← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 150150

บทที่ 150 หอบผ้าออกจากบ้านสกุลฟาง บ้านที่บ้านสกุลฟางเช่าอยู่ค่อนข้างเล็ก มีเพียงสองห้อง เหนือห้องทั้งสองยังมีห้องใต้หลังคาเตี้ย ๆ อีกสองห้อง ชั้นล่างมีห้องหนึ่งเป็นห้องโถงสำหรับทำอาหาร รับประทานอาหาร และรับแขก อีกห้องเป็นห้องของฟางจื่อเจี้ยน ส่วนห้องใต้หลังคาชั้นบน ห้องหนึ่งเป็นห้องของพี่น้องฟางจิ่นเหนียง อีกห้องเป็นห้องของฮูหยินฟาง ทั้งสามเดินเข้าไปในห้องโถง ฮูหยินฟางไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือตบหน้าฟางจิ่นเหนียงทันที พร้อมกดเสียงต่ำด่าว่า “นังตัวดี...” จินเสี่ยวซู่คอยมองฮูหยินฟางอย่างกระวนกระวายอยู่ตลอด จึงเห็นการเคลื่อนไหวของนางตั้งแต่แรก เขารีบคว้าข้อมือของฮูหยินฟางไว้ทันที แล้วดึงออกห่างเล็กน้อย “ท่านจะทำอะไร” มารดาของฟางจิ่นเหนียงเป็นอะไรกันแน่ ไม่เพียงด่านาง ยังลงมือทำร้ายนางอีก! แถมยังตบหน้าอีกด้วย! เมื่อก่อนจินเสี่ยวซู่ถูกตีไม่น้อย ตอนเด็กเขาซุกซนไม่เชื่อฟัง พี่สาวมักถือไม้กวาดไล่ตีเขาที่ก้น แต่ตั้งแต่โตมา เขาไม่เคยถูกใครตบหน้ามาก่อน ความเขินอายที่มีต่อว่าที่แม่ยายหายไปจนหมด เหลือเพียงความโกรธ เขากำข้อมือของฮูหยินฟางแน่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายลงมือได้อีก หลังปิดประตู ภายในห้องค่อนข้างมืด ฟางจิ่นเหนียงจึงมองไม่ทันว่ามารดาของตนลงมือ นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น ชายที่นางพากลับมาผู้นี้ปกป้องนาง...ช่างดีเหลือเกิน ฟางจิ่นเหนียงดึงชายเสื้อของจินเสี่ยวซู่ไว้ “ท่านแม่ ข้าจะแต่งกับเขา” ตั้งแต่วินาทีที่ฟางจิ่นเหนียงพาผู้ชายคนหนึ่งกลับมา ฮูหยินฟางก็ตระหนักได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของฟางจิ่นเหนียง นางก็ยิ่งเดือดดาลจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังไม่ลืมกดเสียงให้เบาลง “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร เจ้าจะแต่งกับคนบ้านนอกต่ำต้อยผู้นี้หรือ” จินเสี่ยวซู่ออกมาพายเรือทำงาน เสื้อผ้าที่สวมย่อมไม่ได้ดีนัก ประกอบกับใบหน้าของเขา...เพียงฮูหยินฟางมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นคนที่ทำงานใช้แรงจนเคยชิน “ใช่” ฟางจิ่นเหนียงยิ้มเล็กน้อย ฮูหยินฟางโกรธจนแทบอยากด่าทอออกมาเต็มเสียง แต่จินเสี่ยวซู่ยังคงจับแขนของนางไว้แน่น นางรู้สึกว่าแขนของตนแทบถูกบีบจนหักแล้ว! จินเสี่ยวซู่พายเรือจนเคยชิน กล้ามเนื้อบนแขนจึงแข็งแรงไม่น้อย เขาสามารถควบคุมฮูหยินฟางซึ่งรูปร่างผอมเล็กและไม่เคยทำงานใช้แรงได้อย่างง่ายดาย ฮูหยินฟางกัดฟันกล่าวว่า “ข้าไม่ยินยอม ข้าหาคู่ครองให้เจ้าไว้แล้ว...” ฟางจิ่นเหนียงกล่าวว่า “อย่างไรข้าก็จะแต่งกับเขา หากท่านแม่ชอบนายท่านหวังมากนัก ก็แต่งกับเขาเองเถิด” ฮูหยินฟางไม่เคยคิดเลยว่าตนจะต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ ฟางจิ่นเหนียงเชื่อฟังมาโดยตลอด