Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ สามีข้ามาจากอนาคต

สามีข้ามาจากอนาคต

ตอนที่ 300 — 300

บทที่ 300 ชื่อเสียงหลู่เว่ยแห่งร้านจวี๋เว่ยไจ

ต่อไปนี้ ไม่ว่าหลีชิงจื้อจะกล่าวสิ่งใด เขาจะต้องเชื่อฟังทุกคำอย่างแน่นอน

หลีชิงจื้อเป็นเพียงคนที่มีชาติกำเนิดจากครอบครัวชาวนา แต่ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปี ก็สร้างความสัมพันธ์กับผู้ตรวจการจางและลวี่กงกงได้แล้ว! ในสายตาของอู๋ไป๋ชวน หลีชิงจื้อแทบจะทำได้ทุกอย่าง

สหายของอู๋ไป๋ชวนใช้พัดใบลานพัดให้ตนเอง พลางยิ่งรู้สึกงุนงง คนที่เมื่อครู่ยังหน้าซีดเผือดอย่างอู๋ไป๋ชวน เพียงขมวดคิ้วครู่เดียว เหตุใดจึงกลับมามีสีหน้าเปล่งปลั่งได้เสียแล้ว?

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน เฟิงต้าก็มาถึง

เฟิงต้ามาหาอู๋ไป๋ชวน เขาแจ้งเรื่องที่ฉางตวนเชิญอู๋ไป๋ชวนไปกินอาหาร เมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆ ในขบวนพ่อค้าก็อยู่ด้วย จึงถือโอกาสเชิญทุกคนไปพร้อมกัน บรรดาเถ้าแก่ในขบวนพ่อค้าล้วนไม่มีผู้ใดปฏิเสธ ต่างยิ้มรับคำเชิญ พร้อมกล่าวว่าจะนำของขวัญชิ้นใหญ่มาร่วมแสดงความยินดี

พวกเขาไม่รู้ว่าต้วนจิ้นสร้างความสัมพันธ์กับลวี่กงกงได้อย่างไร แต่การที่ต้วนจิ้นกลายเป็นคนของลวี่กงกงนั้นเป็นความจริง พวกเขาย่อมต้องผูกมิตรกับต้วนจิ้นให้ดี

บรรดาเถ้าแก่ของขบวนพ่อค้าตระกูลเสิ่นรวมกันมีเพียงยี่สิบคน ฉางตวนจึงจัดโต๊ะเลี้ยงไว้สามโต๊ะ

เขาพร้อมด้วยเฟิงต้าและเถ้าแก่หอสุรา เริ่มเตรียมอาหารสำหรับวันรุ่งขึ้นล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ

แม้วัตถุดิบที่เขาใช้จะไม่แพง แต่วิธีปรุงกลับพิถีพิถันอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่นปอดหมู...ต้องกรอกน้ำเข้าไปล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนปอดขาวสะอาด จากนั้นค่อย ๆ เลาะหลอดลมด้านในออกทั้งหมด แล้วนำไปตุ๋นกับน้ำน้ำแกงไก่ตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน ปอดขนาดใหญ่จะหดเล็กลงเหลือเพียงเท่าไข่ไก่ นำปอดทั้งแปดกลีบมาจัดเรียงเป็นรูปดอกไม้ ก่อนราดด้วยน้ำปรุงรสสูตรลับ ก็จะกลายเป็นอาหารในตำรับตระกูลฉางที่มีชื่อว่า “บุปผาเบ่งบานนำพาความมั่งคั่ง”

ปอดหมูที่ทำด้วยวิธีนี้ละลายในปากทันทีที่รับประทาน รสชาติก็ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด

ฉางตวนใช้เวลาเตรียมอาหารอยู่หนึ่งวันเต็ม จึงจัดเตรียมอาหารทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย

เขาเชิญพ่อค้าเหล่านั้นมารับประทานอาหารเย็น แต่ทุกคนกลับมาถึงกันตั้งแต่หัววัน เขาจึงเชิญทุกคนขึ้นไปนั่งในห้องรับรองชั้นบน

ทั้งสองฝ่ายสนทนากันอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว ฉางตวนจึงให้คนยกอาหารเย็นขึ้นโต๊ะก่อน ส่วนตัวเขาเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารร้อนด้วยตนเอง

มณฑลเจียงอันมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ มีอาหารเลิศรสมากมาย พ่อค้าเหล่านี้เดินทางค้าขายไปทั่วสารทิศ เคยลิ้มลองอาหารนานาชนิด จึงนับได้ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์กว้างขวาง แต่บรรพบุรุษของตระกูลฉางเคยเป็นพ่อครัวหลวง อาหารหลายจานที่ฉางตวนทำ คนเหล่านี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน รู้เพียงว่าอร่อยอย่างยิ่ง

เมื่อฉางตวนทำอาหารเสร็จ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ขึ้นไปชั้นบน ดื่มสุราและสนทนากับทุกคนต่อ ระหว่างงานเลี้ยงยังแสดงความสนิทสนมกับอู๋ไป๋ชวนเป็นระยะ

เถ้าแก่เสิ่นและคนอื่น ๆ เข้าใจเจตนาทันที ต่างพากันกล่าวว่า ต่อไปจะช่วยดูแลอู๋ไป๋ชวนให้มากขึ้น

เจ้าภาพและแขกต่างมีความสุขถ้วนหน้า

เมื่อออกจากหอสุรา เถ้าแก่เสิ่นก็กล่าวด้วยความทอดถอนใจว่า “หอสุราใหญ่ในเมืองหลวงไม่เหมือนที่อื่นจริง ๆ อาหารหลายจาน วันนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าเคยกินหรือไม่ แม้แต่เคยได้ยินชื่อ ข้าก็ยังไม่เคยเลย”

คนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าไปตาม ๆ กัน พลางกล่าวชมว่าอาหารวันนี้อร่อยเหลือเกิน พร้อมทั้งอิจฉาอู๋ไป๋ชวนที่มีเพื่อนร่วมบ้านเกิดเช่นนี้

อู๋ไป๋ชวนดื่มสุราไปเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อ อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง วันนี้เขาถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว

แม้แต่สิ่งที่เถ้าแก่เสิ่นยังไม่เคยกิน ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขา!

เพียงยกตัวอย่างปอดหมู...ที่อำเภอฉงเฉิง ตับหมู ไส้หมู และหัวใจหมูมีราคาดีกว่า ส่วนปอดหมูแทบไม่มีใครชอบกิน เขาเองเคยกินอยู่ครั้งหนึ่ง และก็รู้สึกว่าไม่อร่อย แต่ปอดหมูที่ฉางตวนทำ...รับประทานแล้วแทบไม่เหมือนปอดหมูเลย! โชคของเขาช่างดีจริง ๆ ที่ได้รู้จักหลีชิงจื้อ

.................................................................

ขณะที่อู๋ไป๋ชวนและพวกกำลังลิ้มรสอาหารเลิศรส ณ อำเภอฉงเฉิง หลายครอบครัวก็กำลังรับประทานหลู่เว่ยรสเลิศเช่นกัน

ร้านหลู่เว่ยของหลีชิงจื้อเปิดกิจการมาได้สามสี่วันแล้ว แต่สำหรับชาวอำเภอฉงเฉิง หลู่เว่ยก็ยังเป็นอาหารที่แปลกใหม่และเอร็ดอร่อยอย่างยิ่ง

บรรดาตระกูลมั่งคั่ง...ในวันแรกพวกเขาอาจยังซื้อหลู่เว่ยไม่ทัน แต่ในวันต่อ ๆ มากลับส่งบ่าวไปรอซื้อทุกวัน เพื่อนำกลับมารับประทาน ทุกคนต่างกล่าวว่าหลู่เว่ยอร่อยมาก แม้แต่เซี่ยนลิ่งโก่วกับจูเฉียนก็ยังกิน พวกเขาย่อมต้องซื้อกลับมาชิม เมื่อได้ชิมแล้ว...ของอร่อยเช่นนี้ย่อมต้องซื้อซ้ำอีกหลายครั้ง!

ส่วนชาวบ้านทั่วไป...บ้านที่พอมีเงินก็จะซื้อเนื้อหลู่เว่ย หรือไก่หลู่เว่ย เป็ดหลู่เว่ย นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้หลู่เว่ย ตับไก่หลู่เว่ย หัวหมูหลู่เว่ย และของอื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย

ส่วนครอบครัวที่ไม่ค่อยมีเงิน หากกัดฟันสู้ก็ยังพอซื้อเนื้อได้สักนิด อย่างแย่ที่สุดก็ยังซื้อเต้าหู้หลู่เว่ยหรือไส้เป็ดหลู่เว่ยได้ อย่างน้อยก็ให้คนในครอบครัวได้ลิ้มรส

เวลานี้เมื่อผู้คนในตัวอำเภอพบหน้ากันทักทาย ต่างก็จะถามกันว่า “เจ้ากินหลู่เว่ยของร้านจวี๋เว่ยไจหรือยัง?”

หลีชิงจื้อตั้งชื่อร้านของตนว่า จวี๋เว่ยไจ

และภายในเวลาเพียงสามวัน ชื่อร้านของเขาก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งอำเภอฉงเฉิง แม้แต่ผู้คนในหมู่บ้านรอบอำเภอฉงเฉิงก็ยังรู้จักแล้ว ทุกหมู่บ้านล้วนมีคนมาทำงานอยู่ที่ท่าเรือแห่งใหม่แห่งนี้

คนเหล่านี้หาเงินได้เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน อีกทั้งยังทำงานมาหลายเดือนแล้ว...คนส่วนใหญ่จึงยอมควักเงินซื้อของอร่อยกลับไปให้คนที่บ้าน!

เมื่อพวกเขานำของอร่อยเช่นนี้กลับหมู่บ้าน ผู้คนในหมู่บ้านของพวกเขาก็ย่อมรู้จักร้านจวี๋เว่ยไจโดยธรรมชาติ

แต่ผู้ที่พูดถึงร้านจวี๋เว่ยไจมากที่สุดกลับเป็นชาวหมู่บ้านเมี่ยวเฉียน

“ไม่รู้ว่าหลีชิงจื้อไปได้ตำรับหลู่เว่ยมาจากที่ใด หลู่เว่ยที่ทำออกมาอร่อยจริง ๆ!”

“กิจการของร้านจวี๋เว่ยไจดีมาก หลีชิงจื้อต้องหาเงินได้ไม่น้อยแน่!”

“ได้ยินมาว่าในร้านของเขามีคนช่วยเชือดไก่เชือดเป็ดหลายสิบคน!”

“ครอบครัวหลีเจริญรุ่งเรืองจริง ๆ!”

................................................................

ชาวบ้านต่างพากันอิจฉา ครั้นเมื่อจินหลิ่วซู่แบกถังไม้ใบใหญ่มาถึงหมู่บ้าน ทุกคนก็กรูกันเข้าไปหา

“จินหลิ่วซู่ เจ้ายังมีหลู่เว่ยเหลือหรือไม่? ข้าอยากซื้อสักหน่อย”

“ข้าก็จะซื้อ!”

“ข้าด้วย!”

................................................................................

จินหลิ่วซู่กล่าวว่า “เมื่อวานมีแต่คนที่นัดกับข้าไว้ล่วงหน้าว่าจะมารับหลู่เว่ยจากข้าเท่านั้น ส่วนคนอื่นไม่มีแล้ว อากาศร้อน ของพวกนี้เก็บข้ามคืนไม่ได้ ข้าก็ไม่กล้าเก็บไว้มาก อีกอย่าง หลู่เว่ยที่ร้านจวี๋เว่ยไจเพิ่งทำเสร็จก็ถูกแย่งซื้อจนหมด ข้าเองก็ซื้อมาได้ไม่มาก”

เมื่อวานชาวบ้านบางคนได้บอกจินหลิ่วซู่ไว้แล้วว่าให้ช่วยซื้อหลู่เว่ยกลับมาให้ เวลานี้จึงเข้าไปซื้อด้วยความยินดี ส่วนคนที่ไม่ได้ฝากไว้ล่วงหน้า ก็ทำได้เพียงมองตาปริบ ๆ แล้วฝากจินหลิ่วซู่ให้นำกลับมาให้อีกในวันรุ่งขึ้น

เมื่อเห็นว่าท้ายที่สุดยังเหลืออยู่นิดหน่อย ก็มีคนถามว่า “จินหลิ่วซู่ ที่เหลือขายให้ข้าได้หรือไม่?”

“ไม่ได้ นั่นข้าเก็บไว้ให้ลูก ๆ ที่บ้านกิน” จินหลิ่วซู่แบกถังไม้กลับบ้าน ส่วนลูก ๆ ของเขาเมื่อเห็นเขาแต่ไกลก็รีบวิ่งเข้ามา “ท่านพ่อ!”

เมื่อจินหลิ่วซู่เห็นลูก ๆ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม รู้สึกเพียงว่าความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันมลายหายไปสิ้น เขาไม่มีเรือ จึงแบกหลู่เว่ยได้ไม่มาก รายได้จึงไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหาเงินได้มากกว่าการขายอาหาร!

ก่อนหน้านี้เขาขายอาหาร กับจินโม่ลี่สองคนช่วยกันทำงานทั้งวัน สุดท้ายหาเงินได้เพียงหกสิบเจ็ดสิบเหวิน เมื่อแบ่งกันแล้วเขาได้เพียงสามสิบกว่าเหวิน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาหาเงินได้วันละสองร้อยเหวิน เพียงแต่เหนื่อยเกินไปจริง ๆ...เขาอยากซื้อเรือสักลำ

หากมีเรือ นอกจากขายหลู่เว่ยแล้ว เขายังขายของอย่างอื่นได้ด้วย กระทั่งอาจหาเงินได้เหมือนจินเสี่ยวซู่

เวลาเหนื่อยก็ยังนอนพักบนเรือได้

ขณะที่จินหลิ่วซู่กำลังวาดฝันถึงอนาคตของตนเอง จินซางซู่ซึ่งมีเรืออยู่แล้วก็ตัดสินใจว่า วันรุ่งขึ้นจะไปรับหลู่เว่ยมาจำนวนหนึ่ง แล้วนำไปขายตามที่ต่าง ๆ

ผู้ใดเล่าจะไม่อยากหาเงิน? ไม่นานหลังจินหลิ่วซู่กลับถึงหมู่บ้าน จินเสี่ยวซู่ก็พายเรือกลับมา พร้อมกับจินต้าเจียง

เมื่อชาวบ้านเห็นจินเสี่ยวซู่ ต่างอดสูดลมหายใจลึก ๆ ไม่ได้ เพราะจินเสี่ยวซู่หอมเหลือเกิน! ทั่วทั้งตัวของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหลู่เว่ย

“เสี่ยวซู่ หลายวันก่อนเหตุใดเจ้าจึงกลับดึกนัก?” ชาวบ้านเห็นจินเสี่ยวซู่ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย

ก่อนหน้านี้บางคนไม่ได้ฝากจินหลิ่วซู่ซื้อหลู่เว่ย ก็เพราะเดิมทีตั้งใจจะฝากจินเสี่ยวซู่

ผลปรากฏว่า...สองวันแรกพวกเขาไม่พบจินเสี่ยวซู่เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากลับมาตอนไหน

“ข้าไปช่วยงานที่ร้านของพี่เขย งานค่อนข้างเยอะ เลยกลับช้าหน่อย” จินเสี่ยวซู่กล่าว

หลายวันมานี้ฝั่งหลีชิงจื้อยุ่งมาก จึงเรียกเขาไปช่วย เขาจึงทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำทุกวัน

แม้แต่ท่านพ่อของเขา หลังจากทำงานที่ท่าเรือแห่งใหม่เสร็จแล้ว ก็ยังไปช่วยงานที่ร้านของหลีชิงจื้ออีกด้วย แต่พวกเขาเต็มใจอย่างยิ่ง

หลีชิงจื้อบอกแล้วว่า ภายหน้าจะเปิดร้านในตัวอำเภอ แล้วให้สองสามีภรรยาจินต้าเจียงขายหลู่เว่ยอยู่ในตัวอำเภอ!

หลีชิงจื้อยังบอกอีกว่า งานภายในของร้านจวี๋เว่ยไจ ไม่ว่าจะเป็นการทำหลู่เว่ยหรือจัดซื้อวัตถุดิบ จะมอบให้ฉางจ้านดูแลทั้งหมด ส่วนงานภายนอกจะมอบให้จินเสี่ยวซู่รับผิดชอบ!

งานภายนอกคืออะไร? การไปเปิดร้านที่เมืองเอกหรืออำเภอใกล้เคียง รวมทั้งการขนส่งหลู่เว่ยไปยังร้านเหล่านั้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นงานภายนอก

ก่อนหน้านี้จินเสี่ยวซู่เป็นเพียงคนพายเรือ แต่ภายหน้า...เขาจะได้เป็นเถ้าแก่จินเหมือนพี่สาวของเขา

พี่เขยเห็นความสำคัญของเขาถึงเพียงนี้ จินเสี่ยวซู่จะไม่ขยันทำงานให้มากได้อย่างไร?

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-dca8255c/300

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

云逸 Yun_Yi云逸 Yun_Yiดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย