ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า
ตอนที่ 7 — 007
บทที่ 7 ตัวประกอบในนิยายบำเพ็ญเซียน (6)
“เอ่อ ศิษย์น้องหญิง ครั้งนี้พวกเราออกมากันแบบสองคนต้องดูแลสามคน ระวังหน่อยจะดีกว่า!”
ลู่เจี๋ยลวี่พูดเล่นเท่านั้น นางไม่เคยดึงผู้บริสุทธิ์ให้มาตกอยู่ในอันตราย แต่มีเรื่องหนึ่งที่วันนี้นางจะต้องถามให้กระจ่าง
“เดี๋ยวก่อน อะไรคือสองคนดูแลสามคน ใครดูแลสามคน?”
“ก็เจ้าน่ะสิ เจ้าดูแลสามคน ส่วนข้า...ดูแลตัวเองยังแทบไม่ไหว”
ลู่เจี๋ยลวี่หัวเราะอย่างเย็นชาแทบจะระเบิดโทสะ “ความหมายของเจ้าคือ ตัวเองไม่ต้องทำอะไรเลย แต่กลับเก็บค่าคุ้มครองอย่างนั้นหรือ?
เจ้ายังมีหน้าพูดอีกหรือ! ของที่เจ้าได้มา เอาออกมาคืนข้าทั้งหมด!”
สายตาของเฟิงไป๋หลี่ลอกแลก “เอ่อ เอ๊ะ เหมือนข้าจะได้ยินเสียงอะไรนะ ไป พวกเรารีบไปดูกันเถอะ เผื่อเกิดเรื่องใหญ่จะได้รีบหนีทัน!”
“เฟิงไป๋หลี่ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง รีบเอาของที่โกยมาออกมาคืนข้าเดี๋ยวนี้!”
แม่ไก่ทั้งสองวิ่งไปแล้ว ลูกไก่ทั้งสามย่อมรู้หน้าที่ รีบตามหลังไปทันที ตู้หล่างพาน้องสาวแท้ ๆ ของตนควบคุมทิศทางและความเร็วของกระบี่บิน พร้อมตะโกนเสียงดังว่า “ศิษย์พี่หญิง รอพวกเราด้วย!”
โชคดีที่ทั้งสองยังรู้จักประมาณตน หลังจากออกห่างจากบริเวณนั้นไปหลายร้อยลี้ก็หยุดลง
“เอาละ พักกันก่อนเถอะ”
ลู่เจี๋ยลวี่เหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนยกยิ้มเย็น “ศิษย์พี่หญิง ไหน ๆ ตอนนี้ก็มีเวลา พวกเรามาสะสางเรื่องให้ชัดดีกว่า อะไรคือสองคนดูแลสามคน”
เฟิงไป๋หลี่ถึงกับปวดหัว “ข้าพูดเล่น จะเปลี่ยนเป็นสองคนดูแลสามคนก็ได้ ข้าก็ไม่ได้ปล่อยให้เจ้าทำงานคนเดียวเสียหน่อย ตอนเจ้าเก็บสมุนไพรวิเศษ ข้าก็คอยระวังให้ไม่ใช่หรือ?”
“พูดอะไรไร้สาระ นี่มันใช่เรื่องคอยระวังหรือ? นี่เกี่ยวกับการแบ่งของที่ได้มา มันคือหินวิญญาณ!”
