← สารบัญ ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉัน

ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉัน

ตอนที่ 6006

บทที่ 6 ทว่า...

【บุปผางามสะคราญปลา ปักษีหล่นจากนภา จันทร์ยังต้องหลบโฉมมวลผกา สมแล้วที่เป็นนางเอก แม้อายุยังน้อยก็มีโฉมสะคราญล่มเมืองล่มแคว้นแล้ว มิเช่นนั้นก็คงไม่ทำให้คนทั้งจวนโหว...เฮ้อ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ...แบบนี้ยังลงเอยกันได้อีกหรือ คิดอะไรกันอยู่? เฮ้อ อยากเห็นพระเอกจริง ๆ ว่าจะหล่อเหลาไร้ผู้เปรียบดั่งที่เขียนไว้ในนิยายหรือไม่ อยากเห็น อยากเห็นเหลือเกิน...กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างคาดหวัง...】

อยากฟังต่อเหลือเกิน อยากฟังต่อจริง ๆ!

ทำให้คนทั้งจวนโหวอย่างไร?

น่าเสียดายอะไร?

แล้วพระเอกคือผู้ใดกัน?

ฉวนรุ่ยทั้งสามคน รวมถึงท่านโหวฉางซิงและฮูหยินโหวฉางซิง ซึ่งได้ยินเสียงในใจของฉวนเหวินมาพอสมควร ต่างพอจะคาดเดาได้อยู่บ้าง ดูเหมือนว่าโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ในเวลานี้ ก็คือนิยายตามที่ฉวนเหวินกล่าวถึง หรือก็คือเรื่องเล่าที่ผู้คนอ่านกัน ในนั้นมีทั้งพระเอก นางเอก ตัวประกอบฝ่ายชาย ตัวประกอบฝ่ายหญิง รวมถึงตัวประกอบผู้เคราะห์ร้าย

เมื่อนำมาประกอบกับเสียงในใจเมื่อครู่นี้ นางเอกกลับกลายเป็นเด็กสาวตรงหน้า...ฉวนอวี้แห่งตระกูลของพวกเขา!

แต่ว่า...น่าเสียดายอะไร?

ผู้ที่ยังไม่รู้ว่านิยายดราม่าทรมานรักในโลกออนไลน์มีพลังทำลายล้างมากเพียงใด ต่างรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง

ฉวนอวี้ที่ถูกจับตามองโดยไม่ทราบสาเหตุเองก็งุนงงเช่นกัน เกิดอันใดขึ้น?

ท่านโหวฉางซิงกระแอมไอสองสามครั้ง เพื่อกลบเกลื่อนความตกตะลึงและความกังวลในใจ เดิมทีเมื่อวานนี้ เขาเองก็ไม่ได้เชื่อเสียงในใจของฉวนเหวินทั้งหมด แต่หลังจากเรียกท่านหมอหลวงหูมาตรวจสอบ ขนมถั่วแดงจานนั้นกลับมีสารหนูอยู่จริง

อีกทั้ง เขายังเค้นถามจนรู้เรื่องอนุที่เลี้ยงไว้นอกจวนจากปากเจ้าหนูฉวนอี้ได้จริง ๆ เมื่อจับตัวอนุผู้นั้นมาได้ ตอนแรกนางยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่หลังจากถูกมามาหลายคนผลัดกัน "ดูแล" อย่างไม่ปรานี นางก็ยอมทิ้งทุกอย่าง ตะโกนด่าทอออกมาด้วยความคับแค้น และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ฉวนเหวินคิดไว้ไม่มีผิด

ดังนั้น ท่านโหวฉางซิงจึงยอมเชื่อเสียงในใจของฉวนเหวิน ดีกว่าปล่อยให้ตนพลาดเรื่องสำคัญไป

ท้ายที่สุด ฮูหยินโหวฉางซิงก็เกิดความคิดขึ้นมา นางตัดสินใจว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้แก่ฉวนรุ่ยทั้งสี่คนในวันพรุ่งนี้ และถือโอกาสดูไปด้วยว่าพระเอกผู้นั้นคือผู้ใดกันแน่

ท่านโหวฉางซิงยกนิ้วโป้งให้ฮูหยินของตน ฮูหยินช่างเฉลียวฉลาดนัก!

ส่วนฉวนรุ่ย สวีเยี่ยน และฉวนอู่ กลับตกอยู่ในภาวะลังเล จะเลือกกินเผือกหรือรักษาชีวิตดี?

“ดีเลย ดีเลย”

ฉวนเหวินที่ยอมรับชะตากรรมของตนในฐานะตัวประกอบตัวร้ายไปแล้ว ปรบมืออย่างกระตือรือร้น 【บางทีอาจได้เห็นหน้าพระเอกด้วยก็ได้】

ฉวนรุ่ย สวีเยี่ยน และฉวนอู่: ...เอาเถิด ที่จริงแล้วการกินเผือกก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ฉวนไห่: เอ่อ...ที่จริงข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าพระเอกคือผู้ใด อย่างไรเสียบุตรสาวของข้าก็คือนางเอก

ฉวนไห่แอบมองฉวนอวี้ บุตรสาวของตนอย่างเงียบ ๆ

เรื่องราวจึงถูกตัดสินลงเช่นนี้อย่างราบรื่น แต่ฮูหยินหวังกลับตื่นตัวขึ้นมา สายตาไม่ด้านชาอีกต่อไป แววตาก็ไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว

อะไรนะ? มีคนจะมาแย่งตำแหน่งโหวของสามีนางอย่างนั้นหรือ!

หลังจากออกจากเรือนของท่านโหวฉางซิงแล้ว ฮูหยินหวังก็ดึงแขนฉวนไห่ พลางถามเสียงเบาว่า “ท่านพ่อท่านแม่หมายความว่าอย่างไรกันแน่?”

“?” ฉวนไห่งุนงง “หมายความว่าอย่างไรหรือ?”

ก็แค่ต้องการดูว่าพระเอกคือผู้ใด และทำความเข้าใจชะตากรรมของจวนโหวในภายภาคหน้าไม่ใช่หรือ?

“การประกาศต่อหน้าผู้คนว่าเจ้าชาวนาผู้นั้นเป็นบุตรสายตรงของจวนโหวฉางซิง ไม่ใช่การบอกผู้อื่นอย่างเปิดเผยหรอกหรือว่า ท่านไม่ใช่ผู้สืบทอดเพียงผู้เดียวอีกต่อไป และนอกจากท่านแล้ว เจ้าชาวนาผู้นั้นก็มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งโหวได้เช่นกัน!”

ฉวนไห่นิ่งฟังคำพูดของภรรยาจนจบ แล้วเงียบไปสองอึดใจ ก่อนถามว่า “เจ้า...ไม่ได้ยินหรือ?”

คราวนี้เป็นฮูหยินหวังที่ไม่เข้าใจ “ได้ยินอะไรหรือ?”

แต่ว่า...เพราะเหตุใดกัน?

ฉวนไห่จ้องมองภรรยาของตนอยู่ครู่หนึ่ง เหตุใดฮูหยินหวังจึงไม่ได้ยิน แต่เขากลับได้ยินเล่า?

ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่ได้ยินเสียงในใจของฉวนเหวิน เขาก็แอบสังเกตมาโดยตลอด ดูเหมือนว่าท่านพ่อ ท่านแม่ รวมถึงครอบครัวของฉวนรุ่ยต่างก็ได้ยินเช่นกัน เหตุใดมีเพียงฮูหยินหวังผู้เดียวที่ไม่ได้ยิน?

“ท่านมองอะไรอยู่หรือ?” ฮูหยินหวังถามอย่างงุนงง

เมื่อยืนยันได้แล้วว่าฮูหยินหวังไม่ได้ยินจริง ๆ ฉวนไห่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่มีอะไร จริงสิ ข้าให้หมอไปที่คฤหาสน์ชนบทแล้ว ช่วงนี้เจ้าอย่าเพิ่งไปเยี่ยมอี้เอ๋อร์เลย มิเช่นนั้นจะยิ่งทำให้ท่านพ่อท่านแม่ไม่พอใจ”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ฮูหยินหวังก็ยิ่งเดือดดาล “นั่นเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของข้านะ! ข้าแทบจะปวดใจตายอยู่แล้ว ทั้งยังถูกส่งไปที่คฤหาสน์ชนบทอีก เหตุใดถึงไม่ให้ข้าไปเยี่ยมเขา! ก็แค่วางยาพิษเท่านั้นเองมิใช่หรือ? ท่านพ่อก็ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย แต่กลับลงโทษอี้เอ๋อร์อย่างหนักหน่วงถึงเพียงนั้น! อีกอย่าง อย่าลืมสิว่าท่านเองก็ไม่ได้เกิดจากฮูหยินเอก บัดนี้บุตรชายแท้ ๆ ของพวกเขากลับมาแล้ว แล้วท่านจะนับเป็นอะไรได้อีก? แล้วอี้เอ๋อร์ของข้าจะนับเป็นอะ...”

“หุบปาก!”

เมื่อเห็นว่าฮูหยินหวังยิ่งพูดยิ่งเหลวไหล ฉวนไห่ก็รีบตวาดห้าม “อะไรคือแค่วางยาพิษ? เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือการอกตัญญูอย่างร้ายแรง! หากไม่ใช่เพราะ...”

คำพูดของฉวนไห่หยุดชะงักลงทันที

หากไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ยินเสียงในใจของฉวนเหวิน วันนี้สิ่งที่พวกเขากำลังพูดคุยกันคงไม่ใช่ว่าควรไปเยี่ยมอี้เอ๋อร์ที่คฤหาสน์ชนบทหรือไม่ แต่เป็นการจัดงานศพให้บิดาของเขาแล้วต่างหาก

หากอี้เอ๋อร์ทำให้บิดาเสียชีวิตจริง ต่อให้ปกปิดเรื่องนี้ไว้ได้ก็ยังดี แต่หากข่าวแพร่ออกไป อย่าว่าแต่อนาคตอันสดใสเลย เกรงว่าเพียงก้าวออกจากบ้าน เขาก็คงถูกผู้คนถ่มน้ำลายใส่จนจมดิน!

แต่เรื่องการได้ยินเสียงในใจของผู้อื่น หากพูดออกไปจะมีผู้ใดเชื่อกัน?

ท้ายที่สุด ฉวนไห่ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกมา ได้แต่รู้สึกผิดหวังในตัวบุตรชายอย่างยิ่ง เขาหันไปกำชับฮูหยินหวังว่า “อี้เอ๋อร์ถูกเจ้าตามใจจนเสียคน! จำไว้ให้ดี ครั้งนี้ที่ไม่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นถือเป็นโชคดี อย่างน้อยก็เป็นบทเรียนให้อี้เอ๋อร์ จะได้ไม่ก่อเรื่องร้ายแรงยิ่งกว่านี้ในภายภาคหน้า! อีกอย่าง เจ้าห้ามไปเยี่ยมเขาเด็ดขาด หากเจ้าไป เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก!”

ฉวนไห่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป แต่พอเดินได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดลงและหันกลับมาพูดกับฮูหยินหวังว่า “ต่อไป อย่าเรียกผู้อื่นว่าเจ้าชาวนาอีก!”

พูดจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอีกครั้ง และครั้งนี้จากไปจริง ๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงฮูหยินหวังที่ยืนอยู่กับที่ด้วยความสับสนงุนงงเพียงลำพัง

เขาตะคอกใส่นางหรือ? เขาตะคอกใส่นางจริง ๆ! เขาตะคอกใส่นางจริง ๆ ด้วย!!

เขายังบอกว่านางไม่จำเป็นต้องกลับมาอีก เขาถึงขั้นจะหย่านางเลยหรือ!

“ฮือ ๆ ๆ ๆ”

น้ำตาของฮูหยินหวังไหลทะลักออกมา นางวิ่งกลับเข้าไปในห้อง ก่อนก้มหน้าร้องไห้อย่างขมขื่น

ฉวนอวี้กับฉวนเจ๋อสบตากัน ก่อนรีบตามเข้าไปปลอบโยน ส่วนฉวนเจ๋อก็ก้าวตามบิดาไป หวังจะถามว่าบิดามีความเห็นอย่างไรต่อครอบครัวของท่านอาสองผู้นั้นกันแน่

ภายในห้องหนังสือ ฉวนเจ๋อนั่งหลังตรงอย่างสำรวม “ท่านพ่อ เรื่องของท่านอาสองกับครอบครัวของเขา...”

ฉวนไห่รู้ว่าเขาจะพูดเรื่องใด จึงขัดขึ้นมาก่อน “หลายปีมานี้ท่านอาสองของเจ้ากับครอบครัวต้องทนทุกข์ไม่น้อย ในจวน หากเจ้าพอช่วยดูแลพวกเขาได้ ก็ช่วยดูแลบ้างเถิด”

เมื่อเห็นความกังวลระหว่างคิ้วของบุตรชายคนโต เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสริมว่า “ท่านปู่ท่านย่าของเจ้าจะไม่ลำเอียงเข้าข้างท่านอาสองเพียงผู้เดียวหรอก วางใจเถิด เอาละ กลับไปทบทวนบทเรียนเสีย ปีหน้าก็จะเข้าสอบแล้ว ช่วงครึ่งปีนี้ต้องตั้งใจให้มาก อย่าให้เรื่องอื่นมารบกวนจิตใจ”

“ขอรับ”

ฉวนเจ๋อขานรับ ก่อนกลับไปอ่านหนังสือต่อ หากเขาสอบได้อันดับที่ดี ก็จะยิ่งทำให้ฐานะของครอบครัวตนในจวนโหวมั่นคงขึ้น

หลังจากบุตรชายจากไป ฉวนไห่ก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด

ดูเหมือนว่าบุตรชายคนโตของเขาจะไม่ได้ยินเสียงในใจของฉวนเหวิน เช่นนั้น เขากับฮูหยินหวัง รวมถึงบุตรทั้งหลาย มีสิ่งใดแตกต่างกัน?

แล้วผู้ที่ได้ยินเสียงในใจของฉวนเหวิน มีสิ่งใดเหมือนกันบ้าง?

หรือว่าเป็นเพราะต่างเป็นญาติสายเลือดใกล้ชิด?

แต่หากเป็นเช่นนั้น ฉวนเจ๋อกับฉวนอวี้ก็ควรจะได้ยินด้วยสิ

หรือว่าเป็นเพราะทุกคนล้วนมีตำแหน่งขุนนางและยศศักดิ์?

แต่บิดามารดาและพี่ชายของฉวนเหวินก็ไม่ได้มีตำแหน่งราชการใดเลยนี่นา

ฉวนไห่ที่กำลังจะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มสับสนวุ่นวายเสียแล้ว

รุ่งขึ้น ท้องฟ้าสดใส แสงแดดอบอุ่น อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกหอมหมื่นลี้ หน้าประตูใหญ่ของจวนโหวฉางซิงมีรถม้าจอดเรียงรายไม่ขาดสาย บรรดานายท่าน ฮูหยิน คุณชาย และคุณหนูที่แต่งกายหรูหราทยอยลงจากรถม้า พร้อมรอยยิ้ม ก่อนถูกเชิญเข้าสู่จวนอย่างนอบน้อม

【ตามเนื้อเรื่อง ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใช่ว่าไม่ชอบข้าหรอกหรือ เหตุใดตอนนี้ถึงจับมือข้าแน่นไม่ยอมปล่อยแม้แต่ชั่วขณะเดียว?】

ภายในงานเลี้ยง ฉวนเหวินก้มมองมือของตนที่ถูกฮูหยินโหวฉางซิงจับไว้อย่างสนิทสนม คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นปม

ฮูหยินโหวฉางซิงยิ้มอย่างเมตตาเต็มใบหน้า หลานสาวคนดีของย่าเอ๋ย

ในตอนแรก ฮูหยินโหวฉางซิงไม่ชอบฉวนอู่และฉวนเหวินจริง ๆ

ส่วนฉวนรุ่ยนั้นก็ช่วยไม่ได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของนาง อย่างน้อยก็ยังมีความผูกพันอยู่บ้าง

แต่ฉวนอู่กับฉวนเหวินนั้นห่างออกไปอีกชั้น ทั้งยังมาจากชนบท นางจึงคิดไปก่อนว่าพวกเขาคงไร้มารยาท จึงเกิดความไม่ชอบขึ้นโดยสัญชาตญาณ

ทว่าหลังจากได้ใช้เวลาร่วมกันในช่วงสองวันที่ผ่านมา นางกลับพบว่า แม้พวกเขาจะไม่พิถีพิถันในรายละเอียดนัก แต่ก็ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดพลาดร้ายแรง อีกทั้ง หากไม่ใช่เพราะฉวนเหวิน บัดนี้นางคงสูญเสียสามีไปแล้ว

นับได้ว่าฉวนเหวินช่วยชีวิตสามีของนางเอาไว้ ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเด็กคนนี้จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้นางยังอยากฟังเสียงในใจของฉวนเหวิน เพื่อให้รู้ว่าผู้ใดคือพระเอก และจวนโหวของพวกนางจะมีจุดจบเช่นไร

ทว่า...