← สารบัญ ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ตอนที่ 108108

บทที่ 108 อดีตภรรยาตัวประกอบผู้เป็นเหยื่อในยุค 50 (11) “ในเมื่อเธอไว้ใจฉันขนาดนี้ ฉันก็ขอเตือนเธอสักอย่าง ถ้าอยากแลกเป็นเงิน ก็ควรแลกที่นี่ให้เรียบร้อยก่อนค่อยเดินทางไป” หวังเอ้อร์นีประกายตาวาบ ก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า “ค่ะ ผู้ใหญ่บ้านพูดถูก พรุ่งนี้ฉันจะไปขุดของออกมาแลกเป็นเงิน แล้วก็ออกเดินทาง” “ก็ดี มุมโน้นเป็นธัญพืชที่เธอเอามาจ่ายค่าเช่าบ้าน พอดีมาที่นี่แล้ว ก็หิ้วกลับไปด้วยเลย” หวังเอ้อร์นีเดินไปตามทิศที่เขาชี้ มองดูก็เป็นธัญพืชที่เธอหิ้วมาวันก่อนจริง ๆ ดูจากสภาพแล้ว หลังจากเอามาวางเมื่อวานก็ยังไม่มีใครแตะต้อง แบบนี้ก็ดี ประหยัดแรงไปได้ เธอลุกขึ้นหิ้วกระสอบธัญพืชด้วยมือข้างเดียว กล่าวขอบคุณซุนอ้ายตั่งอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากมา ระหว่างทางกลับบ้าน หวังเอ้อร์นีดึงระบบออกมา “อามิ่ง ในเมื่อผู้ใหญ่บ้านเป็นคนมีเหตุผลขนาดนี้ แล้วทำไมชาติที่แล้วเจ้าของร่างเดิมถึงลงเอยแบบนั้นล่ะ” “ก็เพราะเจ้าของร่างเดิมซื่อเกินไปน่ะสิ คิดจริง ๆ ว่าสองตายายร่างกายทรุดโทรมเลยทำงานไม่ไหว อีกอย่างเธอเป็นคนรู้คุณ เชื่อจากใจจริงว่าตระกูลเถียนช่วยชีวิตเธอไว้” “อีกอย่าง เธอคิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่พาลูกออกมาอยู่ข้างนอก ถ้าอยู่ลำพัง บ้านอาจถูกคนบุกเข้ามาขโมยของได้” หวังเอ้อร์นีส่ายหน้า “พลาดไปแค่นิดเดียว น่าเสียดายจริง ๆ” “จะน่าเสียดายอะไร ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็เปลี่ยนผลลัพธ์ได้มหาศาล สุดท้ายก็เป็นการเลือกของแต่ละคน บางคนตัดสินใจเด็ดขาด บางคนถูกความจริงรั้งไว้ ล้วนเป็นชะตาที่เกิดจากนิสัยทั้งนั้นค่ะ” หวังเอ้อร์นีเม้มริมฝีปาก “แต่นิสัยของคนก็ถูกหล่อหลอมมาจากสภาพแวดล้อม คนจะอ่อนแอขี้ขลาด ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คนชั่วจะทำร้ายเขาได้” “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ เพียงแต่ธรรมชาติของมนุษย์ซับซ้อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร ท่านก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ” เข้าใจ...แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอเลิกขยะแขยงเรื่องแบบนี้ได้ “ช่างเถอะ ถ้าคุยกันต่อก็จะกลายเป็นประเด็นทางปรัชญา คิดมากไปเดี๋ยวก็เกิดมารในใจ ฉันไม่ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นหรอก” เธอรู้แค่ว่าเจตจำนงแห่งกระบี่ของเธอยังคงมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นไหว ดำเนินไปตามวิถีแห่งธรรมชาติ หากมีใครมาขวางทาง ฟันเสียก็สิ้นเรื่อง! “ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะคะ” “ไปทำงานก่อน ตรวจดูหน่อยว่าที่แถวนี้มีสมบัติหรือของมีค่าอะไรหรือเปล่า” “หา? ในมิติของท่านก็มีตั้งเยอะแล้ว ยังจะออกมาหาอีกเหรอคะ ท่านนี่เก็บอย่างเดียว ไม่ยอมควักออกเลยจริง ๆ” “ผิดแล้ว แบบนี้เรียกว่าแม้แต่ขนห่านที่บินผ่านก็ยังต้องถอน ของในมิติต่อให้มีมากแค่ไหนก็เป็นของที่ฉันหามาด้วยความลำบาก ถ้ามีของฟรี ทำไมจะไม่เอาล่ะ” ระบบจนปัญญา เจอโฮสต์แบบนี้แล้วจะทำอย่างไรได้นอกจากตามใจ ถ้าโฮสต์เลิกทำภารกิจขึ้นมา ตัวมันก็ต้องกลับไปนอนอยู่ในคลังอีกน่ะสิ ช่างเถอะ ก็แค่ชอบสะสมของนิดหน่อยเอง พอคิดได้แบบนั้น ระบบก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง กระทั่งกลับมาก็รีบนำข่าวดีมาบอก “ข่าวดีค่ะ จากท้ายหมู่บ้านก่วนเตา ขึ้นเขาลูกที่อยู่หลังบ้านของท่าน ข้ามเขาไปหนึ่งลูก แล้วเริ่มปีนเขาลูกที่สองขึ้นไป” “เข้าไปจนเกือบถึงเขตชั้นใน จะมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง ข้างในมีช่องกลไก เปิดมันออกก็จะเจอของที่ซ่อนอยู่ค่ะ นี่คือแผนที่เส้นทาง” หวังเอ้อร์นีมองแผนที่ “ดูแล้วก็ไม่ได้ไกลเท่าไร ของเยอะไหม” “ถ้าเทียบกับของที่ท่านเคยเก็บมาก่อน ก็ไม่ถือว่าเยอะค่ะ แต่ถ้าเทียบกับยุคนี้ ก็ถือว่าไม่น้อยเลย” “ได้ งั้นเดี๋ยวฉันไปจัดการ” หวังเอ้อร์นีเป็นคนลงมือทำทันที กลับถึงบ้านก็โยนกระสอบธัญพืชลงพื้น หยิบตะกร้าสะพายหลัง แล้วหนีบลูกชายคนโตไว้ข้างตัว ก่อนมุ่งหน้าเข้าป่า “ไม่นะ แม่ ผมเดินเองได้” เถียนผิงอันรู้สึกอับอาย เขาโตขนาดนี้แล้ว ยังต้องรับความรักอันหนักอึ้งจากแม่อีกหรือ “แม่รู้ว่าลูกเดินได้ แต่แม่มีธุระด่วน ลูกเดินช้าเกินไป” “แม่...แม่เร็วเกินไปแล้ว ผมอยากอาเจียน” หวังเอ้อร์นีที่ไม่มีใครคอยห้าม เริ่มกลายพันธุ์เป็นแม่สายโหดเต็มตัว ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างรังเกียจ ก่อนจะยอมปล่อยเขาลงอย่างไม่เต็มใจ “ลูกนี่ไม่รู้จักเสวยสุขจริง ๆ” ไม่เหมือนลูกสาวสองคนในชาติก่อนของเธอ แข็งแรงกันสุด ๆ เล่นยังไงก็ไม่เคยบ่น น่าเสียดายที่ตอนนั้นมีทั้งพ่อแม่และสามีคอยห้าม กลัวว่าเธอจะเล่นลูกจนพัง ลูกสาวผู้น่ารัก : ...เคยคิดไหมว่าพวกหนูไม่ได้แข็งแรง แต่พวกหนูกลัวแม่ต่างหาก แต่ตอนนี้ ต่อให้ประท้วงมากแค่ไหน หวังเอ้อร์นีก็ไม่มีทางรู้แล้ว ดังนั้นเธอจึงยังเชื่อมั่นในมาตรฐานการวัดความกล้าหาญของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ต้องถูกแม่หนีบพาบินอีก เถียนผิงอันจึงรีบวิ่งตาม พลางเปลี่ยนเรื่องคุย “แม่ พวกเราจะไปไหนกัน” “ขึ้นเขา อย่าถามเลย เดี๋ยวก็รู้เอง” พูดจบเธอก็ก้าวเดินนำหน้า เดินไปได้ไม่นานก็ถอนหายใจอย่างรังเกียจ ก่อนคว้าคอเสื้อด้านหลังของลูกแล้วยกขึ้นอีกครั้ง เธอยังถามด้วยความหวังดีว่า “คราวนี้ลูกก็ไม่ต้องอายแล้วใช่ไหม” ขอบคุณครับ...ไม่อายแล้ว แต่อยากตายมากกว่า เถียนผิงอันปล่อยแขนห้อยลงอย่างหมดอาลัย ปล่อยให้แม่จับตัวเขาเหมือนถือท่อนไม้ แต่ในใจกลับฮึดสู้ ต่อไปเขาจะกินข้าวเยอะ ๆ ต้องรีบโต รีบแข็งแรง รีบตัวใหญ่ให้ได้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าโตจนตัวสูงใหญ่แล้ว แม่จะยังรังเกียจว่าเขาเดินช้า แล้วจับเขาหิ้วแบบนี้อีก เมื่อมาถึงบริเวณกลางภูเขา หวังเอ้อร์นีจึงเริ่มเดินมองไปรอบ ๆ ทำทีเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง “แม่ แม่ทำอะไรอยู่” “ชู่ว! อย่าเสียงดัง เมื่อก่อนแม่เคยซ่อนของไว้แถวนี้ แต่ตอนนี้ดันลืมไปแล้วว่าซ่อนไว้ตรงไหน รอแม่นึกก่อน” พูดจบเธอก็หลับตาลง แต่ความจริงกลับเข้าไปในมิติ หยิบเหรียญเงินแท่ง ทองคำ นาฬิกาพก และของมีค่าอีกหลายอย่างใส่ลงในไหกระเบื้องหยาบ จากนั้นก็สั่งให้หุ่นเชิดหลบสายตาเถียนผิงอัน ขุดหลุมแล้วฝังไหลงไป ต้องบอกเลยว่ามีผู้ช่วยนี่สะดวกจริง ๆ ทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงสองนาที เธอเก็บหุ่นเชิดกลับเข้ามิติ แล้วแกล้งทำเป็นนึกขึ้นได้ เธอชี้ไปยังต้นไม้คอเอียงต้นหนึ่งด้านหน้า “ใช่ต้นนั้นแหละ ตอนนั้นแม่เป็นคนปลูกเองกับมือ ไม่คิดเลยว่าจะโตขนาดนี้แล้ว” พูดจบเธอก็เดินนำไป แต่ไม่ได้เดินตรงไปที่โคนต้นไม้ กลับหันหน้าไปทางตีนเขา แล้วก้าวนับระยะทีละก้าว เดินไปประมาณห้าก้าว เธอจึงชี้ลงไปยังพื้นดินที่รกไปด้วยวัชพืช “ตรงนี้แหละ ลูก ขุดเลย!” สมกับเป็นหุ่นเชิดที่เธอสร้างขึ้นเอง การอำพรางนี่แนบเนียนจริง ๆ ดูไม่ต่างจากดินธรรมชาติเลย แต่พอลงมือขุดก็รู้ว่าดินยังร่วนอยู่ ขุดง่ายมาก “แม่ ทำไมดินตรงนี้ขุดง่ายจัง จะไม่ใช่ว่าของที่แม่ซ่อนไว้มีคนมาเอาไปก่อนแล้วนะ” “ไม่มีทาง ตรงนี้เกือบถึงเขตชั้นในแล้ว คนตัดฟืนกับคนหาผักป่าไม่เข้ามาลึกขนาดนี้ ส่วนนักล่าก็ไม่สนใจที่แบบนี้” “แม่ว่าคงเป็นเพราะสองวันนี้ลูกกินอิ่ม เลยรู้สึกว่าขุดดินไม่เหนื่อยมากกว่า” หวังเอ้อร์นีตัดสินใจแล้ว พอกลับไป เธอจะให้ลูกกินโอสถเสริมร่างกาย ของสิ่งนี้ไม่เหมือนยาเพิ่มพละกำลังที่เพิ่มแต่แรงอย่างเดียว แต่มันช่วยยกระดับสมรรถภาพของร่างกายโดยรวม คล้ายกับน้ำยาพันธุกรรมของโลกระหว่างดวงดาว ประสิทธิภาพแทบไม่ต่างกัน เหมาะกับผู้ฝึกกายที่สุด แบบนี้ก็จะยิ่งช่วยยืนยันว่าเรื่องที่เธอแต่งขึ้นไม่มีพิรุธ ต่อไปลูกก็จะไม่สงสัยว่าทำไมเรื่องครั้งนี้ถึงแตกต่างจากเดิม อา...เธอนี่ช่างเป็นอัจฉริยะจริง ๆ