สามีข้ามาจากอนาคต
ตอนที่ 264 — 264
บทที่ 264 หาทางรับมือ
มีกรรมกรราวสามสิบกว่าคนอยากติดตามฉางตวน พวกเขาไม่รู้ว่าตนควรไปที่ใด อีกทั้งฉางตวนยังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของพวกเขา... หากได้ติดตามฉางตวน อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีที่พึ่งพิงต่อไป
ที่สำคัญ ผู้ว่าการจางไม่เพียงคืนหอสุราและบ้านของตระกูลฉางให้ฉางตวนเท่านั้น แต่ยังมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เขาอีกด้วย เพราะในอดีตตระกูลโหลวได้ปล้นชิงเงินทองและทรัพย์สินจากตระกูลฉางไปเป็นจำนวนมาก
“พี่ฉาง ข้าไม่เอาค่าจ้าง ขอเพียงมีข้าวให้กินก็พอ... ขอให้ข้าติดตามท่านเถิด”
“ข้าก็เหมือนกัน”
“ข้าก็เช่นกัน”
............................................................................
ฉางตวนกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่อำเภอหลินหูต่อ ข้าอยากไปอำเภอฉงเฉิง พวกเจ้ายินดีติดตามข้าไปหรือไม่?”
แม้ตอนนี้เขากับฉางจ้านจะมีเงินแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังอยากไปหาหลีชิงจื้อ เพื่อตอบแทนบุญคุณของเขา
พวกเขาถึงกับตั้งใจจะมอบทรัพย์สินทั้งหมดของตนให้หลีชิงจื้อ พวกเขาซาบซึ้งในบุญคุณของหลีชิงจื้อจากใจจริง หากไม่มีหลีชิงจื้อ ตอนที่ฉางจ้านหุนหันพลันแล่นไปลอบสังหารเซี่ยนลิ่งเหยียน เขาคงต้องตายอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น... หากหลีชิงจื้อไม่ได้เตือนผู้ว่าการจาง และไม่ได้บอกเรื่องเหมืองหินแก่ผู้ว่าการจาง เขาเองก็คงไม่มีชีวิตรอดเช่นกัน หากเป็นเช่นนั้นจริง... เมื่อชีวิตยังไม่เหลือ จะมีทรัพย์สินเหล่านี้ได้อย่างไร?
นอกจากนี้... พวกเขายังต้องการแก้แค้น
ในสายตาของคนจำนวนมาก ความแค้นของพวกเขาได้รับการชำระแล้ว เพราะคนของตระกูลโหลวกับเซี่ยนลิ่งเหยียนต่างก็ได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว แต่เหตุใดตระกูลโหลวกับเซี่ยนลิ่งเหยียนจึงกล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนั้น? ทั้งหมดก็เพราะอ๋องจิ้น!
แม้อ๋องจิ้นจะมีอำนาจยิ่งใหญ่ แต่พวกเขาก็ยังอยากลองดูสักครั้ง ว่าจะสามารถล้างแค้นได้หรือไม่
ฉางตวนรู้สึกว่าหลีชิงจื้อก็น่าจะมีความคิดเช่นเดียวกัน คนที่ฉลาดและหลักแหลมอย่างหลีชิงจื้อ เป็นไปไม่ได้ที่จะเลิกติดใจเพียงเพราะเหมืองหินถูกกวาดล้างไปแล้ว
บรรดากรรมกรต่างพากันกล่าวขึ้นว่า “พี่ฉาง ไม่ว่าท่านจะไปที่ใด พวกเราก็จะติดตามท่าน”
“ได้ เช่นนั้นเมื่อเรื่องที่นี่เสร็จสิ้นแล้ว พวกเราก็จะไปอำเภอฉงเฉิง” ฉางตวนกล่าว
ความจริงแล้ว เขาเคยคิดจะติดตามผู้ว่าการจางเช่นกัน ผู้ว่าการจางมีบุญคุณต่อพวกเขามหาศาล ไม่ได้น้อยไปกว่าหลีชิงจื้อเลย ดังนั้นในตอนแรก เขาจึงคิดจะให้ฉางจ้านไปติดตามหลีชิงจื้อ อยู่ที่อำเภอฉงเฉิง แต่งงานมีครอบครัว ส่วนตัวเขาจะไปติดตามผู้ว่าการจาง ต่อให้ผู้ว่าการจางอาจต้องเสียชีวิต เขาก็ยินดีร่วมตายไปกับผู้ว่าการจาง
แต่ผู้ว่าการจางไม่ยินยอม... หลังจากไตร่ตรองแล้ว เขาจึงตัดสินใจไปอำเภอฉงเฉิงพร้อมกับฉางจ้าน และในภายหน้าจะหาทางล้างแค้นแทนผู้ว่าการจาง
สองพี่น้องพูดคุยกับบรรดากรรมกรอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปดูการไต่สวนต่อ คนชั่วเหล่านี้ล้วนถูกประหารแล้ว ช่างดีจริง ๆ!
ก็แต่ผู้ว่าการจาง... ผู้บังคับบัญชาทหารรักษาการณ์ท้องถิ่นคิดว่าผู้ว่าการจางมีราชโองการลับจากองค์ฮ่องเต้ จึงกล้ากระทำการอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แต่ฉางจ้านรู้ดีว่า ผู้ว่าการจางไม่มีราชโองการลับเลยแม้แต่น้อย
ชายชราผู้นี้กำลังเอาอนาคตและชีวิตของตนเองเป็นเดิมพัน เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเขา
“ท่านพี่ ภายหน้าพวกเราจะต้องล้างแค้นให้ได้” ฉางจ้านกล่าว ตลอดช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกับผู้ว่าการจาง เขาเกิดความเคารพและศรัทธาต่อผู้ว่าการจางอย่างมาก
“แน่นอน” ฉางตวนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ข่าวที่อำเภอหลินหูนองเลือดคงยังไม่แพร่ไปถึงเมืองหลวงในเวลาอันสั้น แต่ภายในเมืองเหอซิงกลับแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วที่สุด
เซี่ยนลิ่งโก่วชื่นชอบหลู่เว่ยที่หลีชิงจื้อส่งมาให้มาก หลู่เว่ยนี้อร่อยจริง ๆ ไม่เพียงทำให้เขาเจริญอาหาร แม้แต่บุตรชายที่เอาแต่บ่นว่าอำเภอฉงเฉิงน่าเบื่อ และเห็นว่าอาหารที่นี่ไม่อร่อย ก็ยังกินไปไม่น้อย
เซี่ยนลิ่งโก่วตั้งใจจะส่งคนไปถามหลีชิงจื้อ ว่าหลู่เว่ยนี้ซื้อมาจากที่ใด ของกินในตัวอำเภอแทบทุกอย่างเขาเคยชิมมาแล้ว แต่ไม่เคยได้กินหลู่เว่ยที่อร่อยถึงเพียงนี้มาก่อน
ทว่าเซี่ยนลิ่งโก่วยังไม่ทันได้ส่งคนไปถาม ก็มีคนรีบวิ่งเข้ามารายงานว่า “ใต้เท้า อำเภอหลินหูเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”
“อำเภอหลินหูเกิดเรื่องอะไร?” เซี่ยนลิ่งโก่วถามพลางใช้ไม้ไผ่แคะฟัน
ผู้นั้นตอบว่า “ผู้ว่าการจางสั่งประหารเซี่ยนลิ่งเหยียนแล้วขอรับ”
“อะไรนะ?” เซี่ยนลิ่งโก่วสะดุ้งตกใจ
เซี่ยนลิ่งโก่วเคยติดต่อกับเซี่ยนลิ่งเหยียน และมีความรู้สึกที่ดีต่อเขาอยู่ไม่น้อย ถึงขั้นตั้งใจว่าจะหาโอกาสนำลายพู่กันที่ผู้ว่าการจางมอบให้ไปอวดอีกฝ่าย แต่ตอนนี้... เขาได้ยินอะไรเข้า?
บ่าวผู้นั้นกล่าวว่า “ใต้เท้า มีคนจากอำเภอหลินหูเดินทางมาขอรับ บอกว่าผู้ว่าการจางสั่งประหารเซี่ยนลิ่งเหยียนแล้ว...”
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เซี่ยนลิ่งโก่วถาม
บ่าวผู้นั้นจึงพาชายคนหนึ่งเข้ามา ชายผู้นั้นเคยเป็นคนแจวเรือของเซี่ยนลิ่งเหยียน และเคยพบเซี่ยนลิ่งโก่วมาก่อน หลังจากเซี่ยนลิ่งเหยียนเกิดเรื่อง เขาก็หวาดกลัวอย่างมาก จึงหนีมาที่อำเภอฉงเฉิง
เมื่อถูกเซี่ยนลิ่งโก่วซักถาม เขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยอาการสั่นเทา
เซี่ยนลิ่งโก่วจึงได้รู้ว่า เซี่ยนลิ่งเหยียนสมคบกับตระกูลโหลวยักยอกเงินไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งสวนชาของอำเภอหลินหูก็ไม่ได้ประสบภัยพิบัติแต่อย่างใด สวนชาที่เขาเคยเห็นไม่ใช่ของตระกูลโหลว ส่วนสวนชาที่ดีที่สุดทั้งหมดกลับอยู่ในครอบครองของตระกูลโหลว ตระกูลโหลวยังครอบครองที่ดินกว่าครึ่งของอำเภอหลินหู แต่ไม่ยอมเสียภาษีธัญพืชอีกด้วย
แน่นอนว่า เซี่ยนลิ่งเหยียนยังทำความชั่วอื่น ๆ อีกมากมาย กล่าวโดยสรุปแล้ว เขาไม่ใช่คนดีเลย
“คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยดูออกเลย... เดี๋ยวก่อน!” จู่ ๆ เซี่ยนลิ่งโก่วก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ผู้ว่าการจางเคยให้เขาไปตรวจสอบสถานการณ์สวนชาที่อำเภอหลินหู
ที่ผ่านมาเขาคิดมาตลอดว่าตนทำภารกิจนี้ได้ดี เพราะภายหลังผู้ว่าการจางยังมอบลายพู่กันให้เขา
แต่เมื่อย้อนกลับมาคิดดูอีกครั้ง... เซี่ยนลิ่งเหยียนก่ออาชญากรรมไว้มากมายในอำเภอหลินหู แต่เขากลับไม่พบความผิดปกติแม้แต่น้อย! เขายังรายงานต่อผู้ว่าการจางอีกว่าสวนชาประสบภัยพิบัติจริง!
ผู้ว่าการจางจะมองเขาอย่างไร? จะเห็นว่าเขาไร้ความสามารถ ทำอะไรไม่เป็นหรือไม่?
หัวใจของเซี่ยนลิ่งโก่วพลันเย็นวาบ สิ่งที่ทำให้เขากังวลและหวาดกลัวยิ่งกว่า ก็คือปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในอำเภอหลินหู อำเภอฉงเฉิงก็มีเช่นกัน เพียงแต่ไม่ร้ายแรงเท่า ตัวอย่างเช่น มีบางตระกูลไม่ต้องเสียภาษีธัญพืช
หลังจากจางอวิ๋นเฉวียนหมดอำนาจ เขาเคยจัดการคนบางส่วนไปแล้ว แต่ก็ยังจัดการไม่หมด เพราะบางคนรีบเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อเขา เขาย่อมไม่อาจไม่ให้ผลประโยชน์แก่คนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ผู้ว่าการจางสั่งประหารเซี่ยนลิ่งเหยียนแล้ว จะย้อนมาตรวจสอบเขาด้วยหรือไม่? เดี๋ยวก่อน ผู้ว่าการจางเป็นเพียงผู้ว่าการเมือง แล้วเหตุใดจึงกล้าสั่งประหารเซี่ยนลิ่งได้?
เซี่ยนลิ่งโก่วตื่นตระหนกอย่างหนัก ถึงกับอยากรีบกวาดล้างทุกอย่างในอำเภอฉงเฉิงให้สะอาดโดยทันที
ระหว่างที่เซี่ยนลิ่งโก่วส่งคนไปสืบข่าวที่อำเภอหลินหู เขาก็เรียกบรรดาคหบดีท้องถิ่นของอำเภอฉงเฉิง รวมทั้งพ่อค้าผู้มั่งคั่งอย่างจูเฉียนมาพบ เมื่อเกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ พวกเขาย่อมต้องร่วมกันปรึกษาหารือ
อันที่จริง
ตอนที่เซี่ยนลิ่งโก่วทราบข่าวเรื่องอำเภอหลินหู คนเหล่านั้นที่ถูกเขาเรียกตัวมาก็ได้รับข่าวนี้กันหมดแล้วเช่นกัน
อำเภอหลินหูอยู่ไม่ไกลจากอำเภอฉงเฉิง พ่อค้าหลายคนในอำเภอฉงเฉิงต่างก็มีร้านค้าอยู่ในอำเภอหลินหู
นอกจากนี้ พวกเขายังมีญาติมิตรและคนรู้จักอยู่ที่อำเภอหลินหูอีกไม่น้อย
เมื่อเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้น ย่อมมีคนรีบเดินทางมาจากอำเภอหลินหูเพื่อนำข่าวมาบอกพวกเขา
ในตอนแรกทุกคนต่างคิดว่าเป็นข่าวลือ แต่หลังจากสอบถามกันไปมา... ก็พบว่าเรื่องนี้เป็นความจริง!
ทุกคนต่างตกตะลึงและทำอะไรไม่ถูกพอดี เซี่ยนลิ่งโก่วก็ส่งคนมาตามพวกเขา
พวกเขาจึงรีบไปพบเซี่ยนลิ่งโก่ว แล้วร่วมกันวิเคราะห์ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นที่อำเภอหลินหู
ตลอดช่วงบ่ายของวันนั้น พวกเขาทยอยได้รับข่าวจากอำเภอหลินหูเรื่อย ๆ จนกระทั่งค่ำลง คนที่เซี่ยนลิ่งโก่วส่งไปสืบข่าวก็กลับมาพร้อมรายงานรายละเอียดทั้งหมด
ผู้ว่าการจางเปิดไต่สวนคดีต่อหน้าสาธารณชนที่อำเภอหลินหู และสั่งประหารผู้คนรวดเดียวหลายสิบคน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งใช้นามสกุลโหลว ซึ่งเป็นญาติของอ๋องจิ้น
เซี่ยนลิ่งโก่วถึงกับขาอ่อน
นั่นคืออ๋องจิ้นเชียวนะ!
ก่อนที่เขาจะมารับตำแหน่งที่อำเภอฉงเฉิง เขาเคยไปเยี่ยมเยียนผู้คนหลายแห่ง และในเวลานั้นทุกคนต่างเชื่อกันว่า ผู้ที่จะได้ขึ้นครองราชบัลลังก์ในภายหน้าก็คืออ๋องจิ้น
หลังจากอ๋องจิ้นพระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน แม้องค์ฮ่องเต้จะทรงจัดการผู้คนในฝ่ายอ๋องจิ้นไปจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้กวาดล้างจนหมดสิ้น อีกทั้งหลังจากนั้นองค์ฮ่องเต้ก็ยังไม่มีพระโอรส...
ขุนนางในราชสำนักเกินกว่าหนึ่งในสามต่างเอนเอียงไปเข้าฝ่ายอ๋องจิ้น
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-dca8255c/264
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย