คุณนายไฮโซมีระบบอ่านใจ
ตอนที่ 34 — โอ้โห จี้เฟย บทที่ 0034
บทที่ 34
เมื่อคิดได้แบบนี้ สายตาของฉินเฉาก็กลับมาแน่วแน่อีกครั้ง
เหมือนฉู่ซินเย่วจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในสายตาของเขา เธอจึงสงบลงเช่นกัน
“คุณอยากพูดอะไร”
ฉินเฉาพูดเสียงต่ำว่า “ขอบคุณ”
ฉู่ซินเย่วชะงัก เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าประโยคแรกของฉินเฉาจะเป็นคำนี้
ฉินเฉาพูดต่อ “ขอบคุณที่ตอนนั้นไปหาผม แล้วแบกผมออกมา ชีวิตของผม คุณเป็นคนช่วยไว้ ขอบคุณ!”
ฉู่ซินเย่วนิ่งไป ความรู้สึกต่อต้านในใจก็ลดลงไม่น้อย “ฉันรับคำขอบคุณของคุณไว้ จริงๆ แล้วฉันไม่มีความทรงจำช่วงนั้น ดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าคุณติดค้างอะไรฉัน ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว”
แต่เขาไม่อยากให้มันผ่านไป!
หัวใจของฉินเฉาเจ็บจนบิด แต่ก็ยังพูดต่อ
“ชีวิตของผม จะให้แค่คำขอบคุณเฉยๆ ได้ยังไง! ดังนั้นถ้าการที่ผมลงทุนให้โปรเจกต์ของพวกคุณทำให้คุณรู้สึกอึดอัด คุณก็คิดซะว่าผมตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิต รับมันไว้โดยไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไร”
ฉู่ซินเย่วเงียบไปครู่หนึ่ง จริงๆ แล้วเธอไม่มีทางเอาอารมณ์ส่วนตัวมาขัดขวางความคืบหน้าของโครงการ ต่อให้เรื่องนี้จะทำให้เธอไม่สบายใจ เธอก็จะหาวิธีจัดการเอง แต่ตอนนี้เมื่อฉินเฉาพูดแบบนี้ ระดับการยอมรับในใจของเธอก็สูงขึ้นไม่น้อย
สุดท้าย ฉู่ซินเย่วพยักหน้า บุญคุณช่วยชีวิต เธอได้รับการตอบแทน ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
ฉินเฉาถอนหายใจโล่งอก “ผมยังอยากพูดอีกประโยค ขอโทษ”
สีหน้าของฉู่ซินเย่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย แสดงท่าทีต่อต้าน “คุณไม่ได้ทำอะไรผิดต่อฉัน จากมุมของคุณ คุณไม่ได้ทำผิดอะไรเลย”
ความเจ็บปวดฉายผ่านดวงตาของฉินเฉา “ผมรู้ว่าคุณไม่ต้องการคำขอโทษจากผม ตอนที่ผมถูกหลอก ผมทำร้ายคุณไว้มากมาย ไม่มีสิทธิ์ขอให้คุณให้อภัย สิ่งที่ผมอยากขอโทษจริงๆ คือ ตอนเด็กๆ ผมเคยสัญญาไว้แต่กลับลืมมันไป ผมไม่ได้ยืนอยู่ข้างคุณอย่างมั่นคงตลอดไป ไม่ได้เชื่อใจคุณ ผมผิดสัญญา ขอโทษนะ ซินเย่ว”
ดวงตาของฉู่ซินเย่วไหววูบขึ้นในที่สุด เธอสูดลมหายใจลึก กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ฉินเฉากลับพูดขึ้นก่อน
“ประโยคสุดท้าย ผมชอบคุณ คุณจะให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม ครั้งนี้ผมจะไม่มีวันผิดสัญญาอีก”
ร่างของฉู่ซินเย่วแข็งค้าง เธอสูดหายใจลึกแล้วมองไปที่ฉินเฉา แต่กลับสบเข้ากับดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
