← สารบัญ คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ

คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ

ตอนที่ 32โอ้โห จี้เฟย บทที่ 0032

บทที่ 32

จี้เฟยยิ้มตาหยี รับคำต่อทันที “ฉินเฉาก็แค่อารมณ์ร้อนไปหน่อย ตอนนั้นฉันอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ฉันเชื่อว่าคุณแค่ตกใจจนตั้งตัวไม่ทัน เลยไม่ได้ตอบสนองทันที”

เฉาหย่าชะงัก น้ำตาหยุดไหลไปชั่วขณะ ไม่คิดเลยว่าจี้เฟยจะพูดเข้าข้างตัวเอง

ทั้งที่เรื่องทั้งหมดก็เป็นจี้เฟยที่เปิดประเด็นขึ้นมาแท้ๆ หรือว่าเพิ่งรู้สึกผิดขึ้นมา

แต่พริบตาถัดมา ก็ได้ยินจี้เฟยพูดว่า

“ก็เพราะคนที่มีสมองมีตา ย่อมรู้กันทั้งนั้นว่า ซินเย่วไม่มีทางชอบผู้ชายแบบนั้นหรอก ซินเย่วไม่ได้มีรสนิยมประหลาด สายตาปกติดี ขนาดดาราดังยังไม่เอาเลย ยิ่งไม่มีทางมองผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ แบบนั้นแน่ อีกอย่างเธอก็ไม่ได้มีแนวโน้มชอบถูกทำร้าย ถ้าเจอผู้ชายใช้ความรุนแรง คงหนีให้ไกลที่สุด เพราะงั้นคุณต้องรู้อยู่แล้วว่าซินเย่วไม่มีทางชอบแฟนเก่าคุณ”

“ถึงจะมีคำพูดที่ว่า คนที่นอนเตียงเดียวกันย่อมไม่ต่างกันมาก แต่ฉันเชื่อว่าคุณกับแฟนเก่าคุณต่างกันโดยพื้นฐานนะ เป็นไปไม่ได้หรอกที่แฟนคุณชอบมโนว่าผู้ชายคนอื่นจะแย่งแฟนเขา แล้วคุณเองก็ชอบมโนว่าผู้หญิงคนอื่นจะมาแย่งแฟนคุณเหมือนกัน แฟนคุณมีปัญหา แต่คุณคงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง”

เฉาหย่านิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ในที่สุดอารมณ์ก็พังทลาย ร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“อ้าว คุณร้องไห้ทำไมล่ะ ฉันก็พูดช่วยคุณอยู่นี่ไง หรือในหัวมีน้ำมากเกินไป จนมันล้นออกมาทางตาแล้ว อีกอย่าง คนที่ควรร้องไห้คือซินเย่วนะ ช่วยคนด้วยความหวังดี แต่กลับโดนใส่ร้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย น่าสงสารจะตาย” จี้เฟยยังคงปากจัดต่อไป

สามนักวิจัยฟังจนมึน ผู้ชายสองคนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หลุดเสียงหัวเราะออกมาทันที

“คุณจี้พูดตรงดีจริงๆ...” นักวิจัยหญิงพูดอย่างกระอักกระอ่วน พยายามคลี่คลายบรรยากาศ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนรอบข้างคงเริ่มมุงดูพวกเขาแล้ว

จี้เฟยยักไหล่อย่างไร้เดียงสา

“บางเรื่องก็ต้องพูดให้ชัดๆ ไปเลย ถ้าปล่อยให้มีเสี้ยนติดอยู่ในใจจะไม่ดี พวกคุณเป็นคนรู้จักกันเลยพูดยาก แต่ฉันเป็นคนนอก จะพูดยังไงก็ได้”

กับคนแบบนี้ จะอ้อมค้อมไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งคุยกันลับหลังยิ่งไม่ได้ผล เธอจะต้องชี้ให้เฉาหย่าเห็นตรงๆ ว่าความคิดเพ้อเจ้อของตัวเองมันน่าขันแค่ไหน ให้เธอเผชิญหน้ากับความคิดหลุดโลกของตัวเอง อย่าให้กลับไปหาข้ออ้างมโนต่อ สร้างศัตรูในจินตนาการขึ้นมาเพื่อยกระดับความรักของตัวเองอีก

รู้สึกว่าเฉาหย่าทำเรื่องแบบนั้นได้จริงๆ

“ซินเย่ว เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทำไมเธอไม่ประกาศจุดยืนของตัวเองอีกครั้งล่ะ”

ฉู่ซินเย่วมองเฉาหย่าที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสาร ก่อนพูดช้าๆ ว่า

“เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ต่อไปเรื่องของคุณกับเขา กรุณาอย่ามาพูดต่อหน้าฉันอีก อารมณ์เดียวที่ฉันมีต่อแฟนเก่าคุณ คือความรังเกียจ เพราะงั้นวางใจได้เลย”

คำพูดของฉู่ซินเย่วเหมือนตบหน้าเฉาหย่าตรงๆ

จู่ๆ เฉาหย่าก็ระเบิดอารมณ์กลับขึ้นมา ความโกรธพุ่งสูงขึ้น

ก็แค่คังจื้อเข้าใจผิดนิดหน่อย ตัวเธอเองก็แค่ลังเลอยู่ชั่วคราว จำเป็นต้องรุมโจมตีเธอขนาดนี้เลยหรือ

ฉู่ซินเย่วเป็นคุณหนูสูงส่ง แล้วเธอล่ะเป็นเศษหญ้าหรือไง ถึงต้องถูกตำหนิ เสียหน้าแบบนี้

“ซินเย่ว เรื่องนี้จริงๆ มันก็แค่ความเข้าใจผิด พูดกันให้เข้าใจก็จบ ทำไมต้องกดดันกันขนาดนี้ แถมยังปล่อยให้คนนอกมาดูถูกฉันอีก พวกเราไม่ใช่เพื่อนกันเหรอ”

“ตั้งแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ฉันไม่คบเพื่อนที่ล่วงเกินฉัน” ฉู่ซินเย่วตอบทันทีโดยไม่ลังเล

ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับแรก เธอจะไม่ยอมฝืนใจตัวเองเพื่อใครอีก

สีหน้าของเฉาหย่าแข็งค้าง สุดท้ายก็ร้องไห้วิ่งหนีไป

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้จะถึงขั้นตัดขาดความสัมพันธ์กันเลย

คนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วน

“ถึงเฉาหย่าจะทำเกินไป แต่พวกเราก็ยังเป็นทีมเดียวกัน ต่อไปจะทำงานร่วมกันยังไงดี” มีคนพูดอย่างหนักใจ

“หรือว่าตำแหน่งของเธอในโปรเจกต์วิจัยของพวกคุณขาดไม่ได้” ฉินเฉาถาม

“ก็...ไม่ถึงขนาดนั้น เธอส่วนใหญ่เป็นเหมือนผู้ช่วยของพวกเรา”

“งั้นก็ไล่ออก” ฉินเฉาพูดเสียงเย็นทันที “คนแบบนี้เก็บไว้ข้างตัว มีแต่จะสร้างปัญหาให้พวกคุณ”

“เอ่อ...” ทุกคนยังใจอ่อนอยู่บ้าง เพราะอยู่ด้วยกันมานาน

แต่ฉินเฉาตัดสินใจไปแล้ว ในเมื่อเขาจะเป็นผู้ลงทุน เขาจะไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องคนที่มีหรือไม่มีก็ได้คนหนึ่งหรือไง

เขาไม่มีทางปล่อยคนแบบนี้ไว้ให้ฉู่ซินเย่วต้องอึดอัดใจเด็ดขาด

ฉินเฉาค้นพบวิธีใช้อำนาจของพวกทุนนิยมได้อย่างถูกต้องโดยไม่รู้ตัว

เขาตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไปคุยกับอาจารย์ของพวกเขาให้ชัดเจน และถือโอกาสลองหยั่งเชิงว่าจะสามารถย้ายโครงการวิจัยกลับมาอยู่ในประเทศได้ไหม

ภายใต้การเร่งเร้าของฉินเฉา คนอื่นๆ จึงติดต่ออาจารย์ให้ แต่ปรากฏว่าอาจารย์เหนื่อยมาทั้งวัน กลับไปพักที่ห้องแล้ว

เพื่อแสดงความเคารพ ฉินเฉาจึงตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมในเช้าวันรุ่งขึ้นแทน

ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทุกคนจึงเดินกลับไปยังอีกตึกด้วยกัน

ระหว่างทางกลับ พวกเขากลับบังเอิญเจอเฉาหย่ากับคังจื้อกำลังทะเลาะกัน

อยู่ไกลจนฟังไม่ชัดว่าพูดอะไรกัน แต่เหมือนได้ยินเฉาหย่าตะโกนว่า

“เพราะนายพูดมั่วๆ ซินเย่วถึงได้ตัดขาดกับฉัน แบบนี้ฉันจะอยู่ในทีมต่อยังไงได้! พวกเขาพูดถูก นายมันพวกคลั่งควบคุม อยากครอบครองฉันคนเดียว ทำให้ฉันไม่มีใครให้พึ่ง! เราเลิกกัน ครั้งนี้เลิกจริง!”

พูดจบ เฉาหย่าก็ร้องไห้วิ่งจากไป โดยไม่ได้เห็นคนอื่นๆ

ส่วนคังจื้อที่วิ่งตามออกมา ก็เจอกับพวกเขาเข้าพอดี

ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือด จ้องพวกเขาอย่างดุร้าย โดยเฉพาะหยุดสายตาไว้ที่ฉู่ซินเย่วชั่วขณะ

ฉินเฉาโดนสายตานั้นกระตุ้นจนโมโหทันที กำลังจะพุ่งเข้าไป แต่คังจื้อกลับหันหลังวิ่งหนี ไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย

“ช่วงนี้พวกคุณระวังตัวกันหน่อย ฉันว่าหมอนั่นดูอันตราย” ฉินเฉาขมวดคิ้วพูด

“จริงๆ ถ้าไม่มีเฉาหย่า พวกเราปกติก็ไม่มีโอกาสได้ข้องเกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว” มีคนบ่น

“ไปกันเถอะ” ฉู่ซินเย่วไม่อยากเสียพลังไปกับเรื่องของคนอื่นอีก จึงเดินนำเข้าไปในลิฟต์

พอทุกคนเข้าไปในลิฟต์แล้ว คนที่กดลิฟต์ก็ถามขึ้นว่า

“พวกคุณพักชั้นไหนกัน”

ฉินเฉาตอบทันที “ชั้นสิบเจ็ด!”

คนอื่นต่างตกใจ “บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ”

แต่ฉู่ซินเย่วกลับขมวดคิ้วมองฉินเฉา แววตาเต็มไปด้วยการต่อต้าน

ฉินเฉารู้สึกผิดอยู่บ้าง

แน่นอนว่ามันบังเอิญได้ยังไง ก่อนมาเขาสืบมาเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพยักหน้าพูดต่ออย่างหนักแน่นว่า

“ใช่ พอดีเหลือห้องว่างแค่ชั้นนี้”

คนอื่นหันไปถามจี้เฟย

จี้เฟยกลอกตา กำลังจะตอบ แต่กลับได้ยินฉินเฉาพูดแทนว่า “เหมือนกัน”

ฉินเฉามีแผนเล็กๆ ในใจ ถ้ามีพี่สะใภ้รองอยู่ด้วย บางทีฉู่ซินเย่วอาจจะไม่ต่อต้านเขามากขนาดนั้น

ทุกคนต่างอุทานว่าช่างบังเอิญจริงๆ

จี้เฟย “...”

จี้เฟยเลิกคิ้วมองฉินเฉา

เหมือนกลัวว่าจี้เฟยจะไม่เล่นตามน้ำแล้วหักหน้าเขาต่อหน้า ฉินเฉารีบหยิบมือถือขึ้นมาทำทีพูดว่า

“พี่สะใภ้รอง เมื่อกี้พี่เกาเพิ่งบอกผมว่าห้องของพี่มีปัญหานิดหน่อย เลยย้ายชั่วคราวไปชั้นสิบเจ็ด”

พูดจบก็ยื่นหน้าจอมือถือให้จี้เฟยดู

หน้าจอโอนเงิน

ห้าแสนหยวน!

ติ๊ง! เงินเข้าแล้ว!

ยังไงพี่รองก็เคยบอกว่า จี้เฟยชอบเงิน จุดอ่อนนี้น่าจะทำให้เธอยอมร่วมมือได้

ที่จริงสิ่งที่ฉินเสียนพูดคือ จี้เฟยชอบเงิน ถ้าอยากขอบคุณเธอก็แค่โอนโบนัสให้

แล้วก็ได้ยินจี้เฟยพูดขึ้นว่า

“บังเอิญจริงๆ ฮ่าๆ ฉันก็พักชั้นสิบเจ็ดเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าพวกคุณก็อยู่ชั้นนี้เหมือนกัน ทุกคนก็รู้จักกันทั้งนั้น เดี๋ยวไปกินมื้อดึกด้วยกันไหม”

ฉินเฉาเพิ่งถอนหายใจโล่งอก แต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ของจี้เฟยดังขึ้นในใจอีก

【ช่างเป็นไอ้โง่เงิน,uจริงๆ ฮ่าๆ! เดิมทีฉันก็ว่าจะบอกอยู่แล้วว่าพักชั้นสิบเจ็ด เรื่องตามดูฉากไล่ตามเมียแบบนี้ ถ้าไม่ได้กินเผือกใกล้ๆ กลับไปฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ แบบนี้เรียกว่าได้ทั้งผลประโยชน์แล้วยังทำเป็นไม่เต็มใจไหมนะ ฮ่าๆ】

ฉินเฉาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ กลืนเลือดลงคอ

เขาลืมนิสัยชอบมุงเรื่องชาวบ้านของจี้เฟยไปได้ยังไงกัน!

ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลง

แต่ตรงมุมโถงล็อบบี้กลับมีคนคนหนึ่งโผล่ออกมา วิ่งมาลิฟต์ไม่ทัน ได้แต่ยืนมองตัวเลขลิฟต์หยุดอยู่ที่ชั้นสิบเจ็ดอย่างเหม่อลอย