ๆ กลับกลายเป็นสร้างเรื่องให้คุณยุ่งยากเข้าไปอีก งั้นเดี๋ยวผมติดต่อมันเป็นการส่วนตัวดีกว่า…”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ”

เสิ่นซินเย่วพูดขึ้น “ฉันเองก็อยากเจอเขาเหมือนกัน”

เพื่อดูดพลังโชค

ไม่รู้เพราะอะไร จู่ๆ เธอก็นึกถึงพ่อของเซี่ยจือเยี่ยน ที่มีเรื่องเกี่ยวกับพังพอนตัวนั้นขึ้นมาในหัว

ก็ใช้วิธีประหลาดแบบเดียวกันเพื่อดูดพลังชีวิตของคนอื่น

เธอไม่แน่ใจว่าสองเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า แต่ในเมื่อมีโอกาสแบบนี้ ก็ถือว่าเหมาะสำหรับตรวจสอบดู

พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของจ้าวจงเซียงก็สว่างวาบขึ้นมาทันที

เสิ่นซินเย่วยอมช่วย นั่นคือโชคดีที่สุดแล้ว!

ไม่ช้า น้องเขยของจ้าวจงเซียงก็มาถึง

เป็นชายหนุ่มร่างผอมชื่อ โหวซิน ดูแล้วอายุราวๆ สามสิบต้นๆ หน้าตาเจ้าเล่ห์ ปากแหลม ตาเล็กคม เคลื่อนไหวว่องไว ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมา ลูกตาก็กลอกไปมาไม่หยุด เหมือนกำลังคอยจับสังเกตหรือคำนวณอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

เพราะตอนที่จ้าวจงเซียงโทรหา ก็ไม่ได้บอกว่าเรียกมาทำอะไร แค่สั่งให้รีบมาที่ “อินเหอ” ให้เร็วที่สุด

อินเหอเชียวนะ!

ที่นี่เป็นสถานที่ระดับไฮเอนด์ โหวซินรู้สึกตื่นเต้นมาก เขาอายุเกินสามสิบแล้ว แต่ไม่เคยได้เข้ามาที่แบบนี้เลยสักครั้ง! ไม่คาดคิดเลยว่า พี่เขยที่ไม่ได้ติดต่อกันมาหลายเดือน อยู่ๆ วันนี้จะโทรมาชวนเขามาที่นี่ โหวซินคิดในแวบแรกว่า อีกฝ่ายคงจะอยากคืนดีกับเขา

เขาเดินตามพนักงานไปจนถึงหน้าห้องส่วนตัว แล้วก็ผลักประตูเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ พอเข้ามาก็ยิ้มแฉ่งแบบไม่มีมารยาท “พี่เขย นี่มันเรื่องอะไรกัน เราสองคนเป็นอะไรกัน ผมก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร แค่กินข้าวด้วยกัน ต้องเลือกสถานที่หรูขนาดนี้เลยเหรอ…”

ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เห็นเสิ่นซินเย่วนั่งอยู่ข้างๆ

ดวงตาของโหวซินเบิกกว้างทันที

ผู้หญิงคนนี้สวย…สวยมาก!

แม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามา แต่แค่เธอนั่งอยู่เฉยๆ ก็มีรัศมีสงบเยือกเย็นและลึกลับแผ่ออกมา พอรวมเข้ากับใบหน้าที่สวยอย่างไร้ที่ติแล้ว ถึงกับทำให้โหวซินแทบจะโดนดูดวิญญาณออกจากร่าง

“พะ…พี่เขยครับ” เขาพูดติดๆ ขัดๆ ทั้งที่ไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย “วันนี้เรียกผมมา มีเรื่องอะไรหรือครับ…”

โหวซินนึกขึ้นได้ว่า ตอนเจอกันครั้งล่าสุด พี่สาวเขาเคยกำชับไว้ว่า เขาอายุก็มากแล้ว ไม่ควรเอาแต่เล่นสนุกอีก ควรจะหาผู้หญิงดีๆ มาแต่งงาน ถ้าเขาทำตัวดีๆ พี่เขยอาจจะช่วยหาแฟนดีๆ ให้เขาด้วย…

เขากลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก หรือว่า…ผู้หญิงคนนี้ คือคนที่พี่เขยจะช่วยแนะนำให้?

แม้ว่าเธอจะดูอายุน้อยไปหน่อย แต่เขาก็สามสิบกว่าเข้าไปแล้ว…

แต่ไหนๆ พี่เขยก็พามาเจอกันถึงที่แล้ว แบบนี้…เขาก็โอเคเลย!

เลือดในร่างของโหวซินพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขารีบปัดผม จัดทรงตัวเองลวกๆ แล้วก็ยื่นมือออกไป “สวัสดีครับ…ผมชื่อโหวซิน…”

เสิ่นซินเย่วมองมาที่มือของเขา ซึ่งเพิ่งลูบผมมันๆ มาเมื่อครู่ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ทันรู้ตัว

“สวัสดี” เธอพูดสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ได้จับมือ และก็ไม่ลุกขึ้นด้วย

โหวซินเก็บมือกลับอย่างเคอะเขิน แต่ก็คิดว่าเธอคงจะเขิน ถึงอย่างนั้นก็ไม่เสียเวลาเลยแม้แต่น้อย จู่ๆ ก็จะนั่งลงข้างเสิ่นซินเย่วทันที!

จ้าวจงเซียงเห็นแล้วหนังตากระตุก รีบร้องห้าม “เดี๋ยวก่อน!”

โหวซินตอนนี้กำลังล่องลอยอยู่ในความสุข จนลืมความโกรธที่เคยมีต่อจ้าวจงเซียงไปหมด “โอย พี่เขย ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณคิดอะไร ถ้ารู้ว่าเป็นเรื่องนี้ อย่างน้อยคุณก็บอกผมล่วงหน้าสักหน่อย ผมจะได้จัดทรงมาให้ดูดีหน่อย…”

“พูดอะไรเพ้อเจ้อเนี่ย?”

จ้าวจงเซียงไม่พอใจ ดึงเขากลับมา แล้วชี้ไปที่สร้อยคอบนโต๊ะ “ฉันถามนาย สร้อยเส้นนี้มันมาจากไหน?”