พริบตานั้น ทุกแรงกดดันของฉู่ซินเย่วก็เหมือนถูกแช่แข็ง ตั้งแต่เธอจำความได้ เธอไม่เคยเห็นฉินเฉาร้องไห้เลย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว
“คุณ…คุณเข้าใจผิดแล้ว” ตอนเริ่มพูดเสียงของฉู่ซินเย่วยังสั่นอยู่บ้าง แต่ยิ่งพูดกลับยิ่งหนักแน่นและสงบนิ่ง
“เพียงเพราะคุณพบว่าตัวเองถูกหลอก คุณเลยคิดว่าคนที่คุณควรชอบคือฉันเท่านั้นเอง ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณเสียใจและสำนึกผิด แต่ได้โปรด อย่าใช้ความเสียใจนั้นมาหลอกตัวเอง และอย่าดึงฉันเข้าไปในภาพลวงตาของคุณด้วย”
“ไม่ใช่ ผมจริงใจ…” ฉินเฉารีบพูด
ฉู่ซินเย่วยอมรับว่า คำสารภาพของฉินเฉากระแทกใจเธอ นั่นคือเรื่องที่เธอเคยเพ้อฝันมานานมากแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไป
“จริงใจแล้วไงล่ะ” ฉู่ซินเย่วยิ้มบางๆ “ฉันจะตอบคุณตรงนี้ ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว ดังนั้นฉันจะไม่ให้โอกาสคุณ ฉินเฉา คุณเป็นคนที่ยอดเยี่ยม มีเสน่ห์มาก คุณจะได้พบคู่ชีวิตที่ดีกว่า ส่วนฉันจะจดจำมิตรภาพในวัยเด็ก และอวยพรคุณจากอีกฟากของมหาสมุทร นี่คือความรู้สึกจริงๆ ของฉัน”
“เลิกตามตื๊อได้แล้ว ฉันปล่อยวางแล้ว คุณเองก็ปล่อยเถอะ”
มองฉู่ซินเย่วหันกลับเข้าห้องแล้วปิดประตู ฉินเฉาก็ยืนเหม่อลอยเหมือนคนถูกลงโทษอยู่หน้าห้อง
จี้เฟยปิดประตู พอหันกลับมา ก็เห็นสีหน้าของทุกคนดูไม่ค่อยดีนัก
ก็จริง ดูละครสนุกๆ อยู่ดีๆ แต่กลับเหมือนโดนยัดมะระขมเข้าปาก
“ผมไม่เคยเห็นฉินเฉาเป็นแบบนี้มาก่อน จบเห่แล้ว แบบนี้คงต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวได้” เกาห่าวเริ่มเป็นห่วงอนาคตของสตูดิโอ
“ซินเย่วก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจ” นักวิจัยสาวพูด
ทุกคนได้แต่ถอนหายใจ ผ่านไปสักพัก พอแน่ใจว่าฉินเฉากลับเข้าห้องตัวเองแล้ว ทุกคนถึงค่อยแยกย้ายกัน
นักวิจัยสาวพักห้องเดียวกับฉู่ซินเย่ว พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นฉู่ซินเย่วนั่งเหม่ออยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่
“จริงๆ ในใจเธอก็ยังมีเขาอยู่ใช่ไหม ชอบมาตั้งหลายปี จะให้ตัดได้ทันทีมันเป็นไปไม่ได้หรอก…”
ฉู่ซินเย่วหันกลับมายิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร
นักวิจัยสาวรีบโบกมือ “ช่างเถอะๆ พอไปต่างประเทศแล้ว ผู้ชายหล่อๆ ต้องตามจีบเธอเต็มไปหมดแน่ สักวันต้องได้เจอคนที่ชอบมากกว่าเขาแน่นอน”
อีกด้านหนึ่ง เกาห่าวจะไปดูอาการฉินเฉา จี้เฟยเดิมทีตั้งใจจะพาเสี่ยวเถากลับไปพัก แต่กลับถูกเกาห่าวดึงไว้
“อาจารย์จี้ อย่างน้อยก็เป็นคนในครอบครัว ไปดูหน่อยเถอะครับ ผมไม่เคยรับมือกับฉินเฉาตอน อกหักมาก่อน ผมใจไม่ดีเลย”
“จะกินเหล้าไหม จะมั่วกินยาไหม จะคิดสