Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 294 — 294

บทที่ 294 ร้านหลู่เว่ยเปิดขายวันแรก

หลังพูดจบ พวกเขายังพากันอิจฉาจ้าวเหล่าซาน “จ้าวเหล่าซาน เจ้าโชคดีจริง ๆ! ลูกชายของเจ้าไปอยู่บ้านสกุลหลีแล้ว คงได้กินเนื้อทุกวันกระมัง? หลู่เว่ยนี่ก็คงได้กินไม่น้อยใช่หรือไม่?”

จ้าวเหล่าซานยิ้มอย่างซื่อ ๆ “คงได้กินไม่น้อย”

ชาวบ้านหมู่บ้านเมี่ยวเฉียนคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นว่า “จ้าวเสี่ยวโต้วนั่นนับว่าได้เข้าไปอยู่ในรังแห่งความสุขแล้ว ไม่เพียงได้กินเนื้อทุกวัน ยังได้เรียนหนังสืออีก!”

เมื่อจ้าวเหล่าซานได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม

ก่อนหน้านี้ตอนหลีชิงจื้อกลับหมู่บ้านไปจัดงานเลี้ยง เขาได้พบจ้าวเสี่ยวโต้ว

ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปมากจริง ๆ จนแทบจำไม่ได้!

หลายเดือนมานี้ เขาทำงานอยู่ที่ท่าเรือแห่งใหม่ตลอด จึงไม่มีเวลาไปเยี่ยมลูกที่ตัวอำเภอ รออีกไม่กี่วัน เมื่อการก่อสร้างท่าเรือแห่งใหม่เสร็จสิ้น เขาจะต้องหิ้วไก่กับเป็ดไปเยี่ยมลูกที่ตัวอำเภอแน่นอน

“จ้าวเหล่าซาน ลูกชายของเจ้ายังได้เรียนหนังสืออีกหรือ? ภายหน้าต้องเปลี่ยนชะตาชีวิตได้แน่!”

“จ้าวเหล่าซาน อนาคตเจ้าคงได้เสพสุขแล้ว!”

“จ้าวเหล่าซาน เมื่อก่อนเจ้ากับหลีเหล่าเกินลำบากกันไม่น้อย ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นจริง ๆ!”

..............................................................

ไม่ไกลออกไปคือโรงครัว เพราะคำสั่งของเซี่ยนลิ่งโก่ว โรงครัวจึงจัดให้ชาวบ้านที่มาทำงานได้กินเนื้อทุกวัน วันนี้อาหารคือหมูตุ๋นมะเขือกับถั่วฝักยาว พ่อครัวโจวยังทอดมะเขือสอดไส้เพิ่มอีกทั้งผัดหมูสามชั้นกับถั่วฝักยาว จานเหล่านี้เตรียมไว้ให้บรรดาเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยและเจ้าหน้าที่ประจำที่ว่าการซึ่งมาทำงานที่ท่าเรือแห่งใหม่รับประทาน แน่นอนว่าคนในโรงครัวเองก็ได้กินด้วยเช่นกัน

ฝีมือการทำอาหารของพ่อครัวโจวยอดเยี่ยมมาก มะเขือสอดไส้ทอดกับหมูสามชั้นผัดถั่วฝักยาวที่เขาทำเมื่อหลายวันก่อน ทุกคนต่างชื่นชอบและพากันเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย

แต่ตอนนี้...เมื่อทุกคนได้กลิ่นหอมที่ลอยอยู่ในอากาศ ก็พลันรู้สึกว่ามะเขือสอดไส้ทอดกับหมูสามชั้นผัดถั่วฝักยาวไม่หอมอีกต่อไป

“กลิ่นอะไร? เหตุใดถึงหอมเพียงนี้!” คนผู้หนึ่งถามขึ้น

พ่อครัวโจวก็กล่าวว่า “ข้าไม่เคยได้กลิ่นอะไรหอมเช่นนี้มาก่อนเลย!”

ปกติจินต้าเจียงไม่ค่อยพูดนัก แต่เวลานี้กลับเอ่ยขึ้นว่า “น่าจะเป็นร้านของลูกเขยข้าที่กำลังทำหลู่เว่ย...เขาตั้งใจจะเปิดร้านหลู่เว่ยอยู่แถวนี้”

เมื่อได้ยินจินต้าเจียงพูดเช่นนั้น ก็มีคนถามว่า “ลุงจิน หลู่เว่ยนี่ท่านเคยกินหรือไม่?”

จินต้าเจียงตอบว่า “เคย”

ทุกคนต่างอิจฉากันยกใหญ่ “อร่อยหรือไม่?”

“ต้องอร่อยแน่นอน! ยังต้องถามอีกหรือ?”

“น่าเสียดาย พวกเรากินไม่ได้”

“ลุงจิน พวกเราไปซื้อมาชิมจากลูกเขยของท่านได้หรือไม่?”

.....................................................................

พ่อครัวโจวกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นยืนทันที เขาหยิบจานสองใบ ตักอาหารที่ตนทำอย่างละหนึ่งจาน แล้วหันไปหาจินต้าเจียง “ต้าเจียง ไปกัน พวกเราไปหาหลีเซียนเซิงกัน ให้เขาชิมมะเขือสอดไส้ทอดฝีมือข้าด้วย”

หลีชิงจื้อเป็นคนใจกว้าง เวลานี้หากเขานำอาหารไปให้ หลีชิงจื้อก็คงตอบแทนตามมารยาทกระมัง?

เวลานี้ หลู่เว่ยในร้านของหลีชิงจื้อทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ผู้คนในยุคนี้ไม่ค่อยใช้เครื่องเทศในการปรุงอาหาร เครื่องเทศอย่างโป๊ยกั๊ก อบเชย และใบกระวาน ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในภายหลังนั้น แม้แต่ในหมู่บ้านเมี่ยวเฉียนก็ยังไม่มีผู้ใดใช้ ด้วยเหตุนี้เอง หลู่เว่ยของพวกเขาจึงมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ

หลีชิงจื้อให้ทุกคนนำหลู่เว่ยในหม้อขึ้นมา หลู่เว่ยหม้อนี้ เขาตั้งใจจะแบ่งให้คนงานในร้านรับประทาน แล้วส่งไปให้ทางพ่อตาอีกส่วนหนึ่ง กลิ่นหอมคงลอยออกไปแล้ว เขาจะไม่แสดงน้ำใจเสียบ้างก็คงไม่ได้

เมื่อหลู่เว่ยหม้อต่อไปเสร็จ เขาจะส่งไปให้เซี่ยนลิ่งโก่วกับจูเฉียนอีกส่วนหนึ่งด้วย

ขณะที่กำลังคิดเช่นนั้น หลีชิงจื้อก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เมื่อเปิดประตูออกไป ก็เห็นพ่อครัวโจวที่ยิ้มแย้มเต็มใบหน้า และจินต้าเจียงที่มีสีหน้าเก้อเขินอยู่บ้าง

พ่อครัวโจวนำอาหารธรรมดาสองจานมาแลกกับไก่หลู่เว่ยหนึ่งตัวและเป็ดหลู่เว่ยหนึ่งตัว เขาสับไก่กับเป็ดเป็นชิ้น ๆ จากนั้นแบ่งน่องไก่กับน่องเป็ดให้ตนเองและจินต้าเจียง ส่วนที่เหลือก็นำไปแบ่งให้คนในโรงครัว รวมทั้งบรรดาเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยและเจ้าหน้าที่ประจำที่ว่าการ ทุกคนที่ได้ชิมต่างพากันเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย

“เป็ดหลู่เว่ยนี่อร่อยจริง ๆ!”

“ไก่หลู่เว่ยก็อร่อย!”

“ร้านของหลีเซียนเซิงจะเปิดเมื่อใด? ถึงตอนนั้นข้าจะต้องซื้อกลับไปให้คนที่บ้านชิมเยอะ ๆ!”

...........................................................

พ่อครัวโจวกล่าวว่า “หลีเซียนเซิงบอกแล้ว พรุ่งนี้ร้านของเขาจะเริ่มขายหลู่เว่ย พวกท่านรีบไปซื้อแต่เช้าเถิด มิฉะนั้นไปสายอาจซื้อไม่ทัน”

“พรุ่งนี้ข้าจะต้องไปซื้อแน่นอน!”

“ได้ยินว่ากินหลู่เว่ยแล้วยังฉลาดขึ้นอีก!”

“ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ต้องกินให้มากหน่อย!”

...

บ่ายวันนั้น หลีชิงจื้อส่งหลู่เว่ยไปที่บ้านสกุลจูและที่ว่าการของเซี่ยนลิ่งโก่วเป็นจำนวนไม่น้อย

แน่นอนว่าเขาไม่ลืมนำกลับบ้านด้วย คืนนั้นทุกคนในร้านเย็บปักจินเยี่ยต่างก็ได้กินหลู่เว่ยกันถ้วนหน้า

หลีเหล่าเกินกินจนอิ่มท้องกลม พอกินเสร็จก็มองหลีชิงจื้อด้วยความคาดหวัง “อาชิง พรุ่งนี้ข้าไปช่วยงานที่ร้านของเจ้าได้หรือไม่?”

แน่นอนว่าหลีเหล่าเกินไม่ได้อยากไปช่วยงานจริง ๆ เขาเพียงอยากไปอาศัยกินหลู่เว่ยเท่านั้น

หลีชิงจื้อกล่าวว่า “ท่านพ่อ ถึงตอนนั้นข้าจะให้เสี่ยวซู่นำหลู่เว่ยส่วนหนึ่งไปขายในตัวอำเภอ ท่านไปช่วยเสี่ยวซู่เถิด ทางร้านคนพอแล้ว”

คนที่ทำงานอยู่ในร้านล้วนเป็นคนงานจากเหมืองหิน หลีชิงจื้อเกรงว่าหากหลีเหล่าเกินอยู่ที่นั่นนาน ๆ แล้วได้ยินเรื่องบางอย่างเข้า จะนำไปพูดต่อภายนอก หลีเหล่าเกินเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้มาโดยตลอด จึงควรป้องกันไว้ก่อน

“เช่นนั้นข้ากินหลู่เว่ยได้หรือไม่?” หลีเหล่าเกินถาม

“ได้แน่นอน ท่านพ่อ ข้าตั้งใจเก็บไว้ให้ท่านโดยเฉพาะ ท่านอยากกินเมื่อไรก็กินได้”

“ดี!” หลีเหล่าเกินดีใจเป็นอย่างมาก

“อาชิง ทางร้านของท่านจะรับมือไหวหรือ?” จินเสี่ยวเยี่ยถามหลีชิงจื้อ

“ไหว มีฉางจ้านคอยดูแลอยู่” หลีชิงจื้อตอบ

เมื่อจินเสี่ยวเยี่ยได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่สนใจเรื่องร้านหลู่เว่ยอีก เวลานี้ร้านเย็บปักจินเยี่ยมีคนงานหญิงกว่าสี่สิบคน เวลาทำงาน ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน แต่ละคนรับผิดชอบงานเพียงประเภทเดียว

ด้วยเหตุนี้ งานของพวกนางจึงไม่เพียงทำได้รวดเร็ว แต่คุณภาพยังสม่ำเสมออีกด้วย

อาศัยข้อได้เปรียบนี้ จินเสี่ยวเยี่ยจึงได้รับงานเพิ่มขึ้นไม่น้อย ทุกวันนี้กิจการของร้านเย็บปักจินเยี่ยยิ่งนับวันก็ยิ่งดีขึ้น

จินเสี่ยวเยี่ยเริ่มคิดจะเช่าบ้านอีกหลังเพื่อรับคนงานหญิงเพิ่ม แน่นอนว่าก่อนถึงเวลานั้น นางต้องเก็บเงินให้มากกว่านี้เสียก่อน

.......................................................................................

พริบตาเดียวก็ถึงวันรุ่งขึ้น

แต่เช้าตรู่ หลีชิงจื้อกับฉางจ้านก็เดินทางไปยังท่าเรือแห่งใหม่ โดยฉางจ้านพาฉางชุ่ยมาด้วย

ช่วงเช้า หลีต้าเหมาและคนอื่น ๆ ต้องไปเรียนหนังสือ ส่วนฉางชุ่ยก็ติดฉางจ้านมาก ฉางจ้านจึงพานางมาด้วย เมื่อพวกเขามาถึงร้าน คนงานเหล่านั้นกำลังเชือดไก่เชือดเป็ด และจัดการเนื้อหมูที่คนขายเนื้อส่งมา

เมื่อเห็นหลีชิงจื้อ คนที่กำลังหั่นเนื้อหมูก็กล่าวว่า “หลีเซียนเซิง ต่อไปไม่ต้องให้คนขายเนื้อส่งหมูมาแล้ว ข้าจะลองฝึกเชือดเอง เช่นนี้จะประหยัดเงินได้ไม่น้อย”

“ได้” หลีชิงจื้อยิ้มอย่างอารมณ์ดี คนที่เต็มใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ย่อมเป็นที่ชื่นชอบเสมอ

เวลาคนงานเหล่านี้เชือดไก่เชือดเป็ด พวกเขาจะเก็บเลือดไก่กับเลือดเป็ดไว้ เติมน้ำกับเกลือ คนให้เข้ากันแล้วนำไปต้ม เลือดเต้าหู้ที่ได้มีลักษณะคล้ายเลือดเป็ดที่หลีชิงจื้อเคยกินกับหม้อไฟในชาติที่แล้ว

ร่างกายของคนงานเหล่านี้ล้วนเคยขาดสารอาหาร จึงจำเป็นต้องบำรุงให้มากขึ้น หลีชิงจื้อจะให้พวกเขากินเลือดเต้าหู้ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็นำไปขายในตัวอำเภอ

เลือดไก่กับเลือดเป็ดราคาไม่แพง หลายคนเต็มใจซื้อ เพียงชั่งสักเล็กน้อย แล้วซื้อเต้าหู้แท้มาทำแกงรวมกัน รสชาติก็อร่อยมากแล้ว! ส่วนเครื่องในไก่และเครื่องในเป็ด เพียงล้างให้สะอาดแล้วนำไปตุ๋นรวมในหม้อหลู่เว่ยก็พอ แม้แต่ไส้ไก่ไส้เป็ดก็ยังมีคนซื้อ!

ภายในกึ๋นไก่และกึ๋นเป็ดมีเยื่อสีเหลืองบาง ๆ ซึ่งเรียกว่า จีเน่ยจิน และ ยาเน่ยจิน สิ่งนี้ก็ห้ามทิ้งเด็ดขาด เพราะร้านขายยาในตัวอำเภอรับซื้อ โดยทั่วไปแล้ว จีเน่ยจินมีราคาสูงกว่า ส่วนยาเน่ยจินมีราคาต่ำกว่า

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-dca8255c/294

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

云逸 Yun_Yi云逸 Yun_Yiดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย