← สารบัญ ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ตอนที่ 216216

บทที่ 216 ความคิดของผู้เฒ่าสวี่

เสียงเพราะก็เพราะอยู่หรอก แต่ถึงกับเพราะขนาดนั้นเชียวหรือ?

สวี่อินอินชอบถึงเพียงนั้นเลยหรือ? นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกจริง ๆ

สวี่ต้าจวิ้นพยักหน้ารับ “หน้าตาดี”

“จริงหรือ?” สวี่อินอินยังไม่วางใจนัก สงสัยในรสนิยมของน้องชาย

สวี่ต้าจวิ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างแน่วแน่ “จริงสิ ในบรรดาศิษย์ร่วมสำนักของข้า นับว่าฟางฉงอวิ๋นหล่อที่สุดแล้ว!”

“บรรยายให้ฟังสักประโยคสิ”

“อืม... หน้าตาดีมาก”

“……” สวี่อินอินค้อนให้หนึ่งที ไม่คาดหวังให้เขาพูดเป็นกลอนอีก พลางโบกมือให้เซี่ยซินมาพยุงกลับเรือน แต่เซี่ยซินไม่รอให้พยุง นางย่อตัวลงให้ขึ้นหลัง แบกสวี่อินอินเดินฉับ ๆ ไปอย่างคล่องแคล่ว

สวี่ต้าจวิ้นมองตามตาค้าง แล้วก้มมองแขนขาอันผอมบางของตนเอง พลางคิดในใจ เฮ้อ... ต้องหมั่นฝึกกำลังหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นแรงยังสู้สาวใช้ไม่ได้เลย

ไม่พูดแล้ว ข้าไปยกกระสอบทรายดีกว่า!

——

สวี่ชุนซานกับจางซิ่วหลานรู้ว่าบุตรสาวไปเที่ยวกลับมายังเจ็บเท้าอยู่ ก็ได้แต่ภาวนา “อมิตาพุทธ” อยู่ไม่ขาด คิดในใจว่าอีกไม่กี่วันจะถึงปีใหม่ หากลูกสาวยังเจ็บอยู่ก็คงไม่เป็นมงคลนัก

แม้สวี่อินอินจะยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทายาแล้วดีขึ้นมาก แต่สองสามีภรรยาก็ยังไม่วางใจ ต้มยาบำรุงให้ดื่มทุกมื้อไม่ขาด ในเมื่อไม่ขัดสนเงินทอง ทั้งสองจึงตั้งใจจะให้ลูกกินอยู่สบายที่สุด เสื้อผ้าไม่พูดถึง แต่อาหารการกินนั้นต้องไม่ให้ขาดแน่นอน

ตอนนี้บ้านของพวกเขา แม้จะยังไม่ถึงขั้นมั่งคั่ง แต่ก็เรียกได้ว่า “ไม่จนแล้ว”

ร้านหม้อไฟเปิดมาได้ครบหนึ่งเดือน ชื่อเสียงลือไปทั่วเมืองอู่หนิง ใครต่อใครพบหน้ากันต้องถามเป็นประโยคแรกว่า “เจ้าไปกินหม้อไฟหรือยัง?”

เมื่อการค้ารุ่งเรืองถึงเพียงนี้ รายได้ก็ย่อมพุ่งตาม ทุกวันยอดกำไรไม่ต่างจากวันเปิดร้านเลย สวี่ต้าจวิ้นมีส่วนแบ่งอยู่ห้าส่วน รับเงินปันผลรวมทั้งสิ้นหกร้อยสามตำลึง บ้านพร้อมเครื่องเรือนที่พักอยู่ สวี่ต้าจวิ้นได้จ่ายเงินให้ฟางฉงอวิ๋นไปสองร้อยตำลึง ดังนั้นยังเหลืออยู่สี่ร้อยตำลึง บวกกับกำไรจากการขายเครื่องปรุงหม้อไฟ หลังหักต้นทุนแล้ว ตอนนี้ยังมีเงินเก็บอยู่อีกร้อยกว่าตำลึง

รวมทั้งหมด บ้านนี้มีเงินกว่าห้าร้อยตำลึง!

สำหรับสวี่ชุนซานแล้ว หากคิดว่าเงินหนึ่งตำลึงเท่ากับพันเหรียญในยุคหลัง ห้าร้อยตำลึงนี้ก็เท่ากับเงินเก็บครึ่งชีวิตในชาติก่อนของเขาเลยทีเดียว นี่มันเพียงเดือนเดียวเท่านั้น!

ดูจากแนวโน้มแล้ว การเป็นเศรษฐีใหญ่คงอยู่ไม่ไกลแล้วกระมัง! สวี่ชุนซานหัวใจเต้นราวน้ำเดือดปุด ๆ ยากจะสงบ คืนนั้นเขาโอบภรรยาสาวที่อ่อนวัยลงไปหลายปีไว้ในอ้อมแขน พลางยิ้มอย่างภาคภูมิ “เห็นหรือไม่ ข้าพูดแล้วมิใช่หรือ ว่ามาอยู่ที่นี่ ข้าก็ยังสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ให้เจ้ากับลูก ๆ อยู่สุขสบายได้เช่นเดิม”

จางซิ่วหลาน: … หากไม่มีลูก ๆ เจ้าคงทำไม่ได้หรอก จะไปทำอะไรได้เล่า

แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่พูดออกมา ในยามค่ำคืนที่สามีภรรยาได้พูดจากันอบอุ่นเช่นนี้ จะไปทำลายบรรยากาศได้อย่างไร

นางยิ้มตอบ “ใช่ ๆ ท่านเก่งที่สุดเลย”

“ซิ่วหลาน...”

“หืม?”

“ดึกแล้ว นอนเถิด”

“...อืม”

——

เมื่อคนมีความสุข ใจก็ผ่องใส มีเงินก็คลายกังวล สวี่ชุนซานเป็นคนกตัญญูรู้คุณอยู่แล้ว ครั้นใกล้ถึงปีใหม่ ก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ภรรยาและลูกชายลูกสาว ไม่ลืมจะซื้อให้ผู้เฒ่าสวี่กับแม่เฒ่าสวี่คนละสองชุด ส่วนคนอื่นในบ้านก็ได้กันคนละชุด เสื้อผ้าทั้งหมดเป็นเสื้อสำเร็จรูป ผู้เฒ่าสวี่เห็นเข้าก็อดตำหนิไม่ได้ “เจ้ามีใจก็พ่อดีใจแล้ว แต่มีเงินก็อย่าใช้สุรุ่ยสุร่ายเลย ซื้อมาทำไมเสื้อสำเร็จรูป พวกเราตัดผ้าเย็บเองก็ได้ เงินที่ประหยัดไปยังพอทำได้อีกสองชุดแน่ะ”

สวี่ชุนซานตอบอย่างไม่คิด “ของที่คนอื่นขายทำออกมางามกว่าเย็บเองมาก ภรรยาข้าก็เย็บไม่เป็น ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองก็ยุ่งกันทั้งนั้น จะมีเวลามาเย็บตั้งหลายชุดได้อย่างไร”

เย็บเองก็ไม่สวยเท่าซื้อสำเร็จดูสิ ภรรยาและลูกสาวของเขาสวมแล้วงามนัก!

ผู้เฒ่าสวี่ฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้า แล้วด่าเปิงเข้าให้อีกชุด ดูเอาเถิด เจ้านี่พอมีเงินก็ลืมตัวเสียแล้ว! ก่อนนี้กังวลว่าไม่เอาถ่าน พอเอาถ่านขึ้นมาก็กลัวจะเหลิงอีก

“เจ้าคิดว่ามีเงินแค่นั้นจะพอหรือ? ลิ่วหลางของเจ้าอีกไม่กี่ปีก็ต้องเข้าสอบ จะใช้เงินเท่าไรกัน ไหนจะสอบใหญ่ ไปเมืองหลวงสอบต้องเตรียมไว้มากกว่านี้อีก เส้นทางไกล เงินต้องพร้อมเสมอ เข้าใจหรือไม่?

อีกอย่าง ซื่อยาเองก็จะครบสิบหกแล้ว ถึงวัยต้องหาคู่ครองแล้ว พ่อก็คิดอยู่หลายวัน หากให้แต่งอยู่ในหมู่บ้านนี้ นางต้องตื่นแต่เช้า ซักผ้า หุงข้าว เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ทำไร่ทำนา ข้าเพียงคิดก็ใจหาย จะให้หลานสาวข้าเหนื่อยเช่นนั้นได้อย่างไร?

ข้าคิดว่าจะต้องหาคู่ในตัวเมือง บ้านที่มั่งมี อยู่สุขสบาย น้ำย่อมไหลลงต่ำ แต่คนต้องก้าวขึ้นสูง หากเราอยากให้หลานมีชีวิตดี ต้องให้เขาแต่งเข้าบ้านที่ดีด้วย แต่จะให้คนมั่งมีเลือกเรา เราก็ต้องมีอะไรสมควรตอบแทนบ้างไม่ใช่หรือ? ซื่อยาเป็นเด็กดีทุกด้าน แต่เท่านั้นยังไม่พอ หากจะแต่งเข้าบ้านดี ๆ ต้องจัดเตรียมสินสมรสไว้ให้มากหน่อย จะได้มีหน้ามีตาในบ้านผัว เข้าใจหรือไม่?”

“ชุนซานเอ๋ย อย่าเพิ่งหลงตัวเพราะหาเงินได้ อย่าลืมรากเหง้าของตนเอง คนเราต้องไม่ลืมความตั้งใจเดิม เจ้าผู้เป็นพ่อ ต้องคิดให้รอบว่าตนจะสร้างร่มเงาใหญ่แค่ไหนให้ลูกหลาน จงตริตรองให้ดีเถิด”

คำของผู้เฒ่าสวี่ทำให้สวี่ชุนซานนั่งนิ่งไปครู่ใหญ่ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นคำสอนที่ทำให้เขาน้อมรับยิ่งนัก เพียงแต่...เงินมีไว้ก็ต้องใช้บ้าง มิใช่หรือ? ไม่เช่นนั้นจะหามาเพื่ออะไร

แม้ใจคิดเช่นนั้น แต่ก็รู้ว่าผู้เฒ่าพูดด้วยหวังดี จึงพยักหน้ารับ “ข้าทราบแล้วท่านพ่อ” แต่เมื่อได้ยินที่บิดาพูดถึงเรื่องคู่ครองของบุตรสาว เขาก็แอบกลอกตาเล็กน้อย ก่อนถามอย่างมีเลศนัย

“ท่านพ่อ เรื่องคู่ของซื่อยา ท่านคิดไว้อย่างไรหรือ?”

เมื่อเห็นลูกชายยังฟังคำดี ๆ ได้ ผู้เฒ่าสวี่ก็ไม่ว่าอะไรต่อ “ข้าก็บอกแล้วว่า ต้องหาที่ในตัวเมือง พวกเราในเมืองก็รู้จักคนไม่มาก เรื่องนี้ตอนหาคู่ให้ต้าหลาง ข้าก็ฝากไว้กับอาหญิงเจ้า คราวนี้ของซื่อยาและอู่ยา ข้าก็คิดจะฝากให้อาหญิงเจ้าช่วยดูเช่นกัน”