คำสาปนี้มันยอดเยี่ยมไปเลย!
ตอนที่ 55 — ตอนที่ 65 โจมตีครั้งเดียว สะเทือนทั้งสนาม! (จบ)
"นั่น... นั่นมันเฉินอวี่?!"
เมื่อการประลองบนสังเวียนหมายเลข 1, 2, 3 และ 5 สิ้นสุดลง สายตาของทุกคนก็ไปรวมกันที่สังเวียนหมายเลข 4 โดยธรรมชาติ
รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษาเก่าของเฉินอวี่ที่โรงเรียนมัธยม 2 ด้วย
"นี่... นี่มันเป็นไปได้ยังไง?"
เขานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชม สมองขาวโพลนไปหมด
เฉินอวี่ ไอ้เด็กที่โหล่ของห้องเขา ไอ้ตัวซวยที่ท้ายที่สุดถูกครูใหญ่โรงเรียน 2 ไล่ออก... กลับมาเข้าร่วมการสอบเกาเข่าเนี่ยนะ?
แถมยังผ่านเข้ารอบมาถึงการแข่งบนสังเวียนได้อีก?!
เขาลุกพรวดขึ้นมา วิ่งฝ่าฝูงชนไปทางสังเวียนหมายเลข 4 อย่างไม่ลังเล ชนผู้ชมหลายคนจนเซถลาและโดนด่าทอไปตลอดทาง
แต่เขาทำราวกับไม่รับรู้
ในหัวมีแต่คำพูดไม่กี่ประโยคที่เฉินอวี่เคยพูดกับเขาดังก้องอยู่
"สามสิบวันฝั่งตะวันออก สามสิบวันฝั่งตะวันตก...*"
"วันสอบเกาเข่า ผมจะรอครูอยู่อีกฝั่ง..."
...
"อะแฮ่มๆๆ"
ข้างสังเวียนหมายเลข 4 กรรมการคุมสอบดันแว่นกันแดดของตัวเองขึ้น ไอเสียงดังสามครั้งเพื่อเตือนให้ทั้งสองคนบนเวทีรีบตัดสินใจ
แต่พอเห็นว่าทั้งคู่ไม่ 'สนใจ' ตัวเอง เขาจึงต้องเอ่ยปาก "นักเรียนทั้งสองคน โปรดรีบลงมือ อย่าทำให้ทุกคนเสียเวลา"
"เฉินข่ายจื่อ นายนี่มันไม่รู้ความเอาซะเลย!" เฉินอวี่ต่อว่าอย่างไม่สบอารมณ์ที่อีกฝ่ายไม่ยอมได้ดั่งใจ แล้วหันไปถาม "ครูใหญ่ครับ เขาไม่ฟังคำสั่งครู ไม่ยอมรับแพ้สักที ตอนนี้จะเอาไงดี?"
ครูใหญ่จ้องเฉินอวี่ด้วยสายตาดุดัน กัดฟันกรอด "เฉินข่ายจื่อ! ถ้าเขาไม่ยอมแพ้ ก็อัดเขาให้ร่วงลงมาซะ!"
ตอนนี้ทุกคนกำลังจับตามอง ไม่อยากสู้ก็ต้องสู้แล้ว
ไม่อย่างนั้นโรงเรียนเจ็ดคงเสียหน้าแย่
"มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว" ได้ยินดังนั้น เฉินข่ายจื่อก็พยักหน้า ย่อเข่าลงเล็กน้อย ตั้งท่าต่อสู้ที่ดูแปลกประหลาด
เฉินอวี่เองก็พยักหน้าเช่นกัน "เข้าใจแล้ว เขาไม่อยากยอมแพ้ พวกเราก็คงทำได้แค่อัดให้เขายอมแพ้เท่านั้น"
เฉินข่ายจื่อ: "..."
ครูใหญ่โกรธจัด "มันจงใจชัดๆ! อัดมันให้ยับไปเลย!"
เฉินอวี่เห็นด้วย "ดูออกตั้งนานแล้วว่าเขาจงใจ"
กรรมการคุมสอบที่อยู่ข้างๆ ในที่สุดก็ฟังออกว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ในเมื่อทั้ง 2 คนไม่อยากยอมแพ้ งั้นก็โปรดเริ่มการประลองโดยเร็วที่สุด"
"..."
เฉินข่ายจื่อค่อยๆ ระเบิดลมปราณในร่างออกมา สีหน้าเย็นชา "แกจะต้องเสียใจ กับความโง่เขลาของแกในวันนี้"
"บทพูดนี้นี่ จุ๊ๆ..." เฉินอวี่มองประเมินอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า "นายนี่โคตรขี้เก๊กเลยว่ะ"
"หึ"
มุมปากของเฉินข่ายจื่อยื่นขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม รวบรวมลมปราณในจุดตันเถียนให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง
ขั้นแรก ลมปราณทะลวงจุดหย่งเฉวียน!
"ปัง!"
กระแสลมกระจุยออก ฝุ่นบนสังเวียนถูกพัดปลิวหายไปในพริบตา
"นี่มัน..." กรรมการแว่นดำสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ขั้นที่สอง ลมปราณทะลวงจุดจู๋ซานหลี่!
"ปัง! ปัง!"
รอบตัวเฉินข่ายจื่อปรากฏเป็นออร่าสีแดงจางๆ ขึ้นมา
"ถึงกับเป็นวิชายุทธ์เชียว?!" ตอนนี้ครูใหญ่โรงเรียนเจ็ดที่อยู่ห่างออกไปหน่อยก็ตั้งสติได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ในหมู่นักเรียนโรงเรียนเจ็ด มีคนใช้วิชายุทธ์เป็นด้วยเหรอ?
ขั้นที่สาม ลมปราณทะลวงจุดกานซู่!
"ตู้ม!"
เปลวเพลิงสีแดงระเบิดออกอย่างแรง! เฉินข่ายจื่อทั้งคนราวกับกำลังลุกไหม้
"ฮือออ—"
ผู้ชมกว่าหกหมื่นคนรอบๆ ส่งเสียงฮือฮา
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่วสนาม
"นั่นน่าจะเป็นวิชายุทธ์ใช่ไหม?"
"ชัวร์เลย"
"ระดับลมปราณยังไม่ถึงระดับ 1 ก็ใช้วิชายุทธ์ได้แล้วเหรอ?"
"วิชายุทธ์มีสอนเฉพาะในมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ..."
"พวกกบในกะลา ถ้ามาจากตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ ต่อให้เป็นเด็กม.ต้นก็อาจจะใช้วิชาลับประจำตระกูลได้สองสามกระบวนท่า ไม่ถึงระดับ 1 ก็ใช้ได้"
"งั้นวิชายุทธ์ประจำตระกูลแบบนี้ ต้องดีกว่าที่มหาวิทยาลัยสอนแน่นอนสิ?"
"ก็ไม่แน่หรอก"
"คงไม่ถึงตายหรอกมั้ง..."
"ไอ้หนุ่มที่กระอักเลือดเมื่อกี้ควรจะยอมแพ้ได้แล้ว สู้ไม่ได้หรอก"
"ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ น่ากลัวถึงเพียงนี้..."
"น่ากลัวถึงเพียงนี้ น่ากลัวถึงเพียงนี้..."
เช่นเดียวกับความคึกคักของผู้ชม บรรดาผู้ยิ่งใหญ่บนที่นั่งวีไอพีก็กำลังพูดคุยกัน ชี้ไม้ชี้มือไปทางเฉินข่ายจื่อ
บนที่นั่งกรรมการ ผู้ให้คะแนนทุกคนต่างให้คะแนนล่วงหน้าไปแล้ว
ผู้เข้าสอบที่ใช้วิชายุทธ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นของประจำตระกูลหรือไม่ ล้วนถือเป็นคะแนนบวกก้อนโต
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหลายแห่งยิ่งตาเป็นประกาย แทบอยากจะพุ่งขึ้นไปบนสังเวียนเพื่อขอข้อมูลติดต่อเฉินข่ายจื่อ...
ในเวลานี้ คนที่ยังจดจ่ออยู่กับเฉินอวี่ได้ ก็เหลือแค่แม่เฉิน, เฉินซือเหวิน, เจ๊ฉี, ผู้กองหวัง และอาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนสองอีกไม่กี่คนเท่านั้น
"..."
แม่เฉินมองตรงไปยังสังเวียนหมายเลข 4 ปากสั่นระริกอ้าๆ หุบๆ
เธอยังจำได้ดี เฉินซือเหวินก็เคยถูกวิชายุทธ์ตีจุดตันเถียนจนแหลกสลาย
"ลูกทั้งสองคนของฉัน..."
"หรือว่าจะต้อง..."
...
"ตัวนายไฟไหม้แล้วนะ" เฉินอวี่เตือนด้วยความหวังดี
"ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าปากแกจะเก่งไปได้ถึงไหน" เข่าย่อลงอีกครั้ง เฉินข่ายจื่อทั้งคนราวกับถูกกดให้เป็นสปริง เตรียมพร้อมพุ่งตัว
"ก็ได้ ฉันจะเอาจริงขึ้นมาหน่อย ถือว่าเป็นการให้เกียรตินายก็แล้วกัน"
พูดจบ สีหน้าของเฉินอวี่ก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง สะบัดชุดต่อสู้ ยกแขนขวาขึ้น เอาแขนซ้ายกดทับแขนขวา ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นมากระดิกเรียกเฉินข่ายจื่อ รวบรวมลมปราณไว้ที่ตันเถียน: "นาย... เข้ามาสิ!"
"...สมใจแกแน่"
การเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีระดับแค่ 0.7 การใช้วิชายุทธ์ถือเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน
แต่คนอย่างเฉินอวี่ ทำให้เฉินข่ายจื่อรังเกียจจริงๆ
ถ้าไม่อัดหมอนี่ให้หนัก ก็คงไม่หายแค้น
"ลาก่อน"
ทิ้งคำพูดไว้สองคำ เฉินข่ายจื่อก็ออกแรงถีบเท้าทั้งสองข้าง!
"ปัง!"
เศษอิฐหินใต้เท้าแตกกระจาย เขาทั้งคนกลายเป็นเหมือนดาวหาง พุ่งเข้าหาเฉินอวี่ด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าแลบจนไคว่ปัวยังโหลดไม่ทัน**
"วิชายุทธ์ วิชาลับตระกูลเฉิน ลูกเตะตวัดเข้าใน!"
"ฟืดดดด..."
พร้อมกับเสียงอากาศที่ถูกฉีกกระชาก ลูกเตะฟาดฟันเข้าใส่ขมับของเฉินอวี่อย่างดุดัน!
พลังอันมหาศาลที่น่าสะพรึงกลัวบวกกับลมปราณที่แข็งแกร่ง เห็นได้ชัดว่ากะเอาถึงตาย
หากโดนเข้าไป ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 0.7 ทั่วไป ต้องตายคาที่แน่นอน!
ลูกตาคงถูกเตะจนกระเด็นออกมา...
เมื่อเห็นภาพนี้ เจ๊ฉีและเฉินซือเหวินที่อยู่ในที่นั่งผู้ชมโซน A ต่างก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความหวาดกลัว ตะโกนเป็นเสียงเดียวกันอย่างสิ้นหวัง: "เฉินอวี่!!!"
"ลงมือโหดขนาดนี้เลยเหรอ?" ข้างสังเวียน กรรมการหน้าเขียวปัด รีบวิ่งขึ้นไปบนสังเวียน หวังจะช่วยเฉินอวี่
"ฉันจะให้แกมาขัดจังหวะการแสดงได้ยังไง..."
กลางอากาศ หางตาของเฉินข่ายจื่อเหลือบไปเห็นร่างของกรรมการที่กำลังรีบเข้ามา เขาแสยะยิ้มเย็น ลมปราณพุ่งสูงขึ้นอีกระดับ!
"ตู้ม!"
พลังพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุดของระดับที่ต่ำกว่า 1 อย่างสมบูรณ์
ลูกเตะที่ฟาดเข้ามาก็ยิ่งเร็วขึ้น
"วิชายุทธ์ วิชาลับตระกูลเฉิน สุดยอดลูกเตะตวัดเข้าใน!"
"ฟึ่บๆๆๆๆ..."
อากาศที่ 'หนืดเหนียว' ถึงกับถูก 'ขูด' จนเกิดเสียงแหลมปรี๊ด!
'นี่แหละคือความแข็งแกร่งของผู้สืบทอดตระกูลวิชายุทธ์ กับพวกแกคนธรรมดา มันอยู่คนละโลกกัน...'
มองดูหัวของเฉินอวี่ที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในใจของเฉินข่ายจื่อก็เกิดความพึงพอใจอย่างวิปริต
ระเบิดไปซะ!
หัวของพวกชั้นต่ำ!
"ตึง!!"
ลูกเตะ ฟาดเข้าเป้าอย่างจัง!
"ฟู่—"
พายุลมที่กระจายออกไปพัดเอาฝุ่นควันรอบๆ ฟุ้งกระจาย ทำให้มองไม่เห็นทั้งสองคนชัดเจน
แต่ไม่นาน ฝุ่นควันก็จางหายไป
ผู้ชมที่เห็นภาพทั้งหมดพร้อมกัน ต่างก็ตกอยู่ในสภาวะสมองค้าง...
ความเงียบสงัด ลุกลามไปทั่วทั้งสนามราวกับโรคระบาด
สนามแข่งที่มีคนหกหมื่นคน เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก...
เฉินอวี่...
ถึงกับรับการโจมตีปลิดชีพนั้นได้ด้วยมือเดียว!
แขนเล็กๆ มือเล็กๆ นั่น...
กลับรับมันไว้ได้เหมือนคีมเหล็ก...
"เป็นไปไม่ได้!!"
ในที่นั่งวีไอพี นายกเทศมนตรีลุกพรวดขึ้นมาด้วยใบหน้าตกตะลึง
เขาเห็นมันอย่างชัดเจน!
ผู้เข้าสอบคนนั้น...
ไม่ได้ใช้ลมปราณเลยแม้แต่นิดเดียว...
...
---
หมายเหตุ
- สามสิบวันฝั่งตะวันออก สามสิบวันฝั่งตะวันตก: ดัดแปลงจากสำนวน "สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก" หมายถึงโชคชะตาคนเราไม่แน่นอน มีขึ้นมีลง
** สายฟ้าแลบจนไคว่ปัวยังโหลดไม่ทัน: เล่นคำจากสำนวน "สายฟ้าแลบจนอุดหูไม่ทัน" (迅雷不及掩耳) โดยเปลี่ยนคำหลังเป็น ไคว่ปัว (快播) ซึ่งเป็นอดีตโปรแกรมเล่นวิดีโอชื่อดังของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการโหลด
---
หมายเหตุ
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-f1f54fbf/55
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย