← สารบัญ ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)

ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)

ตอนที่ 61บทที่ 61

“วันนี้ไว้ก่อนแล้วกัน” เสิ่นซินเย่วนึกถึงที่เจ้าของห้องบอกว่าลุงของเขาจะมา พวกเขายังต้องเจอหน้ากันอีก “พรุ่งนี้เถอะ”

“ได้เลยครับ!” จ้าวจงเซียงพูดด้วยความตื่นเต้น “ผมจะกลับไปให้คนของผมทำความสะอาดบ้านหลังนั้นให้เรียบร้อย คุณเสิ่นชอบสไตล์การตกแต่งแบบไหน สีแบบไหน…”

เสิ่นซินเย่วมองเขาอย่างจนใจ “อะไรก็ได้ เอาแบบเรียบๆ คุณจัดการเองเลยก็แล้วกัน”

เธอเปิดประตูรถพอดีกับที่มีสายโทรศัพท์เข้ามา โบกมือให้จ้าวจงเซียง แล้วก็หันหลังเดินไปทางประตูอาคาร

จ้าวจงเซียงหูไว ได้ยินเธอพูดว่า “ฮัลโหล เซี่ยจือเยี่ยนเหรอ?”

คุณชายเซี่ยจากตะกูลเซี่ย! จ้าวจงเซียงอดไม่ได้ที่จะกำพวงมาลัยแน่น สีหน้าตื่นเต้นจนปิดไม่มิด

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณชายเซี่ยกับเสิ่นซินเย่วไม่ธรรมดาจริงๆ เขามองคนไม่เคยพลาด พวกถานเหวินซวนนั่นคิดว่าเสิ่นซินเย่วไม่มีตระกูลถานคอยหนุนแล้วจะเดินต่อไม่ได้

หารู้ไม่ว่าเสิ่นซินเย่วไม่ใช่คนธรรมดาเลย การแยกจากกับตระกูลถาน สำหรับเธอเหมือนสลัดภาระทิ้งมากกว่า!

ตระกูลถานกลับมองไม่ออกกันเอง ยังคาดหวังให้เสิ่นซินเย่วกลับไปยอมรับผิดอีกด้วยซ้ำ

แววตาของจ้าวจงเซียงฉายแววดูแคลน ช่างน่าขันเสียจริง

เสิ่นซินเย่วกดรับสายเซี่ยจือเยี่ยน “มีอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก” เซี่ยจือเยี่ยนตอบ “ได้ยินมาว่าบัญชีไลฟ์ของเธอโดนแบน เลยโทรมาถามไถ่หน่อย”

เสิ่นซินเย่วหยิบกุญแจออกมาไขประตูพลางพูดล้อเล่น “แบบนั้นได้ไงกัน ในเมื่อคุณชายเซี่ยลงมือเอง คุณจ้าวจะกล้าทำให้คุณขายหน้าได้ยังไง เขาเพิ่งมาขอโทษฉันด้วยตัวเอง พวกเรายังเซ็นสัญญาไม่เป็นธรรมกันไปเลย แบ่งรายได้ 1:9 ฉันนี่ช่างได้กำไรเสียจริง”

เซี่ยจือเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น “อะไรๆ ก็ปิดไม่พ้นสายตาเธอจริงๆ”

“ชมเกินไปแล้ว” เสิ่นซินเย่วว่ายิ้มๆ “ขอบคุณคุณชายเซี่ยมากนะที่ช่วยเหลือฉันไว้”

น้ำเสียงของเซี่ยจือเยี่ยนฟังดูมีแววเหนื่อยใจ “เรียกชื่อฉันตรงๆ เถอะ เรียกแบบนี้แล้วฟังดูแปลกๆ ชอบกล”

“เหรอ งั้นต่อไปจะปรับปรุงนะ” เสิ่นซินเย่วเปิดประตูเข้าไป สีหน้ายิ้มๆ ค่อยๆ ลดลง “ฉันไม่ใช่แค่ไปกินข้าวกับจ้าวจงเซียงหรอกนะ ยังเจออะไรน่าสนใจบางอย่าง ไม่รู้ว่านายอยากฟังไหม”

“อะไรล่ะ?”

