← สารบัญ ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ตอนที่ 107107

บทที่ 107 ต่งซวงฉี

ครอบครัวใหญ่ หากมีสิ่งใดต้องทำ ก็ควรร่วมแรงร่วมใจกันทั้งหมด ใครขี้เกียจย่อมไม่เกิดกำลังใจ แม่เฒ่าสวี่ก็คิดเช่นเดียวกัน พอรู้ว่าหลานชายคนเล็กได้ตำรับทำของขาย และซื่อยาทำสำเร็จได้จริง นางก็ปลื้มใจนัก ได้ของที่ทำเงิน จะกลัวเหนื่อยไปเหตุใดกัน — กลัวก็แต่เหนื่อยแทบตายแล้วยังหาเงินไม่ได้ต่างหาก

ดังนั้น ภายในเรือนเล็กจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักและเสียงโกลาหลของการทำงาน พวกเขาใช้เวลาทำติดต่อกันหลายวัน กว่าจะทำครบตามจำนวนเจ็ดสิบห้าโถที่รับไว้ แถมยังมีเหลืออีกสองสามโถ ผู้เฒ่าสวี่รีบขนเข้าเมืองไปส่งให้สวี่ต้าจวิ้นทันที

สวี่ต้าจวิ้นจัดการส่งมอบของให้ผู้สั่งจนครบ แล้วก็ได้รับถุงเงินหนักอึ้งมาหนึ่งถุงเต็ม ๆ ถุงนั้นถือไว้ในมือก็หนักจนแทบยกไม่ไหว หากจะผูกไว้ที่เอวเกรงว่าคาดเอวคงขาดแน่

สวี่ต้าจวิ้นดีใจจนปิดไม่มิด เขารู้สึกว่าถุงเงินหนักขนาดนี้ จะวางตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยไปหมด จนไม่กล้าออกจากสำนักศึกษาเลยทีเดียว เวลานั้นเขากำลังคุยกับเพื่อนร่วมเรียนคนหนึ่งที่นั่งด้านหน้า

“พี่ซวงฉี ตอนเลิกเรียนท่านว่างไหม? ข้าอยากรบกวนให้ช่วยไปส่งข้าได้หรือไม่”

ต่งซวงฉีคือเพื่อนร่วมชั้นที่สวี่ต้าจวิ้นเพิ่งสนิทด้วยในช่วงนี้ เขาแตกต่างจากพวกนักเรียนทั่วไปที่ขาวซีดร่างบาง เพราะผิวคล้ำและรูปร่างล่ำสัน ดูยังไงก็เหมือนคนสอบสายบู๊มากกว่าสายบุ๋น สวี่ต้าจวิ้นยืนอยู่ข้าง ๆ ยังเตี้ยกว่ากันไปหนึ่งศีรษะ มีเพื่อนแบบนี้อยู่ใกล้ ๆ ย่อมรู้สึกอุ่นใจไม่น้อย

ต่งซวงฉีหันมามอง แล้วหัวเราะเสียงดัง “เจ้าทำท่ากลัวจะถูกปล้นเสียอย่างนั้น ระวังเถอะ จะกลายเป็นเป้าหมายให้ขโมยมันเล็งเอาแน่ เอาเถอะ พี่ชายจะอ้อมไปส่งเจ้าสักรอบก็แล้วกัน!”

สวี่ต้าจวิ้นยิ้มแฉ่ง ยกมือประสานคำนับ “ขอบคุณมากขอรับ!”

ฟางจื้ออันหัวเราะพลางว่า “ข้าก็บอกแล้วใช่ไหม เปิดร้านไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือ? เช่นนี้ไม่สะดวกเลยนะ อีกหน่อยมีคนตามมาหาเจ้ามากขึ้นแน่ เจ้าทำแบบนี้ไม่ได้หรอก”

เขาว่าต่ออย่างเจ้าเล่ห์ “แล้วอีกอย่าง มีข่าวดีจะบอกนะ อีกสามวันก็ถึงเวลาสอบประจำสิบวันแล้ว เจ้าพร้อมหรือยัง?”

ฟางจื้ออันพูดด้วยท่าทีเหมือนจะสะใจ เพราะช่วงนี้เขาก็เห็นชัดแล้วว่าสวี่ต้าจวิ้นมีใจอยู่กับการทำการค้ายิ่งกว่าการเรียน ผลสอบที่ผ่านมาเขามักจะได้ที่รั้งท้ายทุกครั้ง คราวนี้มีคนมารั้งท้ายเป็นเพื่อน เขาจะไม่ดีใจได้อย่างไร!

สวี่ต้าจวิ้นเหลือบตามองเขาอย่างไม่พอใจ …แบบนี้จะเรียกข่าวดีได้อย่างไรเล่า? ว่าแต่ อีกสามวันก็ถึงเวลาสอบประจำสิบวันแล้วหรือ? เร็วจังจริง ๆ

เมื่อสอบเสร็จก็จะได้หยุดพักสิบวัน คราวก่อนเขายังไม่ได้คุยตกลงเรื่องที่เคยชวนฟางฉงอวิ๋นเลย คิดดังนั้น เขาก็หันไปถามอีกคน

“พี่ฟางฉงอวิ๋น เรื่องที่ข้าเคยพูดไว้คราวก่อน ท่านคิดได้หรือยัง? จะไปล่าสัตว์ด้วยกันหรือไม่?”

ยังไม่ทันที่ฟางฉงอวิ๋นจะตอบ ฟางจื้ออันที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็โผล่เข้ามาก่อน “ยังจะล่าสัตว์อีกหรือ? ล่าอะไรกัน?”

พอได้ยินคำว่า “ล่าสัตว์ในป่า” เพื่อนร่วมชั้นอีกสองคนอย่างเผิงรุ่ยหยวนกับหม่าอวี่หลินก็หูผึ่งขึ้นมาทันที ฟางฉงอวิ๋นจะเล่นอะไรกับสวี่ต้าจวิ้นกันแน่? พวกเขาไม่รู้เรื่องเลยนี่นา!

สวี่ต้าจวิ้นนึกถึงว่าพวกเพื่อนเหล่านี้ช่วยอุดหนุนยาสีฟันของตนไว้หลายคน จะชวนเล่นด้วยก็ไม่เสียหาย จึงว่าอย่างร่าเริง “การล่าสัตว์เป็นเรื่องสนุก พวกเราหลายคนไปด้วยกันขึ้นเขา เอาคันธนูไปหลายคัน ถึงเวลาค่อยแบ่งเป็นสองฝ่าย ดูกันว่าใครจะล่าได้มากกว่า พวกเจ้าจะไปหรือไม่? ครานี้หยุดสิบวันแน่ะ!” การละเล่นแบบนี้คนเยอะยิ่งสนุกอยู่แล้ว

ได้ยินดังนั้น แม้พวกเขายังไม่เข้าใจว่ามันคือการละเล่นแบบใด แต่แค่ได้ยินว่าต้องเล่นกลางป่า ก็รู้สึกน่าสนใจ เด็กหนุ่มพวกนี้ ใครบ้างจะไม่ชอบความตื่นเต้น?

ฟางจื้ออันรีบพูด “สวี่ต้าจวิ้น! เจ้าช่างไม่เห็นแก่เพื่อนเลย เรื่องดีแบบนี้เหตุใดไม่ชวนข้าก่อน?”

สวี่ต้าจวิ้นทำหน้าตาย “ข้าก็กำลังจะชวนเจ้านี่แหละ ฟางจื้ออัน เจ้าจะเล่นด้วยหรือไม่?”

“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรช่วงหยุดสิบวันนี้พอดี!”

สองคนตกลงกันได้สนุก ข้าง ๆ ก็มีต่งซวงฉียกมือขอร่วมด้วย ทีนี้คนอื่นก็พากันตะโกนขอไปด้วย คนอยากร่วมมีไม่น้อยเลย ยกเว้นฟางเหยียนผิงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่พูดอะไร

สุดท้ายฟางฉงอวิ๋นก็เอ่ยสั้น ๆ “ไป”

สวี่ต้าจวิ้นยิ้มกว้าง “ตกลง! เช่นนั้นนัดกันเลย วันเริ่มหยุดสิบวัน พวกเราพบกันที่ภูเขาต้าฉิงซานนอกเมือง!”

ฟางเหยียนผิงมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าไปพร้อมเสียงเยาะ “ชอบทำตัวเด่น” สวี่ต้าจวิ้นได้ยินแต่ทำเหมือนไม่ได้ยินเสีย คนที่มีความคิดต่างกัน ไม่จำเป็นต้องสนใจมากมายหรอก มีเพื่อนมากคนก็ดี มีน้อยคนก็ไม่เป็นไร

แผนช่วงหยุดสิบวันจึงตกลงแน่นอน สวี่ต้าจวิ้นในฐานะผู้คิดการละเล่นขึ้นมา ต้องจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม อันดับแรก คือของที่ต้องใช้ในการเล่น ถ้าไม่เตรียมไว้ จะเล่นกันได้อย่างไร?

พอเลิกเรียน เขาก็ให้ต่งซวงฉีและฟางจื้ออันเดินประกบคอยคุ้มกันพาถุงเงินกลับบ้านฟางอย่างปลอดภัย แล้วออกไปเดินหาของต่อ ฟางอวี้ซิงและฟางจื้ออันแน่นอนว่าต้องติดสอยห้อยตาม ส่วนต่งซวงฉีเองก็ถูกลากไปด้วย

“ท่านพี่ซวงฉี ข้าได้ยินมาว่าท่านเรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ต้องยิงธนูได้แน่เลยใช่ไหม? เอ้อ...ในเมืองนี้มีร้านทำธนูดี ๆ บ้างไหม? พาข้าไปหน่อยสิ”

ต่งซวงฉีเลิกคิ้ว “เจ้าอยากซื้อธนูหรือ?” เขามองสำรวจสวี่ต้าจวิ้นขึ้นลง ร่างผอมเล็กเช่นนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่คนชอบธนูแน่ ๆ

สวี่ต้าจวิ้นตอบ “การละเล่นล่าสัตว์ในป่าต้องใช้ ข้าอยากให้ท่านแนะนำช่างฝีมือดี ๆ หน่อย ข้าจะสั่งทำชุดธนูไว้สักหลายอัน”

ต่งซวงฉีได้ยินเข้าก็สนใจขึ้นมาทันที การละเล่นล่าสัตว์ในป่ายังเกี่ยวกับธนูอีกหรือ? แบบนี้สิถึงจะสนุก!

“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปหาช่างกง เขาทำธนูเก่งที่สุดในเมืองนี้” ทั้งสี่คนจึงมุ่งหน้าไปทางเหนือของเมือง จนถึงร้านทำธนูตระกูลกง

ต่งซวงฉีดูคุ้นเคยกับที่นั่นมาก ลูกจ้างในร้านก็รู้จักเขาดี เห็นหน้าเข้ามาก็เรียกเสียงดังว่า “คุณชายต่ง!” ช่างกงที่เขาพูดถึงแต่งกายแบบช่างทำงานสั้นรัดกุม กำลังง่วนอยู่หลังร้าน ต่งซวงฉีพาสวี่ต้าจวิ้นเข้าไปแนะนำตัว แล้วช่วยบอกความต้องการให้ฟังว่าต้องการสั่งทำธนูหลายชุด