← สารบัญ ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ตอนที่ 58058

บทที่ 58 ภาค - โลกนิยายในรั้วโรงเรียน: ตัวประกอบผู้เป็นเหยื่อ 19 ลู่เจี๋ยลวี่หัวเราะเยาะ “นิสัยของพ่อฉันน่ะ ถ้าเป็นเรื่องเล็กแบบนี้ พอคนก่อนหน้าเซ็นอนุมัติกันหมดแล้ว เขาก็จะไม่ตรวจละเอียดนัก” “คุณไป ไปเอาแผนงานเลี้ยงประจำปีของทุกปีมาให้ฉันที ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าหนูที่แอบกัดกินบ้านของเรา เริ่มขโมยของตั้งแต่เมื่อไรกันแน่” “ได้ครับ ผมจะไปขอเอกสารจากห้องเก็บเอกสารเดี๋ยวนี้” หยางหลินทำหน้าขรึม แต่ในใจกลับโห่ร้องด้วยความดีใจ ในที่สุดก็มีคนลงมือจัดการเรื่องนี้เสียที ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดูท่าว่าของรางวัลงานเลี้ยงประจำปีของปีนี้จะต้องจัดหนักแน่นอน ต่อให้ไม่จัดหนัก อย่างน้อยก็คงใช้งานได้จริง ไม่สิ...ไม่ใช่แค่ปีนี้ แต่รวมถึงอีกหลายปีต่อจากนี้ด้วย พอคิดแบบนั้น หยางหลินก็ไม่รู้สึกเมื่อยมือที่อุ้มกองเอกสารอีกต่อไป ขาก็ไม่ปวดแล้ว ต่อให้เดินขึ้นห้าชั้นรวดเดียวก็ยังไหว ภายใต้ความฮึกเหิมของเขา ลู่เจี๋ยลวี่จึงเปลี่ยนจากคนที่เข้ามาเรียนรู้งานแบบผ่าน ๆ กลายเป็นผู้ตรวจการเต็มตัว เธอเปิดดูแผนงานย้อนหลังสิบปีแรก ทุกอย่างยังถือว่าปกติดี แต่เมื่อเปิดดูสามปีหลังสุด แม้ภายนอกจะดูสวยหรูทุกปี ทว่าหากพิจารณาให้ละเอียดแล้ว กลับเป็นเพียงของดีแค่เปลือกนอกทั้งสิ้น “ทั้งหมดนี่คนที่ชื่ออวี๋เฉี่ยนเป็นคนทำเหรอ เธอมีที่มาอย่างไร” หยางหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “เธอเข้ามาด้วยขั้นตอนการรับสมัครตามปกติ ทำงานมาได้ห้าปีแล้วครับ” “ห้าปี รวมครั้งนี้ก็ทำแผนงานเลี้ยงประจำปีทั้งหมดสี่ครั้ง แล้วยังผ่านการอนุมัติง่ายขนาดนี้อีกเหรอ หึ...คุณยังมีอะไรปิดบังฉันอยู่ใช่ไหม” “คือ...บางเรื่องก็เป็นแค่ข่าวลือ ผมคงเอาข่าวลือมาเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงไม่ได้” “ถ้าอย่างนั้นก็ไปตรวจสอบสิ ในเมื่อบริษัทมีข่าวลือ แล้วจะไม่ตรวจสอบให้กระจ่างหรือ ชื่อเสียงของพนักงานบริษัทก็มีค่าเหมือนกัน” “ถ้าข่าวลือเป็นความจริง ก็จัดการตามระเบียบ แต่ถ้าข่าวลือไม่จริง ก็สืบหาคนที่ปล่อยข่าวลือ” “ที่นี่เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง ไม่ใช่หอนางโลมสมัยโบราณ และไม่ใช่วังหลังของฮ่องเต้” “ถ้าเอาแต่ทุ่มเทแรงไปกับการเล่นงานคนอื่น ไม่ทำงานที่ควรทำ เอาแต่ประจบประแจงกัน บริษัทของเราก็คงล่มสลายเข้าสักวัน” “งั้นผมจะรีบให้คนไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลยครับ” “พรุ่งนี้ตอนเข้าทำงาน ฉันต้องเห็นผล” “รับทราบครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้!” โอ้โห...นี่มันจะมีการกวาดล้างครั้งใหญ่สินะ เขาได้เห็นกับตาว่าอะไรคือไฟสามกองของขุนนางคนใหม่เสียแล้ว สมกับคำที่ว่าคนยิ่งอายุยืน ก็ยิ่งได้เห็นเรื่องสารพัดจริง ๆ หลังได้รับคำสั่งจากคุณหนู หยางหลินก็รีบวิ่งไปรายงานหัวหน้าโดยตรงของตัวเอง พร้อมถือโอกาสสร้างผลงานไปในตัว เมื่อเล่าเรื่องทั้งหมดจบ ก็รีบประจบต่อทันที “ท่านประธาน คุณหนูสมกับเป็นผู้สืบทอดของท่านจริง ๆ สายตาเฉียบแหลมมาก แค่เห็นความผิดปกตินิดเดียวก็จับได้แล้ว” พ่อเว่ยหัวเราะจนเห็นฟันทุกซี่ “คุณก็พูดเกินไป เด็กยังเล็ก เพิ่งเริ่มสัมผัสโลกการทำงาน ยังต้องฝึกอีกเยอะ” “เอาอย่างนี้ สองวันนี้คุณช่วยเหนื่อยหน่อย ปีหน้าอาลวี่จะเข้ามาเรียนรู้งานอย่างจริงจัง คุณช่วยเป็นอาจารย์ให้เธอ เงินเดือนเพิ่มเป็นสองเท่า” “ได้เลยครับ ผมจะสอนอย่างเต็มที่ แต่ผมว่าคงรับเงินในฐานะอาจารย์ได้ไม่นานหรอก ด้วยความฉลาดของคุณหนู คงเรียนรู้ได้เร็วมาก” “ฮ่า ๆ ๆ ต่อให้เรียนรู้ได้เร็ว ก็ถือว่าคุณสอนดี วางใจเถอะ ต่อให้สอนเป็นแล้ว เงินเดือนส่วนนี้ก็ยังจ่ายเหมือนเดิม” “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณท่านประธานกับคุณหนูที่มอบโอกาสนี้ให้ครับ ผมจะไม่ทำให้ทั้งสองท่านผิดหวังแน่นอน” หยางหลินแทบจะมีความสุขจนลอยได้ ดูสิ การประจบครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตั้งสองเท่า ว่าแต่หลังตรุษจีน คุณหนูจะเข้ามาเมื่อไรกันแน่นะ เพราะหลังตรุษจีนเขาจะมีรอบปรับเงินเดือนพอดี หวังว่าคุณหนูจะเข้ามาหลังจากเขาปรับเงินเดือนเสร็จแล้ว ทั้งผลประโยชน์ของบริษัทและผลประโยชน์จากเจ้านาย เขาอยากได้ทั้งคู่ ไม่ได้ เดี๋ยวต้องหาโอกาสถามอ้อม ๆ เสียหน่อย แต่ตอนนี้ต้องไปจัดการงานสำคัญก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหน้าพอจะไปถามเรื่องพวกนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับเขาแล้ว การสืบเรื่องคนไม่ใช่เรื่องยาก ถึงจะไม่ใช่ผู้มีอำนาจระดับสูง แต่เขาก็ทำงานรับใช้ผู้มีอำนาจระดับสูง จึงมีช่องทางข้อมูลอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น บางคนก็ไม่ได้ปกปิดการกระทำของตัวเองมากนัก เพราะแม้แต่พนักงานธรรมดาในบริษัทยังมองออก ดังนั้นการสืบหาความจริงจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีใครใส่ใจเท่านั้นเอง ช่วงสองวันที่ผ่านมา อวี๋เฉี่ยนแห่งฝ่ายธุรการมีอารมณ์ดีมาก เมื่อวานเธอเห็นจากระบบอนุมัติภายในบริษัทว่าแผนงานที่ตัวเองจัดทำผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอลายเซ็นสุดท้ายของท่านประธานเท่านั้น แต่เธอก็ไม่ได้ทำแผนงานเป็นครั้งแรกอยู่แล้ว จึงรู้ดีว่ายังต้องรออีกระยะหนึ่ง เพราะช่วงก่อนตรุษจีนทุกคนต่างก็ยุ่งกันทั้งนั้น แม้จะรู้ว่าโอกาสผ่านการอนุมัติมีสูง แต่เธอก็ยังอยากให้ตัดสินใจโดยเร็ว จะได้ไม่กระทบกับการรับเงินไปฉลองตรุษจีน แน่นอนว่า การทำงานในบริษัทใหญ่แบบนี้ โอกาสรวยมีมากจริง ๆ ไม่เหมือนเพื่อนร่วมรุ่นของเธอบางคน ที่เอาแต่พูดว่าบริษัทเล็กความกดดันน้อย มีเวลาดูแลครอบครัวมากกว่า เชอะ ถ้าคิดแบบนั้นจริง ก็เก็บสายตาอิจฉาในดวงตาพวกนั้นเสียก่อนเถอะ แต่ความภาคภูมิใจของเธอก็มีได้เพียงถึงวันนี้ ขณะกำลังนั่งอู้งานอยู่ที่โต๊ะ ก็ได้รับข้อความในกลุ่มให้ไปที่ห้องประชุม อวี๋เฉี่ยน “...” เดี๋ยวนะ เธอเป็นแค่พนักงานฝ่ายธุรการ ทุกปีโอกาสได้ออกหน้าในบริษัทก็มีแค่ตอนเสนอแผนจัดกิจกรรม แล้วมีคุณสมบัติอะไรถึงถูกเรียกไปนำเสนอผลงานในห้องประชุม หรือว่าจะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ถึงสมองเธอจะคิดได้เร็ว แต่คิดเร็วแล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อจะวิ่งหนีก็ไม่ได้ ส่วนข้อแก้ตัวที่เตรียมไว้ เมื่อต้องเผชิญกับหลักฐานการรับเงินใต้โต๊ะของเธอ ก็ล้วนไร้น้ำหนักทั้งสิ้น สุดท้าย แม้อีกฝ่ายจะปรานี ไม่แจ้งตำรวจจับเข้าคุก แต่เธอก็ยังหนีไม่พ้นการถูกเรียกคืนเงินและถูกไล่ออกจากงาน อวี๋เฉี่ยนจัดการได้ไม่ยาก แต่คนที่หนุนหลังเธอนั้นไม่ใช่จะรับมือได้ง่าย ลู่เจี๋ยลวี่ยิ้มบาง ๆ “ได้ยินว่าผู้จัดการหลินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอมากเลยนี่คะ” “คุณหนูพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร จะเอาข่าวลือมาเชื่อได้อย่างไร แต่ผมเป็นผู้ใหญ่พอ จะไม่ถือสาเด็กอย่างคุณหรอก” “ก็ผู้หญิงอย่างคุณหนูน่ะ ชอบฟังข่าวซุบซิบพวกนี้ที่สุดอยู่แล้ว แต่การบริหารบริษัท จะใช้ความชอบส่วนตัวมาตัดสินไม่ได้” พ่อเว่ยพูดเสริมขึ้นมาทันที “สมกับเป็นคนมากประสบการณ์จริง ๆ ภูเขาไท่ซานถล่มอยู่ตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า เรื่องนี้อาลวี่ต้องเรียนรู้ไว้ให้ดี” ลู่เจี๋ยลวี่ยิ้มพลางพยักหน้า “ค่ะ สิ่งที่พ่อพูดถูกต้อง นอกจากต้องไม่เปลี่ยนสีหน้าแล้ว ยังต้องฉวยโอกาสกลับมาใส่ร้ายอีกฝ่ายด้วย ถึงจะเรียกว่าชนะ” สองพ่อลูกเล่นรับส่งกันเป็นอย่างดี จนหลินไห่เฟิงแทบหน้าบิดด้วยความโกรธ “ท่านประธานเว่ย ผมรู้ว่าท่านรักลูกสาวของตัวเอง แต่ก็ไม่ควรบิดเบือนความจริงถึงขนาดนี้” “โอ้ เป็นคนมีการศึกษาสินะ ในเมื่อเป็นคนมีการศึกษา ก็คงอ่านหนังสือออกใช่ไหม งั้นลองดูเอกสารพวกนี้ก่อน” “ถ้าคุณบอกว่าฉันใส่ร้ายคุณ ก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะไปมอบตัวกับตำรวจเอง” “แต่ก่อนจะไปมอบตัว คุณต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าคุณโน้มน้าวฉันไม่ได้ สุดท้ายตำรวจก็คงไม่รู้ว่าจะเชิญใครไปดื่มชาสักคน” ลู่เจี๋ยลวี่กวาดตามองผู้คนรอบ ๆ ที่ต่างชะเง้อคอจ้องแฟ้มเอกสารอยู่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “สุขคนเดียวไม่สู้สุขด้วยกัน ในเมื่อทุกคนอยากรู้กันขนาดนี้ ก็มาดูด้วยกันเลย” พูดจบ เธอก็ส่งเอกสารหลายสิบแฟ้มที่วางอยู่ข้างมือออกไป สีหน้าของหลินไห่เฟิงซีดเซียว “ผมแพ้แล้ว จะจัดการผมอย่างไรก็ว่ามา” “ดูคำพูดของคุณสิ ฟังเหมือนพวกเราเป็นองค์กรผิดกฎหมายอย่างนั้นแหละ”