ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ
ตอนที่ 246 — 246
บทที่ 246 หายตัวกลางเทศกาล
หวังหนิงซวงกับอีกหลายคนต่างก็รู้จักข่งฉินฟางกันดี เพราะในงานเลี้ยงต่าง ๆ ก็มักได้พบกันอยู่บ่อย อีกทั้งต่างก็ทราบดีว่านางกับฟางโย่วฉินไม่ลงรอยกัน ทั้งคู่เหมือนเข็มสองเล่มที่ตั้งตรงชนกัน ทุกครั้งที่เจอก็ต้องมีเรื่องปะทะคารมเสมอ หวังหนิงซวงกับพวกจึงออกหน้าอยู่ข้างฟางโย่วฉิน พอเห็นข่งฉินฟางไม่มีมารยาท บุกเข้ามาในวงของพวกตนถึงที่ก็พากันไม่พอใจ ในที่นี้ หวังหนิงซวงมีฐานะสูงสุด จึงเอ่ยปากเชิญให้อีกฝ่ายออกไปอย่างตรงไปตรงมา แทบจะพูดคำว่า “ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า” ออกมาอยู่แล้ว
ทว่าข่งฉินฟางกลับเป็นคนที่ไม่รู้จักดูสีหน้าผู้อื่นอยู่ก่อนแล้ว นางเป็นคนที่มักมองผู้อื่นด้วยหางตาเสมอ พอนางเห็นโคมไฟแปดเหลี่ยมที่วางอยู่บนโต๊ะ ดวงตาก็พลันสว่างขึ้น เพราะตราบใดที่มีฟางโย่วฉินอยู่ นางก็ต้องเข้ามายุ่งให้ได้ นางจึงพูดขึ้นเสียงใสว่า
“โอ้ โคมไฟนี่ช่างงามยิ่งนัก ข้าซื้อ! เท่าไหร่บอกมาเถอะ!”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยท่าทีว่า “ของที่ข้าอยากได้ ต่อให้ฟ้าดินห้ามก็ต้องได้มา” ฟังแล้วช่างไม่น่าชอบเอาเสียเลย
ฟางโย่วฉินกลั้นไม่อยู่ ตอบกลับเสียงขุ่น “ไม่ขาย!” คนผู้นี้ชอบแย่งของกับนางมาตลอด บางครั้งเจอกันในร้านเครื่องประดับ เห็นนางหยิบของสิ่งใดก็จะต้องเอาอย่าง ท่าทีเช่นนั้นน่ารำคาญยิ่งนัก จะปล่อยให้นิสัยเสียเช่นนี้ไม่ได้!
แต่พอข่งฉินฟางได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ก็ยิ่งมั่นใจว่าโคมไฟนี้เป็นของฟางโย่วฉิน นางยิ่งอยากได้มากขึ้นไปอีก จึงกล่าวอย่างถือดีว่า “ข้าให้ยี่สิบตำลึงเงิน!”
ฟางโย่วฉินถลึงตา “ใครอยากได้เงินเจ้ากัน!”
ข่งฉินฟางเชิดหน้าเย่อหยิ่ง “ถ้าเจ้าไม่ขายให้ข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าจะไปบอกบิดาข้าก็ได้!” บังเอิญเสียจริง บิดาของข่งฉินฟางเป็นลูกพี่ลูกน้องกับข่งถงจื่อ อีกทั้งยังเป็นผู้บังคับบัญชาของบิดาฟางโย่วฉินอีกด้วย
ฟางโย่วฉินโมโหจนตาแดง ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ พอแย่งของไม่ได้ก็เอาญาติผู้ใหญ่ของตนมาข่มผู้อื่น นอกจากอาศัยบิดาแล้ว นางผู้นี้ยังรู้อะไรอีกเล่า!
แต่ปัญหาก็คือข่งฉินฟางเป็นเช่นนี้จริง ๆ และบิดานางก็เอ็นดูนางเหลือเกิน
ฟางโย่วฉินยิ่งคิดยิ่งแค้น โคมไฟนี้ไม่ใช่ของตน แต่ก็ไม่อยากเห็นนางมาซื้อไปได้หน้าตาเฉย จึงสวนกลับเสียงแข็ง “ไปเลยสิ! อยากบอกอะไรก็บอกไปเถอะ!”
ข่งฉินฟางยิ้มเยาะ “เจ้าไม่กลัวหรือ? หากบิดาเจ้ารู้ว่าเพราะเจ้าไม่รู้ที่ต่ำที่สูงไปขัดใจข้าเข้า จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?” ฟางโย่วฉินโกรธจนตัวสั่น มือของใครบางคนยื่นมาจับมือของนางไว้ นางเงยหน้าขึ้น เห็นเป็นสวี่อินอิน
“พี่หญิงสวี่...”
สวี่อินอินส่งยิ้มให้ ก่อนหันไปทางข่งฉินฟาง “เช่นนั้นก็ขายให้เจ้าก็แล้วกัน”
โคมไฟนี้ นางเองก็กำลังลังเลอยู่ ระหว่างจะเก็บไว้หรือทิ้งไป พออีกฝ่ายเสนอเงินถึงยี่สิบตำลึง ก็ถือว่าดีเหมือนกัน ได้เงินเปล่าทั้งยังตัดปัญหาอีกด้วย
“พี่หญิงสวี่ ห้ามให้นางนะ!” ฟางโย่วฉินรีบร้อง แต่สวี่อินอินเพียงบีบมือของนางเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ ทางด้านข่งฉินฟางก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ สั่งให้บ่าวหยิบเงินออกมา แล้วเดินเชิดออกจากห้องไปอย่างนกยูงผู้ชนะ
เมื่ออีกฝ่ายจากไปแล้ว บรรดาสาว ๆ ในห้องต่างพากันโกรธแทน
“พี่หญิงสวี่ ไม่ควรขายให้นางเลย! คนอย่างนั้น ได้โคมไฟไปก็เสียของเปล่า ๆ!”
หวังหนิงซวงถอนใจ “แต่ด้วยนิสัยของข่งฉินฟาง หากได้เห็นของที่ถูกใจแล้วไม่สมหวัง นางไม่มีทางยอมแน่”
สวี่อินอินพยักหน้า “สละโคมไฟหนึ่ง เพื่อแลกกับความสงบ ยังได้กำไรอีกยี่สิบตำลึง มีอันใดต้องเสียดายเล่า? ข้าเลี้ยงพวกเจ้ากินของหวานแทนแล้วกัน”
พูดจบก็สั่งให้เซี่ยซินไปเรียกคนร้านมานำของหวานและน้ำชาดี ๆ ขึ้นมา
นางยังให้ส่งไปห้องข้าง ๆ ด้วย ไหน ๆ ก็ได้ยี่สิบตำลึงมา จะไม่ใช้ให้คุ้มได้อย่างไร เมื่อของหวานมาถึง สาว ๆ ก็เริ่มเล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน
ด้านข่งฉินฟางเดินออกจากหอชาพร้อมบ่าว รับรู้ได้ถึงความสะใจที่สามารถข่มฟางโย่วฉินได้อีกครั้ง นางอารมณ์ดีถึงขั้นยกโคมไฟขึ้นชมอย่างเพลิดเพลิน
บนถนนมีผู้คนพลุกพล่าน รถม้าไม่อาจผ่านได้ แม้นางไม่อยากเดินก็ต้องให้บ่าวกับหมัวมัวเบิกทาง แล้วค่อย ๆ เดินกลับ ขณะนั้นเอง ขบวนเชิดสิงโตเชิดมังกรพอดีมาถึงฝั่งนี้ ผู้คนคลาคล่ำเสียงโห่ร้องกึกก้อง มีเสียงกระซิบดังขึ้นแผ่วเบาในหมู่คน
“เจอแล้ว โคมไฟอยู่นั่น!” “ใช่หญิงสาวนางนั้นแน่ เดินตามไป!”
…
เสียงกลองมังกรสิงโตดังสนั่น ผู้คนเบียดเสียดตามขบวนไปอย่างตื่นเต้น ถนนแออัดแน่นไปหมด จนยากจะขยับตัวได้ เมื่อขบวนเชิดสิงโตเชิดมังกรผ่านไปแล้ว บ่าวและหมัวมัวของข่งฉินฟางจึงรู้ว่าคุณหนูของตนหายไปเสียแล้ว ต่างพากันหน้าซีดเผือดราวเจอภัยพิบัติ
“รีบกลับไปแจ้งนายท่านเร็ว!”
ณ บ้านเรือนหลังหนึ่งที่เปลี่ยวเงียบทางตะวันตกของเมือง ชายคนหนึ่งในชุดคลุมกว้าง ผมสยาย หน้าผากคาดผ้าสีเทาน้ำเงิน กำลังมองร่างหญิงสาวที่ถูกมัดอยู่ในกระสอบ ใบหน้าแสดงความขุ่นเคือง
“ผิดตัว ไม่ใช่นาง!”
ค่ำวันเทศกาลโคมไฟ เมืองทั้งเมืองไม่หลับใหล บนถนนผู้คนยังคงเนืองแน่นยิ่งกว่าเดิม วันที่ครึกครื้นเช่นนี้ใครเล่าจะอยากกลับบ้านก่อนเวลา ระหว่างที่กำลังสนุกอยู่นั้น สวี่ต้าจวิ้นกับต่งซวงฉีมากดประตูห้อง บอกว่าพวกเขาได้จองหม้อไฟไว้ที่ร้านหมั่นเจียงหง หลังจากเล่นเสร็จจะย้ายไปกินมื้อดึกที่นั่นแล้วค่อยกลับ
เหล่าสาว ๆ ต่างดีใจเป็นล้นพ้น เพราะแต่ละคนก็มีพี่ชายหรือญาติชายมาด้วย จึงไม่เป็นห่วงเรื่องกลับค่ำ มีเพียงหวังหนิงซวงเท่านั้นที่บอกว่าขอเล่นอีกสักครู่แล้วต้องกลับ ไม่เช่นนั้นทางบ้านคงส่งคนมาตาม ยังไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก
ต่งชิงฮวาหันมามองหวังหนิงซวง “อย่าบอกนะว่าเร็วขนาดนี้? เพิ่งพูดเสร็จเองนะ!” สาวใช้เปิดประตูออกไป ก็เห็นว่าเป็นหมัวมัวคนสนิทของฮูหยินหวังจริง ๆ หวังหนิงซวงถอนหายใจ พลันกล่าวลาพวกเพื่อนแล้วลุกขึ้นตามหมัวมัวกลับไป
แต่เพียงไม่นานนัก นางก็กลับมาที่ห้องอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทุกคนต่างประหลาดใจ มองนางเป็นตาเดียว หวังหนิงซวงพูดเสียงสั่นว่า “เกิดเรื่องแล้ว ได้ยินว่าข่งฉินฟางหายตัวไปแล้ว! คนในตระกูลคงกำลังออกตามหากันให้ทั่ว ถึงขั้นระดมเจ้าหน้าที่ออกมาด้วย เกรงว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กแน่” เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วห้อง เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ พวกนางย่อมเลี่ยงรู้ไม่ได้อยู่แล้ว ในเทศกาลเช่นนี้ มักมีข่าวคนหายทุกปี ไม่ว่าจะเป็นชายหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ แม้แต่ลูกสาวของตระกูลใหญ่ก็เคยหายไปไม่น้อย
แต่ครอบครัวใดที่ลูกสาวหาย ต่างมักจะปิดเรื่องไว้ไม่ให้แพร่งพราย รีบออกตามหาอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียงตระกูล