← สารบัญ ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ตอนที่ 244244

บทที่ 244 ปริศนาโคมไฟยามค่ำ

หญิงสาวทั้งหลายต่างโล่งอก เพราะสวี่อินอินพูดกับพวกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จึงยิ่งกล้าพูดคุยกันอย่างเปิดเผย

“ซื่อยา ข้าอยากได้โคมกระต่ายนั่น!” “ซื่อยา ข้าอยากได้โคมดอกบัวนั่น!” “ซื่อยา ข้าอยากได้โคมรูปเสือนั่น!” “ซื่อยา—”

สวี่อินอินได้แต่คร้านใจ เรียกนางว่าซื่อยาได้ก็จริง แต่พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องตะโกนเสียงดังขนาดนั้นก็ได้กระมัง? เสียงในตลาดคึกคักอึกทึกขนาดนี้ แต่คำว่า “ซื่อยา” ของพวกนางกลับดังจนได้ยินไปไกลถึงแปดจั้ง นางถึงกับหูอื้อไปหมด เพื่อไม่ให้ต้องได้ยินคำว่า “ซื่อยา” จนปวดหัว สวี่อินอินจึงรีบช่วยทายปริศนา ชี้ทีละดวงตอบทีละข้อ หวังเพียงว่าจะได้โคมทั้งหมดมาไว้ให้พวกนางโดยเร็ว จะได้ไม่มีใครตะโกนเรียกนางอีก

แต่บังเอิญนัก แผงโคมไฟที่พวกนางยืนอยู่นั้นมิใช่ของผู้จัดงานเทศกาลในปีนี้

เจ้าของแผงเป็นคนประหลาด โคมไฟของเขาล้วนทำอย่างประณีตงดงามยิ่งกว่าแผงอื่น พอได้เห็นของเขาแล้ว ก็มักจะดูของแผงอื่นไม่เข้าตาอีกเลย

ดังนั้นต้องทำตามกติกาของเขา ใครอยากได้โคมดวงไหนให้ทายปริศนา ถ้าทายถูก โคมนั้นเป็นของเจ้า แต่ถ้าทายผิด ต้องจ่ายเงินให้เจ้าของแผง แน่นอนว่าถ้าไม่อยากทายก็ซื้อได้ตรง ๆ แต่ราคาต่ำสุดก็หนึ่งตำลึงต่อหนึ่งดวง ส่วนแผงของผู้จัดงานนั้น ทายได้เลยไม่คิดเงิน

เมื่อจางต้ายาและคนอื่นได้ยินดังนั้น ก็ตั้งใจจะเปลี่ยนไปแผงอื่น แต่สวี่อินอินกลับสะดุดตากับโคมดวงหนึ่ง เป็นโคมแปดเหลี่ยมวาดลวดลายภูเขาทุ่งนา โครงไม้แกะสลักลวดลายดอกไม้อย่างวิจิตร ฐานโคมประดับด้วยลูกปัดและหยกดูงดงามยิ่งนัก โคมนี้งามจนชวนให้หลงใหล นางจึงคิดอยากนำกลับไปแขวนไว้ในห้องชมดูให้เพลินใจ นางจึงไม่ยอมไปไหน ชี้ไปยังโคมแปดเหลี่ยมดวงนั้นทันที

สวี่อินอินคาดว่าโคมดวงนี้คงมีปริศนาที่ยากที่สุดในบรรดาโคมทั้งหมด ถ้าทายดวงนี้ได้ ที่เหลือก็ไม่ยากเกินไป

เป็นดังที่คิดไว้จริงๆ เจ้าของแผงเห็นนางชี้มาที่โคมที่ดีที่สุดและแพงที่สุดของร้านก็อดมองไม่ได้ แน่นอน นางสวมหมวกมีม่านปิดหน้า เขาจึงมองไม่เห็นใบหน้านาง ทว่าจากเครื่องแต่งกายก็พอรู้ว่าคงเป็นสตรีจากตระกูลมีฐานะ

“ทายไม่ถูกก็ไม่เป็นไร ซื้อไว้ก็ยังได้กำไร” เขาคิดในใจ พลางยิ้มกว้าง หยิบโคมลงมาแล้วแกะกระบอกกระดาษที่แขวนไว้ข้างบนออกคลี่ดู

บนกระดาษเขียนว่า “เบื้องบนไร้กระเบื้องครึ่งแผ่น เบื้องล่างไม่มีที่ปักหมุด คาดน้ำเต้าไว้ที่เอว รู้แจ้งเรื่องหยินหยาง”

เจ้าของแผงกล่าวว่า “ให้ทายเป็นอักษรหนึ่งตัว”

สวี่อินอินอ่านแล้วหัวเราะเบา ๆ “คำนี้ง่ายจะตาย ข้าเคยเห็นในหนังสือรวมปริศนาโบราณ”

นางตอบโดยไม่ลังเลว่า “คือตัวโป๋ 卜 ”

เจ้าของแผงถึงกับตะลึง “ทายถูกแล้วหรือ? ไม่ต้องคิดเลยหรือไร?”

สายตาเขาเริ่มแปลกใจ หากไม่รู้ว่าปริศนาเหล่านี้เขาเป็นคนเขียนเอง คงนึกว่านางแอบดูเฉลยมาก่อนแน่ ถึงจะประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ลังเล ยื่นโคมให้นางพลางกล่าวเสียงดัง “ยินดีด้วยคุณหนู ทายถูกแล้ว”

จางต้ายาและสาว ๆ ที่อยู่ด้านหลังต่างอึ้งไป ก่อนจะพากันตบมือดีใจ “ซื่อยา! เจ้าทายถูกจริง ๆ เจ้าเก่งเหลือเกิน!”

“บังเอิญๆ เท่านั้น” สวี่อินอินตอบเรียบ ๆ แล้วยื่นโคมให้เซี่ยซินถือ ก่อนชี้ต่อไปยังโคมรูปปลาคู่ที่สวี่อู่ยาชอบ

“แสงเดือนเหนือน้ำบัว — ทายชื่อยาสมุนไพร” “หยินฉือ 银池”

ต่อมาอีกดวง “รูปร่างเล็กนัก แต่ค่ามหาศาลเท่าทองพันตำลึง ชอบทาแป้งแดงทั่วหน้า อยู่คู่ดอกไม้เดือนเพ็ญ — ทายเครื่องใช้ในห้องหนังสือ” “ตราประทับ”

อีกดวงหนึ่ง

“เล่นหมากรุกในที่มืด — ทายสำนวนหนึ่ง” “ขาวดำไม่แยก”

แล้วต่อไปอีกเรื่อย ๆ …สวี่อินอินตอบได้รวดเดียวไม่หยุดหายใจ ไม่นานนัก เหล่าสาวๆที่อยู่ด้านหลังแต่ละคนก็ได้โคมไปคนละดวง ทุกคนล้วนได้ดวงที่ตนชอบ โคมบนแผงหายไปครึ่งหนึ่ง เจ้าของแผงกลับไม่ขุ่นเคืองแม้แต่น้อย เห็นสวี่อินอินจะจากไปยังรีบเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อคุณหนูเริ่มไว้แล้ว เหตุใดไม่ทำให้ครบเล่า? ทายให้หมดเถิด จะได้ให้ข้าปิดร้านกลับบ้านเร็วหน่อย”

สวี่อินอินคิดในใจ — แล้วเจ้าจะตั้งกติกาทายผิดต้องเสียเงินไว้ทำไมกัน? ให้ข้าเหลือไว้ให้เจ้าขายหน่อยก็ยังดีแท้ ๆ ดันเร่งให้ข้าทายให้หมดอีก?

นางคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ พอดีกับที่แผงข้าง ๆ มีสวี่ซานหลางซึ่งยังทายไม่ได้แม้แต่ดวงเดียว พอเห็นนางก็รีบโผล่มาทันที

“ซื่อยา! เจ้าทายต่อเถิด ช่วยพวกเขาทีเถิด!” เพราะเขาทายไม่ถูกเลยสักข้อ แต่พวกเพื่อนกลับไม่ยอมปล่อยไป ไม่มีทางเลือก สวี่อินอินจึงต้องทายต่อ

ปริศนาที่เหลือต่างง่ายทั้งนั้น เพียงครู่เดียวโคมทั้งแผงก็หมดเกลี้ยง เหล่าหนุ่มสาวที่ถือโคมอยู่ในมือยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ส่วนเจ้าของแผงก็เก็บของอย่างไม่เร่งร้อน สีหน้ายังยิ้มละไม ไม่มีเค้าความโกรธเลยแม้แต่น้อย

แถมยังพูดกับสวี่อินอินว่า “คุณหนูโปรดรักษาโคมแปดเหลี่ยมให้ดีเถิด ข้าลงมือทำอยู่นานถึงสามเดือนกว่าจะเสร็จ”

สวี่อินอินรู้สึกแปลกในใจ มองโคมนั้นอย่างพินิจพลางคิดในใจ — นี่มันจะไม่ใช่โคมทำจากหนังคนหรอกนะ? หนังสือมากมายที่เคยอ่านมาทำให้นางอดคิดเพี้ยนๆไม่ได้ สมองมันพาไหลไปเอง พอเดินต่อไปยังด้านหลัง เห็นสวี่ต้าจวิ้นกำลังทายปริศนา เขาแม้จะไม่รวดเร็วเท่านาง แต่ก็ทายถูกไปหลายดวงแล้ว

เขาเห็นสวี่อินอินมาจึงจะเรียกให้นางช่วย แต่ตอนนี้สวี่อินอินมัวแต่จ้องโคมในมือ คิดแต่ว่ามันเป็นโคมหนังคนหรือไม่ ไม่มีสมาธิฟังอะไรอีก พอเหลียวกลับไปดูอีกครั้ง ก็พบว่าแผงนั้นหายไปแล้ว ทั้งคนทั้งของราวกับไม่เคยมีอยู่ตรงนั้นมาก่อน

ข้าง ๆ มีหญิงวัยกลางคนยืนอยู่ คนผู้นี้เมื่อครู่ก็ยืนดูอยู่ตรงนั้น สวี่อินอินจึงเข้าไปถามว่า “เมื่อครู่คนผู้นั้น เขามาตั้งแผงทายปริศนาแบบนี้ในงานโคมไฟทุกปีหรือไม่เจ้าคะ?”

สตรีผู้นี้ที่เพิ่งชมว่านางเก่งนักเมื่อครู่ยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า “เจ้าว่าปีที่ผ่าน ๆ มาน่ะหรือ? คนก็เยอะทุกปี ข้าจำไม่ได้หรอกว่าใครเป็นใคร แต่แบบที่ทายปริศนาแล้วถ้าทายผิดต้องเสียเงินให้เขาแบบนี้ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ”