Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 228 — 228

บทที่ 228 เบื้องหลังคดีภาษีชาแห่งอำเภอหลินหู

ยกตัวอย่างเช่นอำเภอฉงเฉิง โดยทั่วไปจะกระจายยอดภาษีธัญพืชไปยังแต่ละหมู่บ้าน แล้วให้ชาวบ้านขนส่งธัญพืชไปยังยุ้งฉางของทางการ ที่หมู่บ้านเมี่ยวเฉียน โดยทั่วไปผู้ใหญ่บ้านจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ว่าการอำเภอจัดเก็บภาษี ส่วนการขนส่งธัญพืช ชาวบ้านจะรวบรวมเงินว่าจ้างเรือให้ขนส่ง ซึ่งในอดีตผู้รับหน้าที่ขนส่งแทบทั้งหมดก็คือเหยาส้าวกง

ส่วนอำเภออวี๋ซึ่งเป็นบ้านเกิดของบิดาเจ้าของร่างเดิมกลับแตกต่างออกไป การจัดเก็บธัญพืชที่อำเภออวี๋ถือเป็นแรงงานเกณฑ์ประเภทหนึ่ง โดยจะเกณฑ์ราษฎรให้เป็นผู้รับผิดชอบ คนเหล่านี้เรียกว่า “เจี่ยฮู่” หากเก็บธัญพืชได้ไม่ครบ ก็ต้องนำธัญพืชของตนเองมาชดเชย อีกทั้งหลังเก็บเสร็จยังต้องรับผิดชอบขนส่งไปยังยุ้งฉางของทางการด้วย

หลีชิงจื้อรู้สึกว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ส่วนใหญ่เพราะอำเภออวี๋ยากจนเกินไป เจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอก็มีน้อย อีกทั้งการคมนาคมก็ไม่สะดวก ส่วนอำเภอฉงเฉิงมีเส้นทางคมนาคมทางน้ำเจริญมาก การขนส่งธัญพืชจึงสะดวกกว่าอำเภออวี๋ไม่น้อย

ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนทนากัน คนแจวเรือทั้งสองก็พายเรือไปตลอดทาง ส่วนคนรับใช้ทั้งสองก็ก่อเตาที่หัวเรือ ต้มน้ำชาและทำอาหารอย่างง่าย

“นำเรือเข้าไปจอดริมฝั่งก่อน พวกเรารับประทานอาหารเสร็จแล้วค่อยเดินทางต่อ” เซี่ยนลิ่งโก่วกล่าว เพราะไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องรับประทานอาหาร คนแจวเรือทั้งสองก็ต้องรับประทานเช่นกัน

หลังรับประทานอาหารเสร็จ เรือก็ออกเดินทางต่อ ไม่นานนักก็แล่นมาถึงอำเภอหลินหูแล้ว

ในช่วงเช้าเซี่ยนลิ่งโก่วสนทนากับติงสี่อยู่ไม่น้อย แต่พอถึงช่วงบ่าย เขาก็เลิกพูดคุยเรื่องทั่วไป แล้วเริ่มถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการสอบเคอจวี่ให้หลีชิงจื้อและจูสวินเหมี่ยว

สำหรับเซี่ยนลิ่งโก่วแล้ว การสอบเป็นซิ่วไฉเป็นความทรงจำที่ห่างไกลเกินไป อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าการสอบระดับนั้นง่ายเกินควร... เขาจึงเริ่มพูดถึงการสอบเซียงซื่อ

เมื่อเซี่ยนลิ่งโก่วเริ่มอธิบายเรื่องการสอบเซียงซื่อ ไม่ว่าจะเป็นจูสวินเหมี่ยวหรือหลีชิงจื้อ ต่างก็ตั้งใจฟังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจูสวินเหมี่ยวที่จดบันทึกแทบไม่หยุดมือ เซี่ยนลิ่งโก่วมองจูสวินเหมี่ยวแวบหนึ่ง ยิ่งรู้สึกพึงพอใจในตัวเขามากขึ้น

เรือของพวกเขาแล่นไปด้วยความเร็วไม่มากนัก เมื่อนั่งอยู่ภายในห้องเรือ ก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำได้ หลีชิงจื้อฟังเซี่ยนลิ่งโก่วอธิบายไปพลาง พลางหันมองฝั่งแม่น้ำเป็นระยะ

อำเภอหลินหูอยู่ติดกับอำเภอฉงเฉิง ทิวทัศน์ธรรมชาติจึงแทบไม่แตกต่างกัน เวลานี้เมื่อมองออกไป จะเห็นทุ่งกว้างใหญ่ที่ปลูกดอกโหยวไช่(เรพซีด)ไว้เต็มพื้นที่ ดอกโหยวไช่บางส่วนเริ่มโรยราแล้ว ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกำลังผลิบานสะพรั่ง งดงามจับตา

“ลมบูรพาพัดผ่านทุ่ง หลิวพร่ามัวในม่านหมอก ดอกโหยวไช่บานสะพรั่งดุจทองอร่าม” เซี่ยนลิ่งโก่วมองเห็นภาพนั้นเช่นกัน เขาเอ่ยบทกวีของคนโบราณสองวรรค ก่อนกล่าวกับหลีชิงจื้อและจูสวินเหมี่ยวว่า “จื่อเซียว สวินเหมี่ยว พวกเจ้าทั้งสองลองแต่งบทกวีเกี่ยวกับดอกโหยวไช่สักบทเถิด”

หลีชิงจื้อและจูสวินเหมี่ยวต่างเริ่มขบคิดกันทันที

พรสวรรค์ด้านบทกวีของทั้งสองคนล้วนอยู่ในระดับธรรมดา บทกวีที่แต่งออกมาจึงไม่ได้โดดเด่นนัก โชคดีที่เซี่ยนลิ่งโก่วเองก็ไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญการแต่งกวี แต่กลับมีเทคนิคในการแต่งอยู่ไม่น้อย จึงอธิบายให้ทั้งสองฟังอย่างละเอียด

ราวสี่ถึงห้าโมงเย็น เรือของหลีชิงจื้อและคณะก็เทียบท่าที่ท่าเรือของอำเภอหลินหู ตัวอำเภอของหลินหูดูคล้ายกับตัวอำเภอฉงเฉิง แต่หลีชิงจื้อสังเกตเห็นว่าชายฉกรรจ์ที่ทำงานอยู่บนท่าเรือของอำเภอหลินหู ล้วนไม่ค่อยแข็งแรงกำยำ

ที่อำเภอฉงเฉิง แม้จะมีชายรูปร่างผอมบางมาหาเลี้ยงชีพที่ท่าเรืออยู่บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ล้วนแข็งแรงกำยำ ทว่าที่นี่กลับเต็มไปด้วยชายร่างผอมแห้งทั้งสิ้น ในเวลานั้นเอง มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับ พร้อมกล่าวกับเซี่ยนลิ่งโก่วว่า

“ใต้เท้าโก่ว ใต้เท้าเหยียนสั่งให้ข้าน้อยมารอรับท่านที่นี่ขอรับ!”

ทั้งเซี่ยนลิ่งโก่วและหลีชิงจื้อต่างรู้ดีว่า การที่พวกเขาเดินทางมายังอำเภอหลินหู ย่อมปิดบังทางการของอำเภอหลินหูไม่ได้ และแต่เดิมก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว

เซี่ยนลิ่งโก่วจึงยิ้มแล้วก้าวเข้าไปสนทนากับอีกฝ่าย ก่อนจะเดินทางไปพบเซี่ยนลิ่งเหยียน

วันรุ่งขึ้นเซี่ยนลิ่งเหยียนจะเดินทางไปยังอำเภอฉงเฉิง เพื่อสอบสวนคดีที่หงฮุยใส่ร้ายเซี่ยนลิ่งโก่ว ส่วนในวันนี้ เขาจัดงานเลี้ยงต้อนรับเซี่ยนลิ่งโก่ว

เซี่ยนลิ่งเหยียนเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง เช่นเดียวกับเซี่ยนลิ่งโก่ว เขาสอบได้ตำแหน่งจิ้นซื่อสายถงจิ้นซื่อ เพียงแต่ครอบครัวของเขาไม่มีพื้นเพหรือผู้สนับสนุน จึงเคยดำรงตำแหน่งเซี่ยนลิ่งอยู่ในอำเภอยากจนมาโดยตลอด กระทั่งสร้างผลงานโดดเด่น จึงได้รับการย้ายมาดำรงตำแหน่งเซี่ยนลิ่งแห่งอำเภอหลินหู

อำเภอหลินหูเป็นอำเภอมั่งคั่งเช่นเดียวกับอำเภอฉงเฉิง การได้เป็นเซี่ยนลิ่งที่นี่จึงนับเป็นตำแหน่งที่ให้ผลประโยชน์มาก แต่ดูเหมือนเซี่ยนลิ่งเหยียนจะใช้ชีวิตได้ไม่ค่อยราบรื่น งานเลี้ยงที่จัดต้อนรับเซี่ยนลิ่งโก่วไม่ได้หรูหรานัก ระหว่างงาน เขายังบ่นถึงบรรดาเสมียนและเจ้าหน้าที่ประจำอำเภออยู่หลายเรื่อง

“พวกนั้นหลอกทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ก่อเรื่องชั่วไว้ไม่น้อย เมื่อไม่นานมานี้ นายทะเบียนประจำอำเภอยังสมคบกับผู้อื่น บีบบังคับพ่อค้าคนหนึ่งจนบ้านแตกสาแหรกขาด น่าเสียดายที่ข้าไม่มีหลักฐาน...”

พอพูดมาถึงช่วงท้าย เซี่ยนลิ่งเหยียนก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

เซี่ยนลิ่งโก่วเองก็เคยถูกบรรดาคหบดีท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอร่วมมือกันกีดกันมาก่อน จึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันอย่างยิ่ง และร่วมกันด่าทอบรรดาเจ้าหน้าที่เหล่านั้นกับเซี่ยนลิ่งเหยียน

หลีชิงจื้อ “...”

เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ในวันสิ้นโลกมาก่อน จึงไวต่อการรับรู้อารมณ์ของผู้คน และนับว่ามองคนได้ค่อนข้างแม่น ทั้งจูเฉียนและเซี่ยนลิ่งโก่วอาจไม่ใช่คนดีอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ใช่คนชั่ว ส่วนเซี่ยนลิ่งเหยียนนั้นกลับไม่แน่เสมอไป

การที่เซี่ยนลิ่งโก่วมาตรวจสอบคดีครั้งนี้ เกรงว่าคงสืบอะไรไม่ได้มากนัก สุดท้ายยังต้องหวังพึ่งทางผู้ว่าการจางอยู่ดี

วันรุ่งขึ้น เซี่ยนลิ่งเหยียนก็ออกเดินทางไปยังอำเภอฉงเฉิง ส่วนเซี่ยนลิ่งโก่วก็เริ่มตรวจสอบเรื่องสวนชาของอำเภอหลินหูที่อ้างว่าประสบภัยแมลงระบาด

ชาที่อำเภอหลินหูผลิตคือชาขาว ซึ่งเป็นหนึ่งในชาชื่อดังสิบอันดับของแคว้นต้าฉี และเวลานี้ก็เป็นฤดูเก็บใบชาพอดี เซี่ยนลิ่งโก่วพาหลีชิงจื้อและคนอื่น ๆ ไปยังสวนชา แม้จะไม่พบร่องรอยของภัยแมลงระบาด แต่ต้นชากลับเจริญเติบโตไม่ค่อยดี อีกทั้งชาวไร่ชาก็ยากจนข้นแค้นกันอย่างยิ่ง

เมื่อชาวไร่ชาเห็นเซี่ยนลิ่งโก่ว บางคนก็รีบวิ่งเข้ามาร้องห่มร้องไห้ กล่าวโทษว่าเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอเก็บภาษีชาเกินกำหนด ทำให้พวกเขาทุกข์ยากแสนสาหัส

เมื่อเซี่ยนลิ่งโก่วได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัด และเริ่มดำเนินการทวงความเป็นธรรมให้ชาวบ้านในทันที

ในเวลาเดียวกัน บนเรือที่กำลังมุ่งหน้าไปยังอำเภอฉงเฉิง เซี่ยนลิ่งเหยียนกล่าวกับคนข้างกายว่า

“การปกครองของอำเภอหลินหูเละเทะอยู่แล้ว ก็ปล่อยให้คนแซ่โก่วไปวุ่นวายเถิด ข้าหาเหยื่อผู้เสียหายไว้หลายคนให้ไปร้องทุกข์กับเขา เท่านี้ก็ทำให้เขายุ่งจนหัวหมุนได้แล้ว”

ซือเหยี่ยของเซี่ยนลิ่งเหยียนกล่าวว่า “เขาชอบชื่อเสียง เช่นนั้นพวกเราก็มอบชื่อเสียงให้เขาเสียก็สิ้นเรื่อง คนที่ต้องระวังจริง ๆ ยังเป็นผู้ว่าการจาง”

“ผู้ว่าการจางเองก็ชอบชื่อเสียงไม่ใช่หรือ? สมัยก่อนเขาเคยต่อสู้กับอ๋องเซียนหวัง ภายหลังก็คอยเล่นงานหลี่ว์ชิ่งสี่อยู่ทุกแห่งหน ไม่ใช่ก็เพราะต้องการชื่อเสียงว่า ‘ซื่อตรงและซื่อสัตย์’ หรือ? ได้ยินมาว่าเขายังไปดูงิ้วที่แต่งเรื่องยกย่องความซื่อสัตย์ของตัวเองด้วย” เซี่ยนลิ่งเหยียนกล่าว

“ก็จริงขอรับ” ซือเหยี่ยของเซี่ยนลิ่งเหยียนหัวเราะขึ้น

แท้จริงแล้วเซี่ยนลิ่งเหยียนเป็นคนของจิ้นอ๋อง เดิมทีตอนดำรงตำแหน่งเซี่ยนลิ่งในอำเภอยากจน ชีวิตของเขาลำบากอย่างยิ่ง ถึงขั้นไม่มีเงินซื้อของขวัญไปมอบให้ผู้บังคับบัญชา ต้องไปกู้เงินมาซื้อของขวัญ

ภายหลังด้วยความบังเอิญ เขาได้เข้าไปอยู่ในสายสัมพันธ์ของจิ้นอ๋อง จึงถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งที่อำเภอหลินหู และเริ่มมีเงินทองอยู่ในมือ

ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนจิ้นอ๋องมีชาติกำเนิดจากอำเภอหลินหู ญาติฝ่ายมารดาของนางก็ครอบครองกิจการหลายแห่งในอำเภอหลินหู ทั้งที่นาผืนใหญ่และสวนชาชั้นดีจำนวนมากในอำเภอหลินหู ล้วนเป็นทรัพย์สินของคนกลุ่มนั้น

การที่เซี่ยนลิ่งเหยียนรายงานว่าสวนชาประสบภัยพิบัติ ก็เพื่อให้คนกลุ่มนั้นสามารถทำกำไรได้มากขึ้น แต่เขาไม่คาดคิดว่าผู้ว่าการจางจะส่งคนมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ โชคดีที่เรื่องสวนชาประสบภัยนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่จะปกปิด เพราะชาวไร่ชาธรรมดาในอำเภอหลินหูต่างก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจริง ๆ

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-dca8255c/228

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

云逸 Yun_Yi云逸 Yun_Yiดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย