ไลฟ์สดทำนายดวง (ดังระเบิด)
ตอนที่ 82 — บทที่ 82
“ซื้ออายุ?”
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเงินปึกนี้กับกระดาษแผ่นนี้หมายความว่าอะไร แต่ประโยคที่เขียนอยู่บนกระดาษนั้น เขาก็ยังพออ่านออก
เสิ่นซินเย่วแค่นหัวเราะเย็นชา “ยี่สิบปี ช่างกล้าขอกันจริงๆ!”
กลางปึกเงินนี้ถูกผูกไว้ด้วยเชือกแดง เส้นเชือกนั้นยังมัดผมที่พันกันอยู่หลายเส้น ผมพวกนั้นพันกันมั่วซั่ว ไม่มีรูปทรง สีดำปนขาว ดูแห้งกรังไร้ความเงางาม คล้ายวัชพืช ดูแล้วน่าขยะแขยง
เธอลองนับดูคร่าวๆ เงินในนั้นมีแค่ประมาณหนึ่งหมื่นกว่าหยวน
ไม่พอเงินค่าขนมวันเดียวของคุณชายเฉิงด้วยซ้ำ
เซี่ยจือเยี่ยนขมวดคิ้วแน่น “นี่มันอะไรกัน เฉิงหลี่เป็นลมเพราะสิ่งนี้เหรอ?”
“ใช่”
เสิ่นซินเย่วใช้นิ้วสะกิดเชือกแดงเส้นนั้นเบาๆ “เคยได้ยินเรื่องการซื้ออายุไหม?”
พอถามจบ เธอก็ไม่รอคำตอบจากเซี่ยจือเยี่ยน เอ่ยต่อทันทีว่า “เรื่องแบบนี้มักเกิดขึ้นในโรงพยาบาล แต่ปกติจะใช้วิธีโปรยเหรียญไว้ในโรงพยาบาล ถ้าใครเก็บขึ้นมาได้ ก็แปลว่าเก็บเอาความเจ็บป่วยของคนอื่นมาด้วย”
“แต่ถ้าเก็บได้แบงก์ใบใหญ่ ก็หมายถึงอายุขัยของเธอถูกคนอื่นซื้อไปแล้วบางส่วน ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกที่มีคนยัดเงินหนึ่งหมื่นเพื่อซื้ออายุยี่สิบปีแบบตรงๆ ดูท่าชะตาของคุณชายเฉิงเรานี่จะสูงส่งจริงๆ อายุขัยเลยมากพอจะดึงดูดคนพวกนี้ได้”
เห็นเธอยังมีอารมณ์ล้อเล่น เซี่ยจือเยี่ยนก็รู้สึกโล่งใจลงนิดหน่อย
นี่อาจเป็นความมั่นใจในตัวเองของเสิ่นซินเย่วก็ได้
“เงินพวกนี้เพิ่งถูกยัดใส่ตัวเขา คนที่ทำยังต้องอยู่ในโรงพยาบาลแน่ๆ ขอแค่หาเจอ เรื่องนี้ก็จัดการได้”
เสิ่นซินเย่วหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กๆ ออกมาแล้วพูดเบาๆ ว่า “อันอัน ถึงเวลาทำงานแล้ว!”
เซี่ยจือเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะมองตุ๊กตานั้นสองสามครั้ง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ก็มีควันดำพุ่งขึ้นมา แล้วเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ถักเปียสองข้าง ไม่มีตา ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาทันที!
“อ๊ะ พี่ชาย~”
อันอันกัดนิ้วตัวเองเอียงคอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชมโดยไม่ลังเล “พี่ชายหล่อจังเลย~”
เซี่ยจือเยี่ยนแทบช็อกจนหัวใจหยุดเต้นกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเธอ!
“เธอ…!”
“เด็กแค่นี้ ก็หลงความหล่อซะแล้ว”
เสิ่นซินเย่วเคาะศีรษะของอันอันเบาๆ “รีบไปหาคนให้ฉัน ไม่งั้นจะไม่ให้เห็นพี่ชายหล่อๆ แบบนี้อีกเลยนะ”
คำขู่นี้กลับได้ผลกับอันอันมากอย่างไม่น่าเชื่อ เธอยกมือเล็กๆ ขึ้นมาคัดค้านทันที “ไม่ได้ๆ อันอันจะไปเดี๋ยวนี้เลย พี่ชายคนนี้ใจดีต่อสายตาของอันอันมาก!”
พูดจบ เธอก็ไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว กลายเป็นกลุ่มควันดำแล้วลอยออกไปทางหน้าต่างทันที
เซี่ยจือเยี่ยนจ้องมองไปยังหน้าต่างที่เธอเพิ่งหายไปอยู่พักใหญ่ กว่าจะได้สติกลับมา
เพียงแต่สิ่งแรกที่เขานึกขึ้นได้ในใจตอนนี้กลับเป็น — “ใจดีต่อสายตา...แต่เธอก็ไม่มีตานี่นา…”
เสิ่นซินเย่วหัวเราะ “เธอก็เป็นผีแล้ว จะมีตาหรือไม่มันสำคัญตรงไหน?”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อย “นี่ไม่ใช่หลักฐานชัดๆ หรอกเหรอว่า ถึงแม้จะไม่มีตา ความหล่อของคุณชายเซี่ยเราก็ยังเปล่งประกายสุดๆ อยู่ดี?”
“ใช่มั้ยล่ะ พี่ชายหล่อ~”
เธอเลียนเสียงพูดของอันอัน เซี่ยจือเยี่ยนหน้าแดงเรื่อถึงใบหู รีบเบือนหน้าหนี เปลี่ยนเรื่องอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเคยเจอเธอมาก่อน”
“เธอชื่ออันอัน”
เสิ่นซินเย่วพูด “เป็นเด็กในบ้านผีสิงนั่น ตอนนี้อยู่กับฉันแล้ว ถึงจะยังเด็กอยู่แต่ก็ทำงานเก่งมากนะ”
“...โอเค”
เซี่ยจือเยี่ยนพยักหน้า “จ้างแรงงานเด็กชัดๆ”
“นี่เรียกว่าการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่างหาก”
เสิ่นซินเย่วชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง แตะลงไปที่จุดฝังเข็มหลายจุดของเฉิงหลี่
คิ้วของเฉิงหลี่ที่ยังนอนหลับอยู่ขมวดแน่นขึ้นทันที แต่สีหน้ากลับดูดีขึ้นกว่าเดิม
อย่างน้อยก็ไม่เหมือนเมื่อครู่ที่ซีดเผือด ยังพอมีสีเลือดกลับมาเล็กน้อย
“กล้ามาทำเรื่องแบบนี้ต่อหน้าฉัน เจอฉันเข้าก็ถือว่าพวกมันดวงซวยแล้ว”
เสิ่นซินเย่วพูดเสียงเย็น “ตอนนี้เรารอแค่อันอันเจอคนคนนั้นเท่านั้น”
ตามที่เธอพูด อันอันถึงจะเด็ก แต่เรื่องงานนั้นไว้ใจได้มาก
ไม่ต้องใช้เวลานาน ทั้งสองก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากข้างนอก!
“อ๊าก!!!”
เสิ่นซินเย่วกับเซี่ยจือเยี่ยนสบตากัน
ริมฝีปากของเสิ่นซินเย่วยกยิ้มน้อยๆ แต่ในแววตาไม่มีความขบขันเลยแม้แต่น้อย “เจอแล้ว”
ทั้งสองเดินออกจากห้องผู้ป่วย เดินตามทิศทางของเสียงเมื่อครู่ แล้วก็เห็นใต้ป้าย “ทางหนีไฟ” ตอนนี้มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งขดตัวอยู่
เธอนั่งกอดเข่าหมอบอยู่กับพื้นเหมือนเพิ่งเจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างสั่นเทาไม่หยุด
เสิ่นซินเย่วหัวเราะเบาๆ แล้วตบไหล่เธอเบาๆ “เป็นอะไรไปน่ะ? ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ผู้หญิงคนนั้นตอนนี้ตัวสั่นเหมือนคนเป็นไข้ หนาวจนคุมตัวเองไม่อยู่ พอโดนตบไหล่เข้าไปไม่ทันตั้งตัว ยิ่งตกใจสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่คาดคิดเลยว่าแสงไฟสีเขียวอ่อนจากป้าย “ทางหนีไฟ” กำลังส่องกระทบใบหน้าของเสิ่นซินเย่วกับเซี่ยจือเยี่ยนพอดี!
โดยเฉพาะเมื่อมองจากมุมของเธอ ที่เป็นมุมต่ำเงยขึ้นไป ทำให้ดูน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า!
หญิงวัยกลางคนกรีดร้องลั่นอีกครั้ง เสียงดังจนเหมือนจะทะลุแก้วหู หัวแทบจะมุดเข้าไปในเข่าตัวเอง “อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามานะ!”
“ทำไมล่ะ?”
เสิ่นซินเย่วนั่งยองลง พูดเสียงเรียบ “ไม่ได้ทำเรื่องผิด จะกลัวผีเคาะประตูทำไม? หรือว่าเธอทำอะไรไม่ดีไว้ ถึงได้รู้สึกผิดขนาดนี้?”
ต้องยอมรับว่าจิตใจของผู้หญิงคนนี้ก็ถือว่าเข้มแข็งอยู่
จากตอนแรกที่กลัวแทบตาย พอได้ยินคำพูดของเสิ่นซินเย่วกลับเริ่มตั้งสติได้บ้าง
ก็เพราะคนที่อยู่ตรงหน้านี่ “พูด” กับเธอ
ถ้าเป็นผีจริงๆ คงไม่มาเถียงอะไรแบบนี้หรอก
พอคิดได้แบบนั้น หัวใจที่เต้นแรงรัวๆ ก็เริ่มสงบลงทีละนิด
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติ แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างมากว่า “หนูพูดอะไรแบบนี้ได้ยังไง? ว่าใครทำเรื่องไม่ดี เธอมีหลักฐานเหรอ? ถ้ายังพูดมั่วแบบนี้ ฉันจะฟ้องเธอข้อหาหมิ่นประมาทเลยนะ!”
“หลักฐานเหรอ?”
เสิ่นซินเย่วนิ้มบางๆ แล้วหยิบปึกเงินที่เจอในกระเป๋าเสื้อเฉิงหลี่ออกมา “แบบนี้นับเป็นหลักฐานได้มั้ย?”
พอเห็นเธอเอาเงินออกมา แววตาของผู้หญิงคนนั้นก็วูบไหวด้วยความรู้สึกผิด แต่เธอก็รีบเก็บสีหน้ากลับคืนในทันที “มันคืออะไร? ฉันไม่รู้จักหรอก หลบไปๆ ฉันไม่ว่างมาเล่นกับพวกเธอที่นี่!”
“เหรอ? ไม่รู้จักจริงๆ เหรอ?”
เสิ่นซินเย่วสะบัดปึกเงินในมือนิดหน่อย น้ำเสียงเจือความหมายลึกซึ้ง “งั้นคงเป็นฉันที่เข้าใจผิดไป ฉันนึกว่าเป็นฝีมือของพวกที่เล่นของนอกรีตซะอีก พอดีฉันก็พอมีความรู้ด้านนี้ งั้นขอเอาอายุยี่สิบปีของเพื่อนฉันกลับมาก็แล้วกัน”
ทันทีที่ได้ยินว่าจะ “เอาอายุกลับมา” หญิงคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาทันที คว้ากางเกงเธอไว้แน่น “พวกเธอจะทำอะไร!”
“เกี่ยวอะไรกับเธอ?”
เสิ่นซินเย่วทำหน้าสงสัย “ก็ในเมื่อไม่ใช่เธอเป็นคนทำ แล้วจะตกใจไปทำไม?”
ผู้หญิงคนนั้นยังปากแข็ง “ก็จริง ที่ไม่ใช่ฉันเป็นคนทำ แต่ในเมื่อเงินก็จ่ายไปแล้ว มันก็ต้องถือว่าซื้อขายเสร็จเรียบร้อย เธอกลับมาถอนทีหลังแบบนี้ มันดูไม่แฟร์เลยนะ?”
“ซื้อขายเสร็จเรียบร้อย?”
เสิ่นซินเย่วหัวเราะ “แน่ใจเหรอว่านี่คือซื้อขายแบบตกลงกันสองฝ่าย ไม่ใช่บังคับเอาของคนอื่น?”