← สารบัญ เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย

เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย

ตอนที่ 28028

บทที่ 28 ราคาข้าวที่พุ่งทะยาน

“เทพปลอมชั้นต่ำหรือ” อวี๋ลั่วจับจ้องหญิงชราที่เดินตามหลังชาวหมู่บ้านตระกูลหลินอยู่ไม่กะพริบ และเห็นพลังสีดำจางๆแผ่ออกจากหว่างคิ้วของหญิงชรา

ระบบจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย [ถูกต้องแล้ว เพียงแต่หญิงชราผู้นี้เพิ่งเริ่มติดต่อกับเทพปลอม หากยังติดตามและทำตามคำชี้แนะต่อไป ผลลัพธ์ย่อมเลวร้าย]

เทพปลอมไม่มีความสามารถดูดซับศรัทธา จึงต้องเสาะหาวิธีอื่นมาทดแทน อย่างเช่นราชครูในแคว้นเพื่อนบ้านจะนำส่วนหนึ่งของร่างกายผู้ศรัทธาไปแลกเปลี่ยนเป็นพลัง

อวี๋ลั่วครุ่นคิด “เป็นเทพเกี่ยวกับการประทานบุตรให้หรือไม่”

เมื่อเอ่ยเช่นนี้ นางก็พลันนึกถึงหนังสือที่หลินอันเหนียงมาจาก เรื่องราวที่นางเคยอ่าน ตัวนางเอกให้กำเนิดบุตรทีเดียวแปดคน แถมเป็นชายทั้งสิ้น หรือว่าล้วนเกี่ยวโยงถึงเทพปลอมชั้นต่ำนี้

“ข้าต้องระวังมากกว่านี้หรือไม่”

ระบบกล่าวด้วยน้ำเสียงพึงใจ [โฮสต์ช่างสังเกตยิ่งนัก ถูกต้องแล้ว เป็นเทพประทานบุตร แต่เป็นเพียงเทพปลอมชั้นต่ำ มีอันใดให้กลัว]

[หากโฮสต์ต้องการจัดการ วันใดอัปเกรดเป็นเทพฝึกหัด ก็ให้ผู้ศรัทธาของโฮสต์ตามไป แล้วดูดพลังของมันโดยตรง]

[เทพปลอมชั้นต่ำพวกนี้มักจะไร้ระเบียบและพ่ายแพ้ง่าย หาได้แข็งแกร่งอันใด ไม่อาจเติบโตขึ้นได้] เสียงของระบบค่อยๆแผ่วลง

“....” ระบบมักจะเป็นคนเตือนนางเสมอ และนางก็คิดว่ามันเป็นระบบที่ระมัดระวัง แต่แท้จริงแล้วนางต่างหากที่เป็นผู้ที่ระมัดระวังและรอบคอบที่สุด

นางจึงดึงพลังเล็กน้อยที่เหลืออยู่ในตัวหญิงชรา แล้วทำสัญลักษณ์หนึ่งไว้ จากนั้นใช้เครื่องขยายเสียงแจ้งเตือนหลินอันเหนียงและฮูหยินผู้เฒ่ากงซุนให้ทราบ ทางนั้นคณะของหมู่บ้านตระกูลหลินก็หยุดลงฉับพลัน

“ท่านบรรพชน มีสิ่งใดหรือขอรับ” ชาวบ้านตระกูลหลินเอ่ยถามขึ้น

ฮูหยินผู้เฒ่ากงซุนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบอย่างสงบ “ไม่มีอันใด เพียงแต่วันหน้า เจ้าทั้งหลายพึงระวังหมู่บ้านต้าเหอที่อยู่ข้างๆให้มากกว่านี้”

ชาวบ้านทั้งกลุ่มพยักหน้ารับ หาได้มีผู้ใดสังเกตเลยว่า หลินอันเหนียงหายตัวไปแล้ว

หลินซิ่วกับหลินจูสองเด็กหญิงกลับวิ่งไปหาเซียงเหนียงจื่อและเด็กในอ้อมแขนของนางเพื่อหยอกเย้า ฝ่ายหลินอันเหนียงได้รับบัญชาจากเทพธิดาแห่งขุนเขา นางจึงลอบติดตามหมู่บ้านต้าเหอจากด้านในป่า การเคลื่อนไหวของนางเบาราวแมวป่า หากมีผู้ใดมองเห็น นางก็จะกระโดดขึ้นต้นไม้หลบซ่อนแล้วตามไปไม่ไกลนัก จนกระทั่งหญิงชราที่ถูกทำสัญลักษณ์นั้นพามาถึงหน้าลานบ้านแห่งหนึ่ง บุตรชายของหญิงชราเปิดประตูเข้าไป มีเสียงหญิงสาวอ่อนแรงเล็ดลอดออกมา หญิงชราไม่ได้เข้าไป หากแต่ค่อยๆ เดินอ้อมไปยังลานเรือนข้างๆ

ไม่นานนัก มีหญิงชราอีกผู้หนึ่งออกมาร่วมด้วย จากนั้นยังไปตามเหล่าสะใภ้ในหมู่บ้านอีกหลายคน แล้วมุ่งหน้าไปยังริมแม่น้ำประจำหมู่บ้าน ที่นั่นมีเรือรับส่งซึ่งใช้เดินทางไปตัวเมืองอำเภอ หลินอันเหนียงเห็นความเชื่อมโยงทันที นางจึงรอจนพวกนั้นข้ามฝั่งไปแล้ว จึงขึ้นเรือตามไป

เมื่อถึงตัวเมืองอำเภอ กลุ่มหญิงชรากระจัดกระจายไปคนละทิศ ทำให้ตามได้ลำบาก

หลินอันเหนียงจึงเลือกติดตามหญิงชราที่คุ้นหน้าที่สุดไปจนถึงหน้าลานบ้านแห่งหนึ่ง ครั้นแล้วกลับไร้วี่แวว

นางรอคอยอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่มีผู้ใดออกมา นางมิได้ปีนขึ้นหลังคา หากแต่เพียงจดจำที่อยู่แห่งนี้ไว้ แล้วล่าถอยออกมาอย่างเงียบงัน จนถึงตรงนี้ นางถือว่าปฏิบัติบัญชาเสร็จสิ้น เทพธิดาแห่งขุนเขาหาได้สั่งให้ล่วงเกินเกินเลย นางจึงไม่ทำเกินขอบเขต

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นลง และเทพธิดาแห่งภูเขาไม่ได้ให้คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำต่อไป หลินอันเหนียงจึงไม่รีบร้อนทำอะไร นางมิได้รีบกลับไปเช่นกัน หากแต่เดินสำรวจเมืองอย่างรอบคอบ ประเมินสถานการณ์ แล้วจึงไปที่ร้านขายธัญพืช

“เถ้าแก่ ธัญพืชหยาบหนึ่งโต่วราคาเท่าใดหรือ”

ในเมื่อหมู่บ้านกำลังจะกักตุนเสบียง นางจึงฉวยโอกาสสอบถามราคาไว้ก่อน

เจ้าของร้านชูนิ้วให้ดู “สามสิบห้าเวินต่อโต่ว”

หลินอันเหนียงขมวดคิ้วเล็กน้อย “เหตุใดแพงขึ้น ราคาหนึ่งโต่วขึ้นถึงห้าเวิน หากหนึ่งสือมิเท่ากับห้าสิบเวินหรอกหรือ ” เมื่อไม่นานนางเพิ่งซื้อไป ยังจำได้ไม่ลืมว่าราคาถูกกว่านี้ เหตุใดราคาพุ่งขึ้นฉับพลัน

เจ้าของร้านปัดมือ “ไม่ซื้อก็หลีกไป ฤดูหนาวปีนี้หนาวจัด ใครจะรู้ว่าปีหน้าจะเกิดอันใด เสบียงเช่นนี้ไม่มีวันขายไม่ออก”

หลินอันเหนียงเดินไปหลายร้าน พบว่าราคาเกือบร้านต่างเท่าเทียมกัน หรือว่าข่าวความหายนะกำลังแพร่กระจาย แต่เมื่อดูสีหน้าผู้คนกลับไม่มีวี่แววหวาดหวั่น มีแต่เหล่าพ่อค้าเสบียงที่ทำตัวแข็งกร้าว

หญิงชราผู้หนึ่งเดินผ่านแล้วพ่นลมหายใจด้วยความขุ่นเคือง “เจ้าหาได้รู้ ทุกปีช่วงนี้พวกมันร่วมกันขึ้นราคา เหล่าพ่อค้าข้าวรายใหญ่ล้วนเป็นพวกเดียวกัน เราได้แต่กลืนเลือดลงท้องเท่านั้น”

ปกติคนซื้อข้าวให้ครอบครัวคือหลินเอ้อร์หลัว หลินอันเหนียงมิได้รู้เรื่องนี้มาก่อน นางคิดแล้วจึงกลับไปยังหมู่บ้าน

มาถึงก็พบว่าฮูหยินผู้เฒ่ากงซุนมาแล้ว “อันเหนียงจื่อ พบสิ่งใดหรือไม่”

หลินอันเหนียงส่ายหัว แม้เทพธิดาแห่งขุนเขาประทานร่างกายให้แข็งแรงขึ้นมาก นางไม่อาจได้ยินอันใดจากลานเรือนแห่งนั้น เทพธิดามิให้เปิดเผยตน นางจึงทำได้เพียงเท่านี้

ฮูหยินผู้เฒ่ากงซุนมิใช่ครั้งแรกที่พบเหล่าผู้บังคับลูกสะใภ้ให้ให้กำเนิดหลานชาย หากมิใช่คำเตือนของเทพธิดา นางเองก็มิได้ใส่ใจสักเท่าไร เพราะนี่คือความเคยชินของโลก หากเจ้าคิดช่วยมากไป ย่อมกลายเป็นผู้ถูกเกลียดชัง

“ข้าให้ชายฉกรรจ์ที่ไปซื้อเสบียงระวังตน และอย่าได้นำถุงหอมของเทพธิดาออกห่างกาย”

ฮูหยินผู้เฒ่ากงซุนถอนใจ “โลกนี้มีสิ่งน่าอัศจรรย์อยู่มาก หากมิใช่ได้บูชาเทพธิดาแห่งขุนเขา และเป็นผู้ศรัทธาของนาง พวกเราคงมิอาจล่วงรู้เลย”

หลินอันเหนียงเอ่ยเรื่องราคาข้าว ฮูหยินผู้เฒ่ากงซุนขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว

“ข้าได้ติดต่อพ่อค้าเสบียงในเมืองฉงโจวที่กล่าวไว้แต่ก่อนแล้ว เมืองฉงโจวมีไร่นาอุดมสมบูรณ์ ข้าวถูกกว่าที่นี่มาก เมื่อเขามาถึงพวกเราก็ซื้อร่วมกัน”

นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ นางต้องการเสบียงกองนี้ให้ได้ หากหมู่บ้านรวบรวมเงินไม่พอ นางก็พร้อมจะออกให้ส่วนหนึ่ง

หลินอันเหนียงถอนใจ “เพียงขออย่าให้ราคาข้าวในหัวเมืองพุ่งขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนั้นราษฎรคงไม่มีปัญญาซื้อ ต้องอดตายเป็นแน่”

นางรู้ดีว่าความทรมานของความหิวโหยเป็นเช่นไร

ขณะนั้นหลินซิ่ววิ่งมาพร้อมน้องสาว “ท่านแม่ ท่านแม่ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”

ด้านหลังเป็นหนิงเซียงเชี่ยวซึ่งอุ้มลูกสาวจูงลูกชาย

หลินซิ่วรีบเอ่ย “ท่านแม่ เมื่อวานพวกเราขึ้นเขา ข้าพบว่าท่านลุงใหญ่พาพี่สาวเหลียนกลับมา พวกเขานำถุงเสบียงสองใบออกไป แล้วก็ไปบอกผู้อื่นว่าพวกเรากล่าววาจาไร้สาระ!"

หลินซิ่วกำหมัด หน้าก้มบูดบึ้ง นางพบป้าจากหมู่บ้านข้างเคียง สตรีนางนั้นกล่าวหาว่าท่านแม่เป็นหญิงหลอกลวงและเป็นสตรีทำลายบ้าน หากมิใช่เพราะน้องสาวรั้งไว้ นางคงถีบประตูบ้านแล้ว