← สารบัญ ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ทะลุมิติเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ ขออยู่ห่างจากดราม่า

ตอนที่ 84084

บทที่ 84 ภาค - ตัวประกอบผู้เป็นเหยื่อในยุค 70 (12) ลุงคนนั้นรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าพวกเขา พอรับของมาก็ถามว่า “เป็นอะไร จะฝากของไว้ที่นี่หรือ” “ใช่เลยค่ะ ลุงนี่สุดยอดจริง ๆ” พูดจบ ตู้สือเม่ยก็ยกนิ้วโป้งชม ก่อนอธิบายต่อว่า “คือพวกเรายังต้องไปทำธุระที่บ้านญาติอีกนิดหน่อย ถ้าหอบของพวกนี้ไปด้วยก็ไม่ค่อยสะดวก เลยอยากขอฝากไว้ที่นี่ได้ไหมคะ ถ้าเร็วก็จะมารับบ่ายวันนี้ อย่างช้าสุดก็ไม่เกินก่อนเลิกงานพรุ่งนี้ ขอฝากไว้แค่ช่วงนี้ ลุงว่าพอได้ไหมคะ” “ได้ แต่ตกลงกันก่อนนะ อย่างช้าสุดก่อนเลิกงานพรุ่งนี้ เธอต้องมารับ ถ้าเลยเวลานั้นไปแล้วมีคนเอาไป ฉันไม่รับผิดชอบนะ” “ได้ค่ะ ลุงวางใจได้ ฉันจะมารับตรงเวลาแน่นอน” หลังจากฝากของเรียบร้อยแล้ว ตู้สือเม่ยก็พาหลัวโหย่วไฉไปยืนรอริมถนนสายเข้าเมือง จะไปรอทำอะไรน่ะหรือ รอโบกรถ ถ้าต้องเดินด้วยสองขาของพวกเขา เกรงว่าพรุ่งนี้ก็ยังไปไม่ถึง แต่ตรงนี้เป็นเส้นทางหลักเข้าเมือง แม้รถจะผ่านไม่มาก ทว่าก็มีทุกวัน ทั้งสองเดินไปพลาง รอไปพลาง สุดท้ายก็มีรถให้ติดไปจริง ๆ ใช้เวลาไปทั้งวัน สุดท้ายเธอก็กลับมาที่เดิมอีกครั้ง ช่างไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ หลังจากวิ่งวุ่นไปทั่ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว ตู้สือเม่ยหันไปเห็นหลัวโหย่วไฉ แม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่กำลังกุมท้อง ปากก็แห้งจนลอก พอดีกับที่ข้างหน้ามีร้านอาหารของรัฐอยู่แห่งหนึ่ง เธอจึงเรียกเขาแล้วเดินตรงเข้าไปในร้าน ซื้อซาลาเปาสองลูกกับหมั่นโถวสี่ลูก ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของพนักงานขาย ตู้สือเม่ยขอน้ำเปล่าสองแก้ว ซาลาเปาคนละลูก ส่วนหมั่นโถวเธอกินได้เพียงครึ่งลูกก็อิ่มแล้ว ที่เหลือทั้งหมดตกเป็นหน้าที่ของหลัวโหย่วไฉ ถึงอย่างนั้น เขาก็คงอิ่มแค่ครึ่งเดียว แต่ก็ทำได้เพียงอดทน เพราะอาหารเท่านี้คือทั้งหมดที่พวกเขามี ไม่อย่างนั้นพนักงานขายคงไม่ทำหน้าบึ้งใส่หรอก อาหารที่ขายไม่หมด พนักงานสามารถซื้อกลับบ้านได้โดยจ่ายแค่เงิน ไม่ต้องใช้คูปองอาหาร ดังนั้นพวกเขาจึงเท่ากับมาแย่งอาหารจากปากพนักงานขาย โชคดีที่พนักงานคนนี้อารมณ์ดี แค่ส่งสายตาค้อนให้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นคงหยิบไม้กวาดไล่ตีไปแล้ว หลังจากกินเสร็จ ตู้สือเม่ยก็เก็บโต๊ะจนสะอาดเอี่ยม ท่าทางสุภาพเสียจนเรียกได้ว่า นี่เป็นครั้งที่เธอถ่อมตัวที่สุดในรอบหลายปี เพราะเธอยังต้องหน้าด้านขอเติมน้ำใส่กระติกอีก แต่โชคดีที่เธอหน้าหนาพอ ปากก็หวาน แถมยังรู้จักทำตัวน่าสงสาร สุดท้ายจึงขอน้ำมาเติมได้สำเร็จ หากไม่ได้พาหลัวโหย่วไฉมาด้วย เธอคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ เมื่อออกจากร้านแล้ว ตู้สือเม่ยจึงพูดว่า “เมื่อกี้เธอกินไม่อิ่มใช่ไหม อดทนหน่อยนะ ตอนเย็นพวกเราไปกินหมูแดงตุ๋นกัน” “จริงเหรอ ไหนคุณบอกว่าไม่มีเงินแล้ว ถึงต้องหาเงินก่อนถึงจะซื้อของได้” “ของใช้ประจำวันฉันเตรียมมาจากบ้านแล้ว เงินซื้อของชิ้นใหญ่ไม่มี แต่กินข้าวยังพอไหว ไปเถอะ พวกเราไปดูสถานีรับซื้อของเก่าในตัวอำเภอกัน” พอถึงตัวอำเภอ ของในสถานีรับซื้อของเก่าก็มีมากกว่าที่คอมมูนจริง ๆ พวกเขารวบรวมล้อจักรยานจากตรงนั้นทีตรงนี้ที จนได้มาทั้งหมดห้าวง โครงจักรยานก็หาได้อีกหนึ่งอัน แม้จะเกินความจำเป็น แต่ไม่เป็นไร ซื้อกลับไปย่อมมีโอกาสได้ใช้ ขาดเพียงยางรถเท่านั้น แต่ของในสถานีรับซื้อของเก่าก็เป็นแบบนี้ จะหาได้ครบหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับดวง โซ่จักรยานที่ขาดเป็นท่อน ๆ เมื่อนำมาเทียบดูแล้วยังขาดอีกเล็กน้อย เธอจึงค้นต่อ โชคดีที่ไปเจอโซ่จากจักรยานอีกคันหนึ่งที่ถูกถอดไว้ รวมแล้วก็น่าจะพอใช้ได้ กำลังจะหันกลับ ตู้สือเม่ยก็เห็นของอีกกองซ่อนอยู่มุมหนึ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบติดมือมาด้วย ของชิ้นใหญ่หาได้แล้ว ต่อไปก็เป็นงานละเอียด ต้องคุ้ยหาชิ้นส่วนเล็ก ๆ จากกองอะไหล่จำนวนมหาศาล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้สายตาอย่างมาก แต่ตู้สือเม่ยมีพลังจิตช่วย อีกทั้งชาติก่อนก็เรียนด้านนี้โดยตรงและเคยลงมือปฏิบัติจริง ดังนั้นเพียงหยิบชิ้นส่วนขึ้นมา เธอก็รู้ทันทีว่ามีประโยชน์หรือไม่ โดยแทบไม่ต้องคิด ทั้งบันได โซ่ กระดิ่ง เบาะนั่ง ล้วนมีประโยชน์ของตัวเอง เธอค้นไป จัดแยกไป พร้อมทั้งรู้ว่าขาดชิ้นไหน และชิ้นไหนสามารถใช้แทนกันได้ ด้วยเหตุนี้ ความเร็วในการค้นหาจึงเพิ่มขึ้นมาก สุดท้ายก็หาอะไหล่จักรยานได้เกือบครบ ส่วนที่เหลือคงต้องหาซื้ออย่างจริงจัง ก่อนออกจากสถานีรับซื้อของเก่า เธอยังหยิบวิทยุเครื่องหนึ่งติดมือมาด้วย ตอนเข้ามาเธอก็เห็นมันแล้ว ระหว่างหาอะไหล่จักรยานก็แอบรวบรวมไว้ด้วยกัน พอถึงเวลาก็หยิบออกไปพร้อมกัน ไม่เสียเวลาเลย ออกจากสถานีรับซื้อของเก่า ทั้งสองรีบยกของไปห้างสรรพสินค้า ก่อนที่ร้านจะเลิกงาน “ไหนคุณบอกว่าไม่มีเงินซื้อของแล้ว” “ไม่มีเงินซื้อ ไม่ได้แปลว่าเข้าไปดูไม่ได้สักหน่อย” แน่นอนว่าเธอต้องเข้าไปสำรวจราคาสินค้าในพื้นที่ก่อน คราวหน้าจะได้นำผลผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมออกมาแลกเงินหรือแลกของได้ ส่วนของพวกนั้นมาจากไหนน่ะหรือ ก็เธอยังมีมิติเก็บของอยู่นี่นา เอาออกมาแบบนี้ต่างหากถึงจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด และไม่ทำให้ใครสงสัย “อีกอย่าง มีแค่วัสดุอย่างเดียวไม่ได้ ฉันต้องไปซื้อเครื่องมือด้วย” ไม่ว่าห้างสรรพสินค้าจะมีครบหรือไม่ อย่างน้อยประแจ ไขควง ตะไบ และที่สูบลมก็ต้องมี ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับช่างไม้ที่ไม่มีเลื่อย พอมาถึงห้างสรรพสินค้า ตู้สือเม่ยก็ให้หลัวโหย่วไฉเฝ้าของอยู่ข้างนอก ส่วนเธอเข้าไปซื้อเครื่องมือ แผนกที่เธอไปไม่ใช่แผนกสินค้ายอดนิยม คนที่อยู่แถวนั้นส่วนใหญ่เป็นช่างเทคนิคจากโรงงานต่าง ๆ แทบไม่มีคนทั่วไปเดินเข้าไป อาจเป็นเพราะที่นี่เป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญ เครื่องมือช่างประเภทฮาร์ดแวร์จึงมีค่อนข้างครบ เมื่อซื้อจากข้างนอกได้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องหยิบออกมาจากมิติ ตู้สือเม่ยใช้เงินกับคูปองอุตสาหกรรมซื้อเครื่องมือจนครบ จากนั้นใช้คูปองอุตสาหกรรมอีกห้าใบกับเงินสิบหยวน ซื้ออะไหล่ที่ยังขาดและยางรถจักรยานครบห้าเส้น แล้วจึงออกจากห้าง อะไหล่ทั้งหมดนี้เพียงพอสำหรับซ่อมจักรยานได้สองคันและวิทยุอีกหนึ่งเครื่อง รวมกับเงินสิบสองหยวนที่ใช้ซื้อของจากสถานีรับซื้อของเก่าทั้งสองแห่ง ยางที่เหลืออีกหนึ่งเส้นก็เก็บไว้เป็นอะไหล่สำรอง พูดตามตรง ถนนในชนบทสมัยนี้ไม่น่าไว้ใจเลย หากวันไหนยางรั่ว จะได้เปลี่ยนหรือปะได้ทันที ไม่ต้องถึงเวลาจะใช้แล้วกลับหาอะไหล่ไม่ได้ ไม่แปลกที่มีคนคอยประกอบจักรยานแบบนี้ไปขายต่อ เพราะประกอบเสร็จแล้วขายได้คันละเป็นร้อยหยวน กำไรมหาศาลจริง ๆ แต่ถึงจะกำไรมากแค่ไหน ตู้สือเม่ยก็ไม่คิดจะทำ เพราะมันไม่เหมาะ อีกทั้งใช่ว่าจะเฝ้าสถานีรับซื้อของเก่าได้ทุกวัน จะประกอบจักรยานได้สักคันไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่เพราะการเดินทางตอนนี้ลำบากเกินไป และเธอไม่อยากอยู่ที่พักจือชิง เธอก็คงไม่เสียเวลาทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้ “จือชิงตู้ ตอนนี้พวกเรากลับได้หรือยัง” “ได้ ไปกินข้าวก่อนเถอะ ตอนนี้กลางวันยาว เดินกลับก็ยังทัน” อย่าดูว่าตอนขามาพวกเขาวุ่นวายมาก ความจริงระยะจากคอมมูนถึงตัวอำเภอไม่ได้ไกลนัก ระยะทางตรงแค่สิบกิโลเมตร แต่สภาพถนนในยุคนี้แย่มาก ต่อให้มีรถก็ยังใช้เวลาไม่น้อย จากนั้นยังต้องเดินกลับกองการผลิตหลัวเป้ยเฉวียนอีกกว่าชั่วโมง เพราะต้องขึ้นเขาลงเขา แถมยังต้องแบกของอีก สรุปได้คำเดียวว่า...เหนื่อย นี่จึงเป็นปัญหาลำดับที่สองที่ตู้สือเม่ยตั้งใจจะแก้หลังมาถึงที่นี่ หากไม่ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น แค่เข้าเมืองครั้งหนึ่งก็เสียเวลาไปเกือบทั้งวัน แม้เธอจะใช้วิธีพิเศษได้ แต่ไหน ๆ ก็ต้องฝึกจิตใจท่ามกลางโลกมนุษย์แล้ว ตราบใดที่ยังไม่กระทบความปลอดภัยของตัวเอง ส่วนใหญ่เธอก็เลือกทำตัวเป็นเพียงคนธรรมดาที่ฉลาดกว่าคนอื่นเล็กน้อย วิธีพิเศษบางอย่าง หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ เพราะทุกการกระทำย่อมทิ้งร่องรอยไว้ แต่การจัดการอาชญากร และนำทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบกลับคืนสู่ประชาชน...ไม่อยู่ในข้อยกเว้นนั้น