ถึงขนาดเมื่อวานตอนนางสั่งให้ฟางจิ่นเหนียงแต่งให้นายท่านหวัง นางไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่าฟางจิ่นเหนียงจะต่อต้าน ก่อนหน้านี้นางปฏิบัติต่อฟางจิ่นเหนียงเลวร้ายถึงเพียงนั้น แม้กระทั่งไม่ยอมให้อาหาร ฟางจิ่นเหนียงก็ยังอดทนไม่ใช่หรือ อีกทั้งการแต่งงานแต่เดิมก็ต้องเป็นไปตามคำสั่งของบิดามารดาและคำเจรจาของแม่สื่อ เด็กสาวอกตัญญูผู้นี้กล้าไม่เชื่อฟังนางได้อย่างไร “นังลูกอกตัญญู...” ฟางจิ่นเหนียงกล่าวตัดบทฮูหยินฟาง น้ำเสียงยังคงเบามาก “ท่านแม่ หากท่านบังคับให้ข้าแต่งให้นายท่านหวัง ข้าจะไปที่สำนักเรียนของน้องชาย บอกสหายร่วมเรียนของเขาว่า เขาคิดขายพี่สาวเพื่อนำเงินไปเรียนหนังสือ บอกทุกคนว่าเงินที่เขาใช้เรียนล้วนมาจากการสูบเลือดพี่สาว เขาเป็นคนเลือดเย็น ไร้ยางอาย และเลวทราม...” “หุบปาก!” ในที่สุดฮูหยินฟางก็ควบคุมเสียงไม่อยู่ กรีดร้องออกมา แต่ฟางจิ่นเหนียงยังคงพูดต่อ “หลังด่าเขาจนพอแล้ว ข้าจะพุ่งศีรษะชนตายต่อหน้าเขา หรือไม่ก็ผูกคอตายอยู่หน้าประตูบ้าน ข้าอยากรู้นักว่าเขาจะยังมีหน้าเรียนหนังสือต่อได้อย่างไร” ฟางจิ่นเหนียงไม่ต้องการให้คนด้านนอกได้ยินคำพูดของตน จึงกดเสียงเบามาโดยตลอด แต่ขณะพูด น้ำเสียงของนางกลับหนักแน่นอย่างยิ่ง ดวงตาทั้งคู่ยังจ้องฮูหยินฟางเขม็งไม่ยอมละสายตา ฮูหยินฟางยกมือกุมหน้าอก นางถูกข่มขู่จนหวาดกลัวจริง ๆ หากฟางจิ่นเหนียงทำเช่นนั้นจริง ฟางจื่อเจี้ยนก็จบสิ้นแล้ว! อย่าว่าแต่เรียนหนังสือต่อเลย เกรงว่าจะไม่มีหญิงสาวคนใดยินดีแต่งกับเขาอีก อำเภอฉงเฉิงมีขนาดเพียงเท่านี้ หากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นจริง ต่อไปนางกับฟางจื่อเจี้ยนคงไม่มีหน้าออกจากบ้านอีก! “นังแพศยา เหตุใดเจ้าถึงใจร้ายเช่นนี้ เจ้ามันคนเนรคุณ...” ฮูหยินฟางด่าทอเสียงดัง แต่จินเสี่ยวซู่กลับหันไปมองฟางจิ่นเหนียง “จิ่นเหนียง เจ้าอย่าทำให้ข้ากลัวสิ!” ก่อนหน้านี้จินเสี่ยวซู่ยังมึนงงราวกับลอยอยู่บนก้อนเมฆ แต่เมื่อครู่นี้...เขาถูกคำพูดของฟางจิ่นเหนียงทำให้ตกใจแทบแย่ ฟางจิ่นเหนียงหันไปมองจินเสี่ยวซู่ “เจ้าอย่าเพิ่งพูด” จินเสี่ยวซู่ไม่กล้าพูดอีก มือข้างหนึ่งของเขายังคงจับแขนฮูหยินฟางไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปจับมือฟางจิ่นเหนียง หลังจับได้แล้ว หัวใจของเขาจึงค่อยสงบลงเล็กน้อย แต่ในศีรษะของเขายังคงสับสนวุ่นวาย ไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ควรทำอะไร จึงได้แต่ยืนรอคำสั่งจากฟางจิ่นเหนียง ตอนนั้นเองฟางจิ่นเหนียงก็หันไปมองฮูหยินฟางอีกครั้ง “ท่านแม่ นายท่านหวังเป็นคนเช่นไร ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจ ท่านให้ข้าแต่งไปเป็นอนุของเขา นั่นไม่ใช่การบีบให้ข้าไร้ทางรอดหรือ ในเมื่อท่านไม่อยากให้ข้ามีชีวิตอยู่แล้ว ข้าตายให้ท่านดูก็ดีไม่ใช่หรือ” ภายในห้องโถงค่อนข้างมืด เสียงของฟางจิ่นเหนียงกลับแผ่วเย็น ฟังแล้วชวนให้หวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก ฮูหยินฟางทั้งร่างสั่นเทิ้มขึ้นมา ฟางจิ่นเหนียงยังยิ้มอีกครั้ง “ท่านแม่ ข้ารู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ไม่มีความหมาย ข้าอยากตายจริง ๆ หากท่านไม่เชื่อ ก็ลองบีบบังคับข้าอีกสิ” ฮูหยินฟางยังคงด่าทอต่อไป ลืมควบคุมระดับเสียงไปเสียสิ้น “นังตัวร้าย! ข้าไม่น่าให้กำเนิดลูกเนรคุณอย่างเจ้าเลย...” ฟางจิ่นเหนียงปล่อยให้นางด่าไป แม้ในเวลาเช่นนี้ นางยังมีอารมณ์บีบมือของชายที่ยืนอยู่ข้างกายเบา ๆ มือของชายผู้นี้ใหญ่และหยาบกร้าน ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาตกใจหรือไม่ หวังว่าคงไม่ตกใจกระมัง หากไม่มีชายผู้นี้ ฟางจิ่นเหนียงคงไม่กล้ากลับมาข่มขู่มารดาของตนเช่นนี้ เพราะนางอาจถูกขังไว้ ดวงตาของนางมองไม่ชัด การเคลื่อนไหวก็ไม่คล่องตัว อีกทั้งยังสู้มารดาไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น นั่นคือมารดาของนาง...ผู้คนล้วนเห็นว่าบุตรต้องเชื่อฟังบิดามารดา แต่ตอนนี้ข้างกายนางมีผู้ชายคนหนึ่ง สถานการณ์จึงไม่เหมือนเดิม ต่อให้มารดาของนางจะอาละวาดเพียงใด ก็ทำร้ายนางไม่ได้อยู่ดี ส่วนหลังจากทำเช่นนี้แล้ว นางจะทำอย่างไรต่อ...ฟางจิ่นเหนียงตั้งใจว่าจะติดตามชายผู้นี้ไปอยู่ที่บ้านของเขา เรื่องนี้อาจทำให้คนดูแคลน หากเป็นในหมู่ครอบครัวบัณฑิต แต่สำหรับครอบครัวชาวบ้านทั่วไป... เมื่อห้าปีก่อน มีผู้ลี้ภัยจากต่างถิ่นอพยพมายังอำเภอฉงเฉิงเป็นจำนวนมาก เช่นสามีของจินเสี่ยวเยี่ย หรืออนุของนายท่านหวังเมื่อก่อน นอกจากนี้ ผู้ชายบางคนที่อพยพมาก็ไปรับจ้างแบกหามที่ท่าเรือ ส่วนผู้หญิงบางคนก็เดินตามผู้ชายในอำเภอหรือหมู่บ้านใกล้เคียงที่ยังไม่มีภรรยากลับบ้านไปโดยตรง นางก็เพิ่งรู้ว่าโลกภายนอกไม่เหมือนในหนังสือ หลังจากฟังพี่หวังและคนอื่น ๆ พูดคุยกันอยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญที่สุดคือ นางไม่มีทางเลือก นางไม่อยากแต่งให้นายท่านหวัง และก็ไม่มีที่อื่นให้ไป หากนางเช่าบ้านอยู่ในอำเภอ แล้วนายท่านหวังหรือมารดาของนางจ้างคนมาลักพาตัวนางไปเล่า หากก้าวเข้าไปในบ้านสกุลหวัง นางก็คงไม่มีวันได้ออกมาอีก บางทีมารดาของนางอาจขายนางให้คนอื่นอีกก็ได้...นางจำเป็นต้องมีคนคุ้มครอง ส่วนเรื่องที่ชายผู้นี้อาจปฏิบัติต่อนางไม่ดี...แม้แต่มารดาของตนยังคิดขายนางได้ นางจะเหลืออะไรให้ต้องหวาดกลัวอีก ถึงเวลานั้นย่อมมีวิธีแก้ไข อย่างมากก็เพียงตายตกไปด้วยกัน เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฟางจิ่นเหนียงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ท่ามกลางเสียงด่าทอของฮูหยินฟาง นางหันไปยิ้มให้ชายที่อยู่ข้างกาย จินเสี่ยวซู่ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก ด้านนอกบ้านสกุลฟาง เพื่อนบ้านต่างพากันซุบซิบ “ฮูหยินฟางเอาแต่ด่าจิ่นเหนียง” “ด่ารุนแรงเกินไปแล้ว” “ที่ไหนจะมีคนด่าลูกสาวแบบนี้” “นางปฏิบัติต่อลูกสาวอย่างโหดร้ายมาโดยตลอด”