← สารบัญ โลกภารกิจ ตัวประกอบโชคดี (หนิงเย่ว)

โลกภารกิจ ตัวประกอบโชคดี (หนิงเย่ว)

ตอนที่ 97หนิงเย่ว ฟูเป่าประจำยุค 70 บทที่ 0097

บทที่ 97

“พี่สาว นี่มันของดีนะ ใครจะได้กินทุกวันล่ะ? แถมซื้อมาเยอะขนาดนี้ จะเก็บรักษายังไง?”

“ไม่ต้องห่วงเลย ฉันจะแบ่งออกไปครึ่งหนึ่ง ที่เหลือก็หั่นเป็นแผ่นแล้วตากแห้งไว้ กินไปเรื่อยๆ”

หนิงเย่วได้แต่พูดอย่างจนใจว่า “ก็ได้ๆ เห็ดซงหรงหายากแล้ว พี่เพิ่งคลอด ฉันเลยให้พี่มากหน่อยก็ได้ ไม่เป็นไร ไว้ฉันเก็บได้อีกก็จะส่งไปให้เลย”

โจวชิงเหวินพอใจขึ้นมาทันที แล้วเธอก็คว้าเอาถุงผ้าของหนิงเย่วมา เทออกไปครึ่งหนึ่งเต็มๆ หนิงเย่วเห็นแล้วถึงกับอึ้ง “เหลือแค่นี้เอง แถมยังเป็นดอกเล็กๆ จะเอาไปส่งให้คนได้ยังไง?”

โจวชิงเหวินกลับเททุกอย่างจากถุงของเธอมารวมกับกองของตัวเอง “งั้นวันนี้ไม่ต้องส่งให้เขาหรอก ฉันเอาทั้งหมดเลย ราคาก็เท่าเดิมกับคราวก่อน เดี๋ยวอีกสองสามวันเธอเก็บได้ใหม่ก็ค่อยส่งไปให้เขาก็จบแล้วนี่นา”

หนิงเย่ว: ……

ตอนออกจากบ้านตระกูลโจว ใบหน้าของต้าหยาแดงเรื่อด้วยความตื่นเต้น เพียงแค่นี้อาเล็กก็หาเงินได้ตั้งหกสิบเอ็ดหยวนเต็มๆ ยังไม่รวมคูปองอาหารอีกสิบกว่าจิน ใครบอกว่าอาเล็กขี้เกียจกินสบายๆ ไม่ทำงาน? ความสามารถของอาเล็กมีมากกว่าที่ใครจะคิดถึงเสียอีก! ถ้าไม่ติดที่เธอต้องไปทำงานเพื่อแลกแต้ม เธอก็อยากไปเก็บเห็ดซงหรง กับอาเล็กด้วย ถึงวันหนึ่งจะได้แค่ครึ่งจิน แต่เดือนหนึ่งก็ได้ตั้งสี่สิบกว่าหยวนแล้วนะ

“คิดอะไรอยู่?”

ต้าหยารีบได้สติกลับมา “เปล่าๆ ไม่ได้คิดอะไรค่ะ”

“งั้นก็รีบเดินหน่อย ยังมีเรื่องอื่นต้องทำอีกนะ”

ต้าหยาถึงนึกขึ้นได้ว่า ย่าให้อาเล็กไปสืบข่าวของหลี่ฟู่กุ้ย ใบหน้าเธอซีดลงทันที เม้มปากแน่น เดินตามหลังหนิงเย่วด้วยก้าวที่เร็วขึ้น

ทั้งสองเดินไปสิบนาที ก็ถึงบ้านพักพนักงานของสถานีเก็บอาหาร

หนิงเย่วก็เด็ดขาดไม่น้อย เพื่อความรวดเร็ว พอเจอบรรดาป้ากำลังนั่งเม้าท์อยู่ข้างถนน เธอก็เปิดการแสดงทันที

“ป้า ขอโทษนะคะ ขอถามหน่อย ที่นี่ใช่บ้านพักพนักงานของสถานีเก็บอาหารหรือเปล่า?”

หญิงวัยหกสิบกว่าคนหนึ่งพยักหน้า “ใช่จ้ะ มาหาใครหรือ?”

