← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 24024

บทที่ 24 โลกใบนี้ช่างดีจริง ๆ บ้านของพวกเขามีที่ดินเพียงสองหมู่เท่านั้น งานต่าง ๆ นางก็ทำเองได้อยู่แล้ว จะเพิ่มคนเข้ามาอีกผู้หนึ่งไปเพื่ออะไร? ยิ่งไปกว่านั้น หากภายหน้ามีลูกเพิ่มอีก...นอกจากชีวิตจะยิ่งลำบากแล้ว ที่ดินเพียงสองหมู่ก็ไม่มีทางแบ่งให้ลูกทุกคนได้อยู่ดี หลีชิงจื้อไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่เขาเชื่อใจจินเสี่ยวเยี่ย เวลานี้เขาจึงมองเหยาจู่หมิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เจ้าว่าอะไรนะ...เจ้ากับต้าจ้วงจากหมู่บ้านข้าง ๆ คบหากันหรือ?” เหยาจู่หมิงถึงกับอึ้ง ก่อนตะโกนอย่างเดือดดาล “หูเจ้ามีปัญหาหรือ? ข้าพูดถึงจินเสี่ยวเยี่ยต่างหาก!” “เรื่องของเจ้าเอง ก็อย่าโยนไปให้ผู้อื่นเลย” หลีชิงจื้อมองเหยาจู่หมิงที่กำลังเดือดดาลด้วยสีหน้าจริงจัง เหยาจู่หมิงแทบระเบิดด้วยความโกรธ “สมองของเจ้าที่ถูกตีจนเสียไปแล้วนี่...” เขากำลังจะอ้าปากด่าทอ ก็มีชาวบ้านเดินเข้ามาพอดี ที่มากลับเป็นท่านป้าสูงวัยสองคนซึ่งหลายวันมานี้มักมานั่งรับลมพูดคุยกับหลีชิงจื้อเป็นประจำ เมื่อทั้งสองเห็นเหตุการณ์ริมแม่น้ำก็โกรธขึ้นมาทันที รีบออกหน้าปกป้องเพื่อนใหม่ของพวกนาง “เหยาจู่หมิง เจ้าอย่ามารังแกเสี่ยวหลี!” เหยาจู่หมิงไม่คิดว่าตนเองกำลังรังแกหลีชิงจื้อ “เมื่อใดกันที่ข้ารังแกเขา?” “พวกข้ายังเดินมาไม่ถึงก็ได้ยินเจ้าด่าทอคนอื่น พูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้แล้ว!” ท่านป้าสูงวัยทั้งสองช่วยกันไล่เหยาจู่หมิงออกไป เหยาจู่หมิงจากไปอย่างหงอย ๆ ก่อนจากยังหันกลับมาจ้องหลีชิงจื้อด้วยความขุ่นเคือง หลีชิงจื้อแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ แม้ความสงบเรียบร้อยในยุคนี้จะเทียบกับสังคมที่มีกฎหมายเข้มแข็งในยุคปัจจุบันไม่ได้ แต่ในหมู่บ้านเมี่ยวเฉียน ต่อให้เหยาจู่หมิงจะไม่ชอบหน้าเขาและมีเจตนาร้าย อย่างมากก็ทำได้เพียงพูดจาถากถางไม่กี่ประโยคเท่านั้น โลกใบนี้ช่างดีจริง ๆ! แน่นอนว่าหลีชิงจื้อไม่ได้หัวเราะออกมา เขากลับแสร้งเผยสีหน้าคล้ายกำลังน้อยใจเสียด้วยซ้ำ เมื่อท่านป้าสูงวัยทั้งสองเห็นเช่นนั้น ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ หลังจากหลีชิงจื้อหายตัวไป ชาวบ้านแทบทุกคนต่างเคยนินทาเขาลับหลัง ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อหลีชิงจื้อกลับมาแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง ประกอบกับช่วงนี้หลีชิงจื้อปฏิบัติต่อผู้คนอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง...ดังนั้นเวลานี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านจึงต่างเห็นใจหลีชิงจื้อ แน่นอนว่าพวกเขาก็เห็นใจจินเสี่ยวเยี่ยเช่นกัน เพราะคนที่นางต้องเลี้ยงดูเพิ่มขึ้นมา มีอีกหนึ่งคนแล้ว! “เสี่ยวหลี เจ้าอย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของเหยาจู่หมิงเลย คนผู้นั้นปากไม่มีคำจริงสักคำ” ท่านป้าสูงวัยคนหนึ่งกล่าว เหยาจู่หมิงพูดให้ร้ายจินเสี่ยวเยี่ยในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า เขาเพียงพูดจาเหลวไหลเท่านั้น จินเสี่ยวเยี่ยออกไปข้างนอกทุกวันก็จริง แต่ทั้งหมดนั้นก็เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว! หากนางคิดจะมีชายอื่นจริง ๆ ก็คงหาคนใหม่ไปนานแล้ว การที่จนถึงบัดนี้ยังไม่หา ก็แสดงว่านางไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย อีกทั้งในเวลานั้นทุกคนต่างก็คิดว่าหลีชิงจื้อหนีไปแล้ว...ต่อให้จินเสี่ยวเยี่ยจะหาชายใหม่จริง ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ จะไปโทษนางไม่ได้ “ข้ารู้อยู่แล้ว เขาพูดเหลวไหลทั้งนั้น” หลีชิงจื้อพยักหน้าอย่างจริงจัง ท่านป้าทั้งสองมาล้างผัก หมู่บ้านเมี่ยวเฉียนมีลำน้ำอยู่มาก ดังนั้นนอกจากบ้านของเหล่าเหยาคนพายเรือแล้ว บ้านอื่น ๆ จึงไม่มีการขุดบ่อน้ำ ทุกคนล้วนมาล้างของที่ริมแม่น้ำ และตักน้ำจากแม่น้ำไปใช้ แต่บ้านที่พอมีกำลัง ก็มักจะมีโอ่งน้ำใบใหญ่ตั้งไว้ที่บ้าน เพื่อให้ใช้น้ำได้สะดวกขึ้น บ้านของหลีชิงจื้อไม่มีฐานะพอจะซื้อโอ่งน้ำใบใหญ่ เพราะราคาไม่ถูก โชคดีที่บ้านของพวกเขาอยู่ใกล้แม่น้ำ ออกจากบ้านเดินตรงไปไม่ถึงห้าสิบจั้งก็ถึงริมแม่น้ำแล้ว หากต้องการใช้น้ำ เพียงยกถังไปตักก็พอ หลีชิงจื้อคุยกับท่านป้าทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงไปยกกระบุงไม้ไผ่ขึ้นมา ครั้งนี้ในกระบุงมีปลาเล็กสามตัวกับกุ้งแม่น้ำสามตัว น่าเสียดายที่มัวเสียเวลาอยู่พักหนึ่ง ข้าวที่ใส่ไว้ในกระบุงแทบหมดแล้ว เดิมทีเขาก็ใส่ไว้เพียงนิดเดียวเท่านั้น หลีชิงจื้อจัดการปลาเล็กอยู่ที่ริมแม่น้ำทันที ตัวเขาเองจะกินทั้งตัวก็ไม่เป็นไร แต่มีเด็ก ๆ อยู่ด้วย อย่างไรก็ควรล้างให้สะอาดเสียก่อน “ตอนแรกพ่อจับปลาได้สองตัว ต่อมาจับได้อีกสามตัว รวมทั้งหมดกี่ตัว?” “รวมแล้วห้าตัวใช่หรือไม่? เลขห้าแยกเป็นอะไรกับอะไรได้บ้าง?” “ต้าเหมา เอ้อร์เหมา พวกเจ้าเก่งมาก ตอบถูกหมดเลย!” ....................................................................................... เมื่อหลีชิงจื้อพาหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมากลับถึงบ้าน ก็หยิบถั่วเหลืองกำหนึ่งมาให้เด็กทั้งสองนับ แล้วสอนการบวกลบภายในเลขห้า ตอนแรกหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมายังค่อนข้างงงอยู่บ้าง แต่พอคำนวณไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเข้าใจ ต่อให้เด็กทั้งสองไม่ทำสิ่งใดเลย เพียงหลีชิงจื้อมองดูพวกเขา เขาก็รู้สึกอิ่มเอมใจแล้ว ยิ่งตอนนี้เด็กทั้งสองตั้งใจเรียนคำนวณอย่างว่าง่าย เขาก็กล่าวชมไม่ขาดปากราวกับไม่ต้องเสียอะไรเลย หลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาจึงยิ่งมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้มากขึ้น เมื่อจินเสี่ยวเยี่ยพาหลีเหล่าเกินเดินกลับจากอำเภอฉงเฉิงมาถึงบ้าน ทั้งสองต่างเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง การสะพายของเดินเท้าไม่ใช่เรื่องหนักสำหรับนาง แต่ก่อนหน้านี้นางทำงานหนักมาหลายวันแล้ว อีกทั้งวันนี้อากาศก็ร้อนเหลือเกิน... หลีเหล่าเกินบ่นไม่หยุด “คราวหน้าข้าไม่ไปอำเภออีกแล้ว ร้อนเกินไป ปวดเอวไปหมด...” “หากไม่ไป คราวหน้าข้าได้ปลาเค็มมา ท่านก็ไม่ได้กิน” จินเสี่ยวเยี่ยกล่าว หลีเหล่าเกินจึงหุบปาก ไม่พูดอะไรอีก เมื่อทั้งสองเดินเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นควันไฟจากการหุงหาอาหารลอยขึ้นเหนือหลังคาบ้านหลายหลังอยู่แต่ไกล บ้านของพวกเขาเองก็มีควันไฟลอยอ้อยอิ่งเช่นกัน พอเดินเข้าลานบ้าน ก็ได้ยินหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมากำลังท่อง《สามอักษร》 หลังจากเด็กทั้งสองท่องจบช่วงหนึ่ง หลีชิงจื้อก็กล่าวชมว่า “ต้าเหมา เอ้อร์เหมา พวกเจ้าฉลาดจริง ๆ เป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดเท่าที่พ่อเคยพบมา มา ให้พ่อหอมสักที” หลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมายิ้มจนตาหยี ก่อนเอียงหน้าให้หลีชิงจื้อหอมแก้มดำ ๆ ของพวกตน จินเสี่ยวเยี่ยเห็นภาพนั้น ได้กลิ่นหอมของข้าวสุกลอยมา ก็พลันรู้สึกว่าการที่หลีชิงจื้อกลับมานั้นช่างดีเหลือเกิน เมื่อก่อนนางทำงานมาทั้งวัน พอกลับถึงบ้านยังต้องทำอาหารเอง ส่วนเด็กทั้งสองก็อยู่กับหลีเหล่าเกิน ตัวมอมแมมอยู่เสมอ แต่เด็กที่หลีชิงจื้อดูแลกลับไม่เหมือนกัน ดูสิ ตอนนี้ถึงกับท่องตำราได้แล้ว! จินเสี่ยวเยี่ยอารมณ์ดี จึงหยิบปลาเค็มที่พี่หวังให้มาจากในกระบุง “พี่หวังในอำเภอให้ปลาเค็มมาหนึ่งตัว พรุ่งนี้นึ่งกินกันได้” “ดีเลย! เสี่ยวเยี่ย เจ้าเก่งจริง ๆ ปลาเค็มตัวนี้ดูน่ากินมาก!” หลีชิงจื้อเห็นปลาเค็ม ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที จินเสี่ยวเยี่ยเห็นท่าทางของเขา ได้ยินคำพูดของเขา ก็ยิ่งอารมณ์ดี “ข้าวใหม่ที่เพิ่งเกี่ยวตากแห้งแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะตำมาสักหน่อย พวกเราจะได้กินข้าวใหม่ด้วยกัน” “ดีเลย ปลาเค็มกินกับข้าวใหม่ ต้องหอมมากแน่ ๆ” หลีชิงจื้อยิ้มกว้าง หลีชิงจื้อนำปลาเล็กที่จับได้ไปนึ่ง ปลาเพียงนิดเดียวเท่านั้น จินเสี่ยวเยี่ยไม่ได้คิดจะแตะเลย นางวางไว้ตรงหน้าหลีชิงจื้อกับเด็กทั้งสอง ส่วนหลีเหล่าเกินกลับไม่เกรงใจ คีบปลาไปหนึ่งตัวทันที “ปลาตัวนี้ดูไม่เลว” หลีชิงจื้อเห็นดังนั้น จึงคีบปลาอีกตัวให้จินเสี่ยวเยี่ย ปลาขาวตัวเล็กที่เหลืออีกสามตัว เขากับเด็กทั้งสองแบ่งกันคนละตัว ส่วนกุ้งแม่น้ำสามตัวที่แทบไม่มีเนื้อ พวกเขาก็แบ่งกันคนละตัวเช่นกัน ปลาเล็กมีก้าง แต่ผู้คนแถบนี้กินปลามาตั้งแต่เล็ก จึงรู้จักคายก้างกันหมด หลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมาจึงกินได้อย่างคล่องแคล่ว หลีชิงจื้อเองก็กัดไปคำหนึ่ง เนื้อปลาขาวนุ่มละเอียด แม้ไม่มีเครื่องปรุงใด ๆ โปรตีนจากเนื้อปลาก็ยังทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมอย่างยิ่ง เพียงแต่มันน้อยเกินไป ปลาเล็กขนาดนิ้วมือเช่นนี้ เขากินรวดเดียวได้เป็นร้อยตัว! “ข้าไม่ชอบกินปลา ท่านกินเถิด” จินเสี่ยวเยี่ยคีบปลาที่หลีชิงจื้อให้กลับไปวางในชามของเขา “เสี่ยวเยี่ย เจ้ากินเถิด ที่บ้านยังต้องพึ่งเจ้าอีกมาก” แม้หลีชิงจื้อจะอยากกิน แต่ก็ยังคีบปลาคืนให้นางอย่างหนักแน่น ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมทรุดโทรมมากก็จริง แต่ร่างกายของจินเสี่ยวเยี่ยเองก็ไม่ได้แข็งแรงนัก ที่จริงชาวนาในยุคนี้ก็แทบไม่ต่างกัน ล้วนได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