← สารบัญ ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ทั้งครอบครัวทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ

ตอนที่ 81081

บทที่ 81 แม่ทัพเว่ยอู่ (หยางหย่งเสวี่ย)

ถูกพวกม่อต้าจ้วงและคนอื่น ๆ รุมถามไม่หยุด หัวหน้าหมู่บ้านโจวถึงกับปวดหัวแทบแตก โชคดีที่สวี่ชุนเหอและคนอื่น ๆ กลับมาทันเวลา จึงรอดพ้นจากการถูกล้อมไว้ได้

ผู้เฒ่าสวี่กำลังจะเอ่ยปากไล่แขก ให้ไปคุยกันต่อที่เรือนหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ทันใดนั้นเอง ที่หน้าประตูบ้าน พวกสวี่ชุนเหอที่ออกไปในเมืองก็รีบกลับมาอย่างร้อนรน

“เกิดอันใดขึ้นรึ?” ผู้เฒ่าสวี่ถามขึ้นทันที คนในเรือนต่างหันไปมองทางประตูบ้าน พวกสวี่ชุนเหอกลับมาด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เหงื่อท่วมตัว พอเข้ามาในลานบ้านก็รีบโบกมือก่อนจะขอน้ำดื่ม

“ประตูเมืองปิดแล้ว ไม่ให้เข้าออกอีก” สวี่ชุนเหอกล่าวกับผู้เฒ่าสวี่ ทุกคนในลานบ้านต่างตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงห้ามเข้าออกเมืองอีกแล้ว?

“หรือว่ามีผู้ลี้ภัยมาถึงหน้าเมืองอีก?” ผู้เฒ่าโจวเอ่ยถาม

เจิ้งเถี่ยฉุยรีบตอบว่า “ไม่ใช่! ได้ยินมาว่าแม่ทัพเว่ยอู่ยกทัพกว่าหมื่นคนเข้าตีเมืองเกาเอี้ยนได้แล้ว ตอนนี้กำลังจะบุกเมืองอู่หนิงฝู่!”

“อะไรนะ? ท่านแม่ทัพเว่ยอู่ผู้นั้นบุกมาแล้วหรือ?” หัวหน้าหมู่บ้านโจวร้องขึ้นด้วยความตกใจ ทำอย่างไรดีล่ะ พวกเขาอยู่ห่างจากประตูเมืองไม่มาก จะไม่ถูกลูกหลงเอาหรือ?

ในลานบ้านสกุลสวี่พลันอึกทึกไปหมด ทุกคนพูดกันไม่หยุด รวมถึงหัวหน้าหมู่บ้านโจวเองก็กลัวจนปากสั่น

ผู้เฒ่าสวี่เองก็วุ่นวายไปหมด สมองปวดหนึบกับเสียงโหวกเหวก จึงตัดสินใจให้ทุกคนแยกย้ายกลับไปก่อน ค่อยว่ากันทีหลัง

พอคนจากสิบกว่าครอบครัวกลับไปหมด เหลือเพียงเจ็ดครอบครัวในลานบ้าน

หลายครอบครัวเหล่านี้ล้วนรู้จักแม่ทัพผู้นั้นดีนัก ก่อนหน้านี้เขายังเคยจะชวนให้พวกตนเข้าร่วมด้วยซ้ำ ตอนนั้นพวกเขาปฏิเสธไป คิดไม่ถึงเลยว่าชายคนนั้นจะขึ้นมาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ได้ในเวลาไม่นาน!

เพียงแค่ชั่วครู่เดียว ตอนนี้กลับมียอดคนในบังคับบัญชากว่าหมื่น ช่างคาดไม่ถึงจริง ๆ

“แล้วเช่นนี้ เมืองเข้าไม่ได้ งานในเมืองจะทำเช่นไรเล่า?” ผู้เฒ่าโจวถามขึ้น

“จะให้ทำอย่างไรได้ ก็เข้าไม่ได้แล้ว จะฝืนบุกเข้าไปก็คงไม่ได้ดีหรอก ดีที่อีกแค่สองวันก็จะเสร็จงานอยู่แล้ว ค่าแรงก็จ่ายรายวันไปแล้ว ไม่เช่นนั้นคงได้โมโหตายแน่” โจวต้าชวนกล่าว

ผู้เฒ่าเจิ้งถอนหายใจ “มันก็ไม่มีทางเลือกจริง ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าแม่ทัพผู้นั้นจะบุกถึงเมืองอู่หนิงฝู่ได้จริงหรือไม่ เขาเก่งปานนั้นเชียวหรือ?”

เรื่องการศึก พวกชาวบ้านย่อมไม่เข้าใจมากนัก ผู้เฒ่าสวี่เองก็เช่นกัน เขาได้แต่คิดว่าหมู่บ้านของตนอยู่ใกล้ประตูเมืองนัก หากศึกใหญ่เกิดขึ้นจริง เกรงว่าถ้าเมืองถูกตีไม่แตก พวกทหารและผู้ลี้ภัยอาจจะวกกลับมาทำร้ายชาวบ้านแทนก็ได้ คิดดังนั้น เขาจึงรีบสั่งการให้ทุกคนเตรียมตัว —ให้ตัดฟืนเพิ่ม เก็บผักป่าให้มากขึ้น สำรองน้ำไว้เยอะ ๆ และรวบรวมของจำเป็นเอาไว้ด้วยกัน ช่วงนี้อย่าออกไปไหนอยู่แต่ในบ้าน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างน้อยก็พร้อมจะอพยพได้ทันที

แม้ผู้เฒ่าสวี่จะไม่ได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว แต่ทุกคนก็ยังคงเคยชินให้เขาเป็นผู้จัดการเรื่องใหญ่ เขาสั่งสิ่งใด ทุกคนก็ล้วนทำตาม และแยกย้ายกันไปเตรียมการ ผู้เฒ่าสวี่ก็ให้แม่เฒ่าสวี่จัดให้ลูกหลานช่วยกันเตรียมของ ส่วนตนเรียกสวี่ต้าจวิ้นมาพูดด้วย เพื่อให้ช่วยฟังความเคลื่อนไหวในสองสามวันต่อจากนี้

เขาคิดเพียงว่า หลานชายมีหูไว ถ้าได้ยินเสียงผิดปกติจากหน้าหมู่บ้านก็น่าจะรู้ตัวได้ก่อนคนอื่น แต่ใครจะรู้ ว่าสวี่ต้าจวิ้นนั้น หูไวยิ่งกว่านั้นนัก ถึงขั้นสามารถฟังได้แม้แต่เสียงในเมือง

พอได้ฟังข่าวจากสวี่ชุนเหอเมื่อครู่ เขาก็เปิดสมาธิใช้การฟังอย่างเต็มที่ ตั้งใจจับเสียงจากทั้งเมืองอู่หนิงและเมืองเกาเอี้ยน สวี่ต้าจวิ้นรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่การฟัง

เขาได้ยินเสียงจากเมืองเกาเอี้ยนก่อน แม่ทัพเว่ยอู่ผู้นั้นกำลังฉลองชัยอยู่ในศาลาว่าการ มีการดื่มกินรื่นเริงพร้อมเหล่านางรำขับกล่อมเสียงเพลง ท่ามกลางเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะ เขาได้ยินเหล่าทหารพูดถึงชัยชนะครั้งใหญ่ ต่างพากันยกย่องความเกรียงไกรของแม่ทัพผู้นั้น ว่าหาใครต้านทานได้ยาก

ไม่นาน มีคนถามว่าแม่ทัพจะยกทัพต่อไปตีเมืองอู่หนิงฝู่หรือไม่ หากตีได้สำเร็จ จะจัดงานฉลองในศาลาว่าการเมืองอู่หนิง เชิญแม่นางงามอันดับหนึ่งของเมืองมาขับร้องและร่ายรำถวาย — คิดเพียงเท่านั้นก็ลิงโลดกันใหญ่ ราวกับเมืองนั้นอยู่ในกำมือแล้ว แล้วเขาก็ได้ยินเสียงของแม่ทัพเว่ยอู่ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงฮึกเหิมว่า อีกสองวันจะเคลื่อนทัพเข้าตีเมืองอู่หนิงฝู่

สวี่ต้าจวิ้นเปลี่ยนความสนใจ มาฟังทางฝั่งเมืองอู่หนิงแทน เขากวาดฟังเสียงทั้งจากตลาดและถนน จนกระทั่งจับได้ถึงเสียงสนทนาในศาลาว่าการ

เมื่อได้ฟัง เขาก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง เพราะกองทหารจินผิงเว่ยเป็นกองทัพหลวงที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี อาวุธพร้อมสรรพ มิใช่พวกกองโจรจะต่อกรได้ง่าย ๆ

ทหารจินผิงเว่ยกว่าห้าพันนาย รวมกับทหารประจำเมืองอีกหกพัน หากประสานกันดี ก็คงไม่ใช่ศึกที่ยากนัก

ขณะเดียวกัน สวี่ชุนซานเองแม้ไม่ได้ยิน แต่ใช้พลังมองเห็นเหตุการณ์ได้ชัดทุกแห่ง แม้แต่การเตรียมการลับของกองทัพจินผิงเว่ย ที่กำลังจะล่อแม่ทัพเว่ยอู่ให้ติดกับ ก็เห็นหมด เมื่อเห็นดังนั้น เขาก็เบาใจลงเช่นกัน

แต่เรื่องพวกนี้ บอกให้ผู้เฒ่าสวี่รู้ไม่ได้ พ่อลูกทั้งสองจึงได้แต่มองดูผู้เฒ่าสวี่กับแม่เฒ่าสวี่เดินวุ่น สั่งให้คนทั้งบ้านตัดฟืน เก็บผักป่า เตรียมน้ำเต็มทุกโอ่งทุกถัง ไม่เว้นแม้แต่ไหดิน

สองวันต่อมา ไม่มีใครในหมู่บ้านออกไปไหน ต่างอยู่แต่ในบ้าน คอยฟังความเคลื่อนไหวจากภายนอก

สวี่ต้าจวิ้นก็ไม่ละการอ่านหนังสือ เขาฝึกให้ใจจดจ่อ ตั้งใจทบทวนตำรา รวมความทรงจำที่มีเข้ากับความคิดของตน แล้วหยิบพู่กันขึ้นฝึกเขียนอักษรให้เหมือนเดิม

สวี่อินอินก็ไม่ปล่อยให้เขาว่าง ยามใดที่เห็นเขาพักก็จะมานั่งเรียนด้วยกัน บัดนี้นางสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจแล้วว่า — นางมิใช่หญิงเขลาอีกต่อไป เพราะเขียนอักษรได้ถึงสี่ร้อยตัวแล้ว!

ขณะเดียวกัน แม่ทัพเว่ยอู่ก็นำทัพกว่าหมื่นนายมาถึงหน้าเมืองอู่หนิงฝู่ ส่งเสียงอึกทึกท้าทาย ทหารในเมืองส่งแม่ทัพออกไปสู้ศึก ตัดหัวนายทหารฝ่ายตรงข้ามได้หลายคนติดต่อกัน แม่ทัพเว่ยอู่เห็นท่าไม่ดี จึงเปลี่ยนมาใช้ยุทธวิธีเช่นเดียวกับตอนตีเมืองอำเภอก่อนหน้า