หนิงเย่วรีบร้องอ๋อขึ้นมา “ในที่สุดพวกเราก็หาถูกที่แล้ว! ที่นี่มีคุณหลี่คนหนึ่งทำงานอยู่ในสถานีเก็บอาหารใช่ไหมคะ?”

“พี่สาวฉันแต่งเข้ามาอยู่ในเมือง เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอไปเอาใบคูปอง แต่ดันทำหาย โชคดีที่คุณหลี่คนนี้เก็บได้แล้วเอามาคืนให้ ตอนนั้นเขาบอกแค่แซ่หลี่ ดูแล้วก็ไม่แก่เท่าไร

พี่สาวฉันก็เลยคิดว่า คนเก็บสมุดคูปองได้ก็คงทำงานอยู่ที่สถานีแน่ๆ เธอเลยอยากจะขอบคุณเป็นการส่วนตัว ก็เลยให้ฉันกับหลานสาวมาถามหาที่นี่ค่ะ!”

ต้าหยา: อาเล็กมีพี่สาวที่ได้สิทธิ์ปันส่วนอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เอาเถอะ ฝีปากแต่งเรื่องของอาเล็กนี่มันเก่งจริงๆ!

บรรดาป้าๆ ได้ยินว่าเป็นเรื่องดี ก็พูดคุยอย่างออก รสทันที “ที่เธอว่าน่าจะเป็นหลี่ฟู่กุ้ยนั่นแหละ ถ้าเป็นหนุ่มทำงานอยู่ในสถานีก็เขาคนเดียว แต่ตอนนี้เขากำลังทำงานอยู่ ต้องรอถึงเที่ยงถึงจะกลับ”

บ้านพักนี้ก็ไม่ได้ใหญ่อะไร มีอยู่แค่สามสิบกว่าหลัง แซ่ลี่ก็มีบ้านหลี่ฟู่กุ้ยแค่บ้านเดียว

หนิงเย่วถามต่อ “ไม่ทราบว่าที่บ้านเขามีใครอยู่ไหมคะ ถ้าได้เจอใครในบ้าน เราขอบคุณก็ได้เหมือนกัน”

เธอจำได้ว่า หลี่ฟู่กุ้ยกับพ่อของเขาต่างก็เป็นพนักงานประจำ แม่ของเขาเคยรับงานชั่วคราวทำความสะอาดเพื่อช่วยลูกชาย แต่หลังจากเขาแต่งงานใหม่ แม่ก็เลิกทำงานแล้ว เพื่อจะได้คอยจับตาดูเจ้าของร่างเดิมของเธอ

ดังนั้น ตอนนี้ที่บ้านหลี่ฟู่กุ้ยก็ย่อมไม่มีใครอยู่แน่นอน

“บ้านเขาไม่มีใครหรอก ทุกคนไปทำงานหมด เธอไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์”

“อ้าว? แล้วภรรยาเขาไม่อยู่บ้านเหรอคะ บอกกับภรรยาก็เหมือนกันนี่นา”

หญิงสูงวัยคนหนึ่งเบะปากทันที “ภรรยาเขาหย่ากันไปนานแล้ว จะไปหาภรรยาเขาที่ไหนอีก?”

ต้าหยาได้ยินก็หน้าซีด เขาหย่าแล้ว? งั้นหลี่ฟู่กุ้ยก็แต่งงานรอบสองสิ ไม่แปลกเลยที่เขาจะมาหาภรรยาที่ชนบท ที่แท้ก็เป็นผู้ชายแต่งงานรอบสอง!

“ภรรยาเขาก็ชะตาไม่ดี แต่งอยู่กันหกปี ไม่มีลูก ทุกคนก็คิดว่าเป็นฝ่ายหญิงที่มีปัญหา แม่ของฟู่กุ้ยก็ด่าซะว่าเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ สุดท้ายไปโรงพยาบาลตรวจ ปรากฏว่าปัญหาอยู่ที่ฟู่กุ้ยนี่เอง ภรรยาเขาเลยโมโหแล้วหย่าขาดทันที!”

คุณยายอีกคนถอนหายใจอย่างเสียดาย “เฮ้อ เด็กคนนี้ ต่อไปหาภรรยายากแล้วล่ะ แค่เรื่องมีลูกไม่ได้ก็พอแล้ว จะมีสาวบ้านไหนยอม?”

“ไม่แน่หรอกนะ ได้ยินว่าช่วงนี้บ้านหลี่วิ่งไปชนบทบ่อยๆ พวกบ้านนอกที่ถือชายเป็นใหญ่ แค่ให้ค่าสินสอดมากหน่อย ก็มีสาวยอมแต่งแล้ว!” ป้าอีกคนพูดอย่างดูแคลน

หนิงเย่วฟังถึงตรงนี้ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว เธอแอบเหลือบมองสีหน้าของต้าหยา พอเห็นว่าหน้าซีดก็รีบจับมือเธอไว้ทันที

ริมฝีปากของต้าหยาสั่น มืออีกข้างรีบคว้าเสื้อหนิงเย่วไว้แน่น แต่งงานหกปีถึงหย่า อย่างนั้นหลี่ฟู่กุ้ยไม่มีทางแต่งตั้งแต่อายุสิบหกแน่ๆ นี่หมายความว่าอายุจริงๆ ของเขาไม่มีทางแค่ยี่สิบสองปี ไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกว่าเขาดูแก่กว่าวัย

อีกทั้งเรื่องมีลูกไม่ได้ที่เขาปกปิดไว้ ถ้าแม่ของเขาอยากรักษาหน้าลูกชายไว้ จะโยนความผิดว่าเป็นเพราะเธอมีลูกไม่ได้หรือเปล่า? คิดมาถึงตรงนี้ ต้าหยารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ถ้าไม่ใช่ย่าให้อาเล็กมาสืบก่อน เธอคงถูกคนตราหน้าว่าเป็นแม่ไก่ไร้ไข่ไปทั้งชีวิตแน่!

ต้าหยามองหนิงเย่วอย่างน่าสงสาร เสียงอ่อนแรง “อาเล็ก กลับเถอะค่ะ หนูรู้สึกไม่ค่อยดี”

หนิงเย่วลูบมือเธอเบาๆ ก่อนหันไปมองบรรดาป้าๆ ด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย “ป้า ฉันว่าฉันคงหาคนผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณหลี่ที่เอาสมุดคูปองมาคืนวันนั้น เขามากับภรรยา ทั้งคู่ดูมีอายุสามสิบกว่าด้วยค่ะ แต่ที่พวกป้าพูดว่าหลี่ฟู่กุ้ยหย่าไปแล้ว แบบนี้ก็ไม่ตรงกันเลย เพราะเรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันเอง”

ป้าๆ มองหน้ากันไปมา “งั้นก็ไม่ใช่ฟู่กุ้ยแน่ๆ เด็กคนนั้นเพิ่งยี่สิบเจ็ดเอง จะดูยังไงก็ไม่เหมือนสามสิบกว่า! ว่าแต่ที่สถานีเก็บอาหารยังมีคนแซ่หลี่อีกหรือ? มันไม่น่ามีนะ!”

ป้าคนหนึ่งที่หัวไวพูดขึ้น “บางทีอาจจะไม่ใช่พนักงานสถานีก็ได้ ไปเอาคูปองแล้วบังเอิญเก็บได้แล้วเอามาคืน มันก็ไม่ได้แปลกอะไร”

“จริงด้วย ก็อาจเป็นไปได้ อย่างนั้นพวกเธอต้องไปหาที่อื่นแล้วล่ะ ที่นี่ไม่มีคนแบบนั้นแน่นอน”

หนิงเย่วกล่าวขอบคุณทุกคน แล้วรีบจูงมือต้าหยาออกจากบ้านพักสถานีอาหาร

หลังจากทั้งสองไปแล้ว คุณยายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “พวกเธอเอง เวลาใครมาถามเรื่องหลี่ฟู่กุ้ยก็อย่าพูดมากนักเลยนะ แม่เขากำลังหาภรรยาให้เขาอยู่ไม่ใช่เหรอ? ถ้าฝ่ายหญิงมาสืบประวัติ แล้วเพราะพวกเราพูดมากจนทำให้เรื่องแต่งงานล่ม เขาจะไม่โทษพวกเราเอาหรือ?”

“โอ๊ย จริงด้วยสิ โชคดีที่เมื่อกี้สองสาวนั้นไม่ได้มาหาหลี่ฟู่กุ้ย ไม่งั้นคงได้ยุ่งแน่ๆ”