“รังของพังพอนเหลือง พ่อของนายมีข่าวอะไรไหม? วันนี้ฉันเจอสร้อยคอเส้นหนึ่งอยู่ที่ตัวจ้าวจงเซียง”

เสิ่นซินเย่วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง น้ำเสียงจริงจัง “ฉันรู้สึกแปลกๆ ตามหลักแล้วตอนนี้พลังวิญญาณร่อยหรอ กฎเกณฑ์ของฟ้าดินก็กดทับพวกวิญญาณและสัตว์ปีศาจ ต่อให้เผลอฝึกเป็นร่างมนุษย์ได้ ก็น่าจะใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากๆ”

“แต่พังพอนเหลืองตัวนี้กลับไม่เบาเลย ไม่แค่สร้างค่ายรวมพลังขนาดใหญ่ช่วยมันฝึกตน ยังดูดโชคชะตาจากทั้งพ่อของนายกับจ้าวจงเซียงแบบไม่ยั้ง แค่ระดับความเคลื่อนไหวแบบนี้ ฟ้าย่อมต้องรู้สึกตัวบ้างแน่ๆ”

“นายไม่รู้สึกเหรอ ว่ามันคุ้นๆ ไหม?”

แววตาเซี่ยจือเยี่ยนสั่นไหวเล็กน้อย “เธอหมายถึง...พระนั่นน่ะเหรอ?”

“ใช่” เสิ่นซินเย่วพูด “คนหนึ่งขโมยอายุขัยของคน คนหนึ่งขโมยโชคชะตาของคน แม้วัตถุประสงค์จะต่างกัน แต่ก็ดูเหมือนมีใครคอยช่วยปิดบังให้พวกมัน... แค่ไม่รู้ว่าคนเบื้องหลังเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า”

“แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นแค่ข้อสงสัยของฉัน หวังว่าฉันจะคิดมากไปเอง”

เซี่ยจือเยี่ยนเงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปลอบว่า “อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องจับตัวพังพอนเหลืองให้ได้ อาจจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์จากมันเยอะ”

“ส่วนรังของมันตอนนี้ยังหาไม่เจอ ที่นั่นกว้างมาก แถมคนก็น้อย ยังมีรังสัตว์อื่นอีกเพียบ หายากจริงๆ”

ตอนที่โทรศัพท์ดังขึ้น จ้าวจงเซียงกำลังขับรถด้วยอารมณ์เริงร่า เดิมเขาไม่คิดจะรับสาย แต่พอมองปราดเดียว เห็นชื่อบนหน้าจอแล้วก็ชะงักไป

สามตัวอักษร — “ถานเหวินซวน”

ไม่ดูยังดี พอเห็นแล้วจ้าวจงเซียงแทบไม่อยากขับรถต่อ เขาจอดรถข้างทางทันที รับสายด้วยรอยยิ้มเย็นเฉียบ

เสียงของถานเหวินซวนดังขึ้นทันทีอย่างตำหนิ “คุณจ้าว คนของคุณทำงานไม่ค่อยได้เรื่องนะ! เมื่อวานเราปิดบัญชีของถานซินเย่วไปแล้วไม่ใช่เหรอ? วิดีโอที่เกี่ยวข้องก็จำกัดยอดวิวหมดแล้ว แต่ทำไมวันนี้ฉันเห็นว่าบัญชีของเธอกลับมาแล้ว?”

“ผมเชื่อว่าคุณจ้าวไม่ใช่คนกลับคำแน่ๆ งั้นเรื่องนี้ก็คงเป็นเพราะคนของคุณไม่เชื่อฟังสินะ? คุณจ้าว คุณควรตรวจสอบคนของตัวเองให้ดีนะ เผื่อมีใครคิดทรยศขึ้นมา”

น้ำเสียงของถานเหวินซวนช่างแดกดัน ทั้งยังฟังดูเหมือนกำลังตำหนิ

จ้าวจงเซียงกัดกรามกรอด เป็นแกเองนะที่มาขอร้องแต่แรก

เขาหัวเราะเย็น “คุณถานพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ถานซินเย่ว? เท่าที่ผมรู้ คุณเสิ่นได้ตัดขาดจากพวกคุณไปนานแล้ว แถมก็ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดอะไรกับพวกคุณเลย ผมอยากรู้ว่าคุณถาน ตอนนี้คุณมีสถานะอะไรถึงได้มายุ่งเรื่องของคุณเสิ่น?”

เหมือนถานเหวินซวนจะไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ เงียบไปทันที “จ้าวจงเซียง คุณรู้ไหมว่าคุณพูดอะไรอยู่?”

จ้าวจงเซียงย้อนกลับไปด้วยน้ำเสียงแดกดันไม่แพ้กัน “รู้ดีเลยล่ะ ก็แค่สงสัยน่ะสิ คุณถานไม่ชอบที่คุณเสิ่นไลฟ์สดขนาดนั้นเพราะอะไร?”

“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้คุณเสิ่นเป็นคนดังเลยนะ ตำรวจเพิ่งจับแก๊งค้ามนุษย์รายใหญ่เมื่อคืน คุณเสิ่นมีบทบาทสำคัญมาก ตอนนี้ในเน็ตก็พูดถึงเธอเต็มไปหมด ถ้าผมไปจำกัดยอดวิววิดีโอพวกนั้นอีกล่ะก็…”

“วิดีโอพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นจากบัญชีทางการ ผมจะบ้าหรือไงไปมีเรื่องกับพวกเขา? แถมตอนนี้คุณเสิ่นแทบจะเป็นฮีโร่คนหนึ่งแล้ว คุณถาน นี่คุณยังกล้ามาเล่นแผนตื้นๆ อีกเหรอ? ผมกะจะไปหาคุณอยู่พอดี ไม่คิดว่าคุณจะกล้าโทรมาหาผมก่อน คุณรู้ไหมว่าผมโดนกดดันแค่ไหนเพราะเรื่องแบนบัญชีคุณเสิ่น?”

“ทั้งตระกูลซางจากเจียงเฉิง ตระกูลเฉิงจากเมืองหลวง แล้วก็ตะกูลเซี่ย พากันมาถามหาความรับผิดชอบกับผม คุณยังจะมาถามอีกว่าทำไมผมปลดแบนบัญชีของคุณเสิ่น? คุณไม่อ่านข่าวบ้างเลยเหรอ? เทียบกับพวกซาง เฉิง เซี่ยแล้ว ตระกูลถานของคุณน่ะ เทียบอะไรได้!”

ถานเหวินซวนยังไม่ทันได้คิดเรื่องน้ำเสียงของจ้าวจงเซียง ก็ร้องเสียงหลงทั้งตกใจและโกรธ “คุณพูดอะไรนะ? บอกว่าตระกูลซางแห่งเจียงเฉิง กับตระกูลเฉิงและเซี่ยช่วยถานซินเย่วออกหน้า?”

จ้าวจงเซียงหัวเราะเยาะ “คุณไม่รู้เหรอ? งั้นคนของคุณทำงานไม่ได้เรื่องแล้วล่ะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไม่บอกคุณ คุณควรกลับไปตรวจสอบคนของคุณดูให้ดี ว่ามีใครปิดข่าวไม่ยอมรายงานไหม”

“อ้อ ใช่ จะบอกอีกอย่าง อย่าเรียกคุณเสิ่นว่า ‘ถานซินเย่ว’ อีกเลยนะ ผมกลัวเธอจะรู้สึกซวย!”

จ้าวจงเซียงรัวคำพูดใส่ไม่ยั้ง ในที่สุดก็ได้ระบายออกเต็มที่!

ตระกูลถาน? เป็นอะไรนักหนากันนัก!