หินวิญญาณคืออะไร? มันคือเงิน คือทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียร
นางเป็นคนใหม่ที่เพิ่งมาถึงโลกบำเพ็ญเซียนระดับสูง จะหาได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไร
“เจ้าพูดถูก เป็นข้าที่กะขอบเขตไม่ดี ศิษย์พี่หญิงผิดเอง ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”
อาจารย์พูดไว้ไม่ผิด ศิษย์น้องหญิงของนางเป็นพวกขี้เหนียวเหมือนคนในโลกมนุษย์ที่รักเงินยิ่งชีพ พอเกี่ยวกับหินวิญญาณแล้ว ต่อให้เป็นญาติพี่น้องก็ไม่ไว้หน้า
ขณะที่ลู่เจี๋ยลี่ยังกำลังจะเถียงต่อ เสียงร้องตกใจก็ดังขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง
เป็นตู้เยว่ที่ถูกเถาวัลย์แห้งเส้นหนึ่งพันรัดเอาไว้ บาดแผลบนแขนลึกจนเห็นกระดูก เฟิงไป๋หลี่รีบพุ่งเข้าไป ฟันลงด้วยกระบี่หนึ่งครั้ง แต่กลับราวกับฟันลงบนเหล็กกล้า เสียง “เคร้ง” ดังขึ้น กระบี่กลับถูกสะท้อนออกมา
ลู่เจี๋ยลวี่แค่นหัวเราะ พลิกฝ่ามือเบา ๆ เปลวเพลิงประหลาดสีขาวก็ปรากฏขึ้นในมือ เมื่อเปลวเพลิงตกลงบนเถาวัลย์แห้ง มันก็ส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ ขณะถูกเผาไหม้
เฟิงไป๋หลี่ร่วมมือกับนางอย่างรู้ใจ เมื่อเห็นดังนั้นจึงฟันกระบี่ออกไปอีกครั้ง เถาวัลย์แห้งขาดสะบั้นทันที ตู้เยว่ประคองแขนของตน เดินโซเซเข้ามา
ตั้งแต่ถูกพบจนได้รับการช่วยเหลือ ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ แต่แขนของนางกลับกลายเป็นสีเขียวซีดไปแล้ว
“ขอบคุณญาติผู้พี่หญิง ขอบคุณศิษย์พี่หญิงเฟิงที่ช่วยชีวิต”
“พอแล้ว รักษาแผลก่อนเถอะ” กล่าวจบก็ยื่นขวดกระเบื้องใบหนึ่งให้อีกฝ่าย
ตู้เยว่รับมาแล้วกลืนโอสถลงไปทันที ผ่านไปพักใหญ่ สีเลือดบนใบหน้าจึงค่อย ๆ กลับคืนมา บาดแผลบนแขนก็ค่อย ๆ สมานตัว
เมื่อมีแรงแล้ว ตู้เยว่จึงลุกขึ้นคารวะ “ขอบคุณญาติผู้พี่หญิงที่มอบโอสถ”
“เล่ามาเถอะ เกิดอะไรขึ้น เจ้าไปยั่วโมโหเถาวัลย์เหล็กอสูรได้อย่างไร?”
“เจ้าสิ่งนี้เหมือนกิ่งไม้แห้ง ข้าไม่ทันสังเกตจริง ๆ” ตู้เยว่รู้สึกว่าตนเองช่างน่าอับอาย ใครจะไปคอยสนใจกิ่งไม้แห้งกันเล่า
อีกทั้ง...“ตอนนั้นความสนใจของข้าอยู่ที่มดวิญญาณข้าง ๆ ทั้งหมด เพราะหน้าตามันแปลกดี ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เลย...”
ลู่เจี๋ยลวี่ขมวดคิ้ว แม้ตู้เยว่จะไม่ค่อยได้ออกจากสำนัก แต่ก็ไม่ใช่คนไร้ประสบการณ์ แล้วเหตุใดจึงมัวแต่สนใจมดจนลืมระวังสิ่งรอบตัวได้ เฟิงไป๋หลี่กับลู่เจี๋ยลวี่สบตากัน สีหน้าของทั้งสองเคร่งเครียดไม่ต่างกัน
ในป่าทึบเช่นนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สัตว์อสูรที่ต่อสู้ตัวต่อตัว ด้วยความสามารถของพวกนาง ต่อให้พบสัตว์อสูรระดับหกก็ยังมีโอกาสหนีรอด แต่มีสิ่งหนึ่งที่แทบไม่มีผู้ใดอยากเผชิญ นั่นก็คือมดวิญญาณ แมงมุม และผึ้งวิญญาณ
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีหลากหลายชนิด รับมือได้ยากที่สุด พอปรากฏตัวก็มักมาเป็นฝูง จำนวนมหาศาลจนปกคลุมทั่วฟ้า แถมส่วนใหญ่ยังกินเนื้อเป็นอาหาร หากกรูกันเข้ามาพร้อมกัน ต่อให้เป็นเซียนก็ยากจะรอด
“มดวิญญาณตัวนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?”
“ขนาดประมาณเล็บมือ สีฟ้าอ่อน ลำตัวมีลายเหมือนสวมเสื้อแถบสีแดง”
ตู้เยว่บ่นด้วยสีหน้าหงุดหงิด สำหรับตัวต้นเหตุที่ทำให้นางบาดเจ็บ ต่อให้ตอนนั้นจะรู้สึกว่ามันสวยเพียงใด เวลานี้นางก็ไม่มีคำพูดดี ๆ ให้แล้ว
โชคดีอะไรกันเช่นนี้! จริงดังว่า คนเราต้องออกจากบ้านจึงจะมีโอกาสร่ำรวย!
“นั่นคือมดกินผลึก กินสิ่งที่มีพลังวิญญาณเข้มข้นเป็นอาหาร โดยทั่วไป สถานที่ที่มีมันปรากฏตัว มักมีสายแร่หินวิญญาณระดับสูงอยู่ด้วย มีลักษณะคล้ายหนูค้นสมบัติ
เพียงแต่มันมีจำนวนน้อยมาก พบเห็นได้ยาก อีกทั้งยังเพาะเลี้ยงไม่ได้ จึงหาได้ยากยิ่ง ญาติผู้น้องหญิง เจ้าเห็นมันที่ใดกันแน่?”
เมื่อได้ยินว่ามีผลประโยชน์เช่นนี้ ตู้เยว่ก็รู้สึกราวกับอาการบาดเจ็บทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง เวลานี้ไม่ต้องพิงพี่ชายเพื่อประคองตัวอีกแล้ว
“อยู่ด้านหน้าไม่ไกล ญาติผู้พี่หญิง ตามข้ามา” กล่าวจบก็ออกแรงถีบพื้นครั้งหนึ่ง ร่างทั้งร่างก็กระโดดจากท่านั่งยองไปไกลหลายหมี่
ตู้หล่าง “???”
ก่อนหน้านี้น้องสาวของเขาแกล้งทำมาตลอดหรือ? เพื่อหลอกให้เขาแบกใช่หรือไม่?
แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนั้น หากยังไม่รีบตามไป เกรงว่าเพื่อนร่วมทีมคงลืมเขาไปแล้ว
ทุกคนตามหาตำแหน่งที่มดวิญญาณปรากฏตัว ค้นหาอยู่บริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด ใช้เวลาครึ่งวันเต็มจึงพบรังมดแห่งหนึ่งซ่อนอยู่ในพุ่มไม้
เฟิงไป๋หลี่ร้องเรียก “ศิษย์น้องหญิง รีบมาดูเร็ว ใช่อยู่ที่นี่หรือไม่”
โชคดีที่นางพูดว่า “ดู” ไม่ใช่ “ดม” ไม่เช่นนั้นลู่เจี๋ยลวี่คงรู้สึกว่า ต่อให้ออกจากที่นี่แล้ว นางก็ต้องถามให้รู้เรื่องว่าอีกฝ่ายเห็นตนเป็นตัวอะไรกันแน่
แต่เวลานี้ความหวังจะร่ำรวยดึงดูดความสนใจของนางไว้ นางจึงคร้านจะคิดมาก วางฝ่ามือลงบนพื้น ก่อนแผ่จิตรับรู้ออกไปตามพื้นดิน กระทั่งมองเห็นเงาสีฟ้าอ่อนกลุ่มหนึ่งอยู่ภายในโพรงคดเคี้ยว
“ใช่ที่นี่ อีกทั้งยังอยู่ไม่ลึกนัก”
เมื่อเฟิงไป๋หลี่ได้ยินดังนั้นก็นำค้อนจิ๋วอันหนึ่งออกมา พร้อมท่องคาถา ค้อนเล็กค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลม จากนั้นนางก็ควบคุมค้อนให้พุ่งลงกระแทกพื้นอย่างแรงทันที มดกินผลึกทั้งรังก็ตกใจ วิ่งกรูออกมาจากรังอย่างแตกตื่น
แม้จะรู้ดีว่าเพาะเลี้ยงเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้ แต่ลู่เจี๋ยลวี่ก็ยังอาศัยจังหวะที่ไม่มีผู้ใดสังเกต แอบจับมาหลายตัวใส่กล่องหยกแล้วโยนเข้าไปในมิติ ก่อนจัดวางไว้บนโต๊ะหนังสือในห้องหนังสืออย่างเรียบร้อย
สถานที่แห่งนั้นสามารถรักษาสภาพของทุกสิ่งได้ หรือจะกล่าวว่า เอาเข้าไปอย่างไรก็เอาออกมาอย่างนั้น หากเพาะเลี้ยงสำเร็จ เช่นนั้นภายหน้าก็นับว่าร่ำรวยแล้ว
ทางด้านนี้ลู่เจี๋ยลวี่แอบเก็บมดกินผลึกเข้ามิติ ส่วนอีกด้านเฟิงไป๋หลี่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง นางทุบพื้นติดต่อกันหลายครั้ง จนพื้นดินเปิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ โลหะสีม่วงดำหลายก้อนกลิ้งออกมาจากด้านใน ภายในแฝงพลังอัสนีอันรุนแรงไว้ กลายเป็นว่าเป็นศิลาอัสนีวิญญาณ วัสดุหลอมอาวุธระดับหก
คราวนี้ไม่ต้องอธิบาย ทุกคนต่างรู้จักของสิ่งนี้ มีศิลาอัสนีวิญญาณทั้งหมดสิบหกก้อน เมื่อแบ่งกันคนละสามก้อนแล้ว ยังเหลืออีกหนึ่งก้อน ทำให้ทุกคนอดลำบากใจไม่ได้