← สารบัญ ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย

ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย

ตอนที่ 25025

บทที่ 25 เล่นเกมมันจะยากอะไรนัก หน้าโรงเรียนวันนี้เต็มไปด้วยเสียงเมาท์เรื่องรายการประกวดช่วงสุดสัปดาห์

หรงรั่วเหยาถูกนักเรียนกลุ่มใหญ่ล้อมเอาไว้

“ได้ยินวงในมาบอกว่า หรงรั่วเหยาได้อันดับหนึ่งของโชว์แรกเลยนะ เก่งมากกกกเลย”

“ไม่น่าเชื่อว่าดาราดังจะมาอยู่โรงเรียนเรานี่เอง โชคดีสุด ๆ”

“รู้สึกว่าเหยาเหยายิ่งโตยิ่งสวยจริง ๆ มองแล้วสบายตามากเลย…”

พอดีหรงอวี่เดินมาถึงหน้าโรงเรียน คนมุงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเริ่มซุบซิบกันทันที

“ยัยนี่ก็ไปแข่งรายการนั้นด้วยนี่?”

“เด็กเรียนบ๊วย ม.6 ห้อง 20 แบบนี้ ยังจะออกมาเลียนแบบหรงรั่วเหยาเดบิวต์เหรอ?”

“ฉันได้ยินมาว่า หรงอวี่กับหรงรั่วเหยาเหมือนจะเป็นพี่น้องแท้ๆกันนะ”

“เป็นไปได้เรอะ เหยาเหยาสวยนำแฟชั่นขนาดนั้น แต่ดูหรงอวี่สิ เชยเป็นบ้า รองเท้าที่ใส่นั่น กะพริบตาดูก็รู้ว่าเป็นของตกเทรนด์เมื่อสี่ห้าปีก่อน ใครเขายังใส่กันอีกล่ะ ฮ่า ๆ ๆ …”

หรงรั่วเหยาหันไปมองโดยอัตโนมัติ รองเท้าคู่นั้น เป็นรุ่นโปรโมตของแบรนด์นานาชาติชื่อดัง ประจำซีซันนี้พอดี ทุกคนก็รู้กันดีว่าแฟชั่นมันวนกลับมา ช่วงนี้เมืองนอกกำลังนิยมดีไซน์แบบนี้พอดี รองเท้าแท้คู่หนึ่ง ราคาสองแสนขึ้นไป แววดูแคลนผุดขึ้นในดวงตาของเธอ

ไม่มีปัญญาซื้อ ก็ไม่ต้องใส่สิ จะเอาของปลอมมาอวดทำไมให้ขายหน้า?

“เอ๊ะ ทำไมได้ยินเสียงหมาเห่า?” จี้โจวเย่หยุดเท้า มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า แล้วเหยียดสายตาเย็นใส่กลุ่มเด็กผู้หญิงพวกนั้น “ถ้าว่างนักก็ไปท้ายหมู่บ้านช่วยฉีดขี้ไก่ในแปลงผักไป๊?”

เด็กผู้หญิงคนนั้นตาโต “นี่… นี่นายด่าคนอื่นเหรอ!”

“เออ ด่า แล้วไง? ถ้ายังพูดมากอีกคำ ฉันจะสลักชื่อเธอลงบนป้ายหลุมแล้วด้วยซ้ำ”

ทันใดนั้น บริเวณรอบๆก็เงียบกริบ หรงรั่วเหยาขมวดคิ้ว “จี้โจวเย่ เป็นเพื่อนกันก็ต้องให้เกียรติกัน พูดแบบนั้นมันไม่ดีนะ”

จี้โจวเย่หัวเราะหยัน “คุณดาวโรงเรียนช่วยไปสั่งสอนแฟนคลับเพี้ยนๆของคุณก่อนเถอะ”

ว่าแล้วก็หมุนตัว เดินกึ่งวิ่งไปตามหรงอวี่ทันที หรงรั่วเหยาแสยะยิ้มอย่างดูแคลน

หรงอวี่นี่มันบ้านนอกแท้ ๆ จะดึงดูดคนได้ก็พวกเด็กเกเรอย่างจี้โจวเย่นี่แหละ วันนี้สนุก แต่พอเผลอท้องขึ้นมาแล้วต้องแต่งงานชีวิตคงพังพินาศแน่ ๆ พอเข้าห้องเรียน หรงอวี่เปิดหนังสืออ่าน

อ่านอยู่พักหนึ่ง แต่พอเงยหน้าขึ้นถึงพบว่าจี้โจวเย่ไม่รู้หายหัวไปไหนตั้งแต่เมื่อไหร่

จนกระทั่งใกล้หมดคาบ เขาถึงเดินกลับเข้ามา แขนเสื้อมีแผลถลอก

“ออกจากห้องโดยไม่มีเหตุผล เจ็ดสิบหกนาที หักเจ็ดหมื่นหก” หรงอวี่มองเขาแล้วพูด “ชกต่อย หักหนึ่งหมื่น แจ้งไว้ก่อนนะ เดือนหน้าค่าใช้จ่ายของเธอจะไม่เหลือมากแล้ว ระวังวงเงินด้วย”

จี้โจวเย่: “…” เขาสูดหายใจลึก “เธอจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันออกไปชกต่อยเพราะอะไร?”

“หรงอวี่ เธอนี่ไม่รู้บุญคุณคนเลยนะ!” เฉินเหนียนโพล่งขึ้นอย่างหัวเสีย “ก็ไอ้พวกเด็กผู้ชายห้องข้าง ๆ มันไปปล่อยข่าวลือสกปรกใส่เธอ บอกว่าเธอใช้ร่างกายแลกชื่อเสียง ตอนนั้นพอดีเย่กำลังสูบบุหรี่ได้ยินเข้า ก็เลยโมโหแล้วไปชกพวกมัน”

“สูบบุหรี่ หักห้าพัน” หรงอวี่พูดจบ เห็นจี้โจวเย่กำลังจะเดือด ก็พูดต่อ “แต่เธอปกป้องฉันต่อหน้าคนอื่นได้ ก็แปลว่าเป็นเด็กดี รางวัลหนึ่งหมื่น”

เฉินเหนียน: “???” เด็กดี??? หรงอวี่ก็แค่ซ้ำชั้น อายุแก่กว่าพี่เย่แค่หนึ่งปีเอง ทำเสียงแบบผู้ปกครองเด็กแบบนั้นกับ “หัวโจกโรงเรียน” ได้ยังไง?

ที่พีคที่สุดคือ— เขาเห็นกับตาว่าไอ้หัวโจกที่ใครๆก็กลัว กลับเกาท้ายทอยแก้เขินเสียอีก

เดี๋ยวนะ… ไม่ใช่ว่าพวกเขาวางแผนจะ “หลอกให้หรงอวี่ยอมคบ แล้วค่อยทิ้ง” เหรอ?

แต่ดูจากท่าทีตอนนี้… ทำไมเหมือนพี่เย่กำลังหลงหรงอวี่จริง ๆ แล้ว??

“แต่!” หรงอวี่กดน้ำเสียงหนักขึ้น “นี่เพิ่งเป็นการถ่ายทำครั้งแรกของรายการเท่านั้น รอให้ตอนแรกออกอากาศจริง กระแสยิ่งแรง คนพูดถึงฉันจะยิ่งมากขึ้นอีก แล้วจะทำยังไง เธอจะตามจัดการทีละคนงั้นเหรอ? แล้วจะไหวไหม?”

จี้โจวเย่ไม่ยอม “งั้นจะปล่อยให้พวกมันปั้นข่าวใส่ร้ายหรือไง?”

“อ่านหนังสือให้มากกว่านี้หน่อย ก็จะได้ไม่ต้องใช้แต่กำลังแก้ปัญหา” หรงอวี่หัวเราะเบา ๆ “ข้อมูลใส่ร้ายคนอื่น ถ้าถูกแชร์เกินห้าร้อยครั้ง จะถูกตั้งคดี ให้พวกมันได้ไปกินข้าวในคุกหน่อย ก็จะรู้สึกตัวเองแหละ”

เฉินเหนียน: “……” กลยุทธ์นี้ทั้งเฉียบ ทั้งโหด

จี้โจวเย่พูดเสียงแห้ง “ผมใจร้อนไปเอง”

“นั่งดี ๆ” หรงอวี่หยิบพลาสเตอร์ออกจากกระเป๋า ติดลงบนแผลถลอกที่ข้อศอกของเขา “ไม่ว่าต่อไปจะทำงานอะไร ตอนนี้ต้องตั้งใจเรียนก่อน อย่าให้ช่วงวัยดี ๆ ของตัวเองเสียเปล่า”

จี้โจวเย่พยักหน้าแรง “รู้แล้วครับคุณทวด… เอ่อ”

ตอนนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ แต่พอถึงเที่ยง เขาก็ล้วงมือถือออกมา ชวนเฉินเหนียนกับเพื่อน ๆ เปิดศึกเล่นเกม นักเรียนก้นบ๊วยเพียบรีบมามุงดู หรงอวี่เหลือบตามองไปทางนั้นเพียงแวบเดียว

จี้โจวเย่เหมือนรับรู้ได้ถึงแรงกดดันจากสายเลือด รีบลุกพรวด “เกือบลืมเลย ตอนเช้าบอกว่าจะสอนคุณทวดเล่นเกมนี่นา!”

หรงอวี่ยินดีลองของใหม่ เธอหยิบมือถือ ดาวน์โหลดเกมฮิตล่าสุด แล้วสมัครบัญชี หลังจากจี้โจวเย่สอนวิธีเล่น ก็ลากเธอเข้าทีม หนึ่งทีมห้าคน เป้าหมายคือถล่มฐานฝั่งตรงข้าม เฉินเหนียนเห็นเธอวิ่งบุกเข้าใส่ฐานศัตรูคนเดียวก็แทบเป็นลม “เดี๋ยว! หรงอวี่ วิ่งบุกคนเดียวทำไมล่ะ เกมนี้มันต้องเล่นเป็นทีมนะ! กลับมาเร็ว รอให้ครบก่อนค่อยไป—”

แต่แล้ว—หรงอวี่ฟันทีเดียวตายหนึ่ง First blood. ดับที่สอง Second Blood ดับที่สาม Third Blood ฝ่ายตรงข้ามห้าคน ตายสี่ เหลืออีกหนึ่งกำลังหนีหัวซุกหัวซุน

หรงอวี่เหมือนไม่มีใครขวางได้ พุ่งเข้าไปถึงหอคอยคริสตัล ไม่ถึงห้านาที เกมก็จบ

“เกมนี้ง่ายเกินไปแล้ว” หรงอวี่ขมวดคิ้ว “แบบนี้น่ะเหรอ ที่ทำให้พวกเธอจับมือถือเล่นกันทั้งวัน?”

จี้โจวเย่: “……”

เฉินเหนียน: “……”

“เธอต้องเคยเล่นมาก่อนแน่ ๆ” เฉินเหนียนโวย “แกล้งทำเป็นมือใหม่หลอกพวกเราสินะ!” แต่จี้โจวเย่รู้ดี ก่อนหน้านี้หรงอวี่ไม่เคยแตะเกมมาก่อนเลย มือใหม่คนหนึ่ง… กลับฟันเรียบทั้งสนาม ทั้งที่เขาก็เป็นตัวท็อปของเกม แต่เทียบกับหรงอวี่ เขาเหมือนเด็กหัดเดินมากกว่า น่าอับอายแทบมุดพื้น

หรงอวี่พูดว่า “ตั้งใจเรียนกันเถอะเด็ก ๆ เรียนคณิตศาสตร์ให้ดี ก็จะคำนวณเส้นทางการเคลื่อนที่ของศัตรูได้ เช่น ความเร็ว การใช้สกิล ตำแหน่งครีป… ใส่ค่าตัวแปรลงโมเดล ก็จะคำนวณออกมา”

เธอพูดอย่างไหลลื่น นักเรียนที่มุงดูอ้าปากค้าง เล่นเกมแล้วตั้งสมการคณิตศาสตร์???

ถึงจะรู้ว่ามันคงคำนวณได้ แต่ใครมันจะมีเวลานั่งคิดตอนเล่นเกมล่ะ!? บ้าไปแล้ว!

ก่อนหรงอวี่จะพูดจบ ครูประจำชั้น เผยหย่าหรู เดินเข้ามา

“หรงอวี่ เตรียมตัวไว้นะ เดี๋ยวไปมหาวิทยาลัยไห่เฉิงกับครู เพื่อแข่งฟิสิกส์”

เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีการแข่งขันนี้อยู่ ไป–กลับ บวกเวลาสอบ คาดว่าต้องเสียทั้งบ่ายแน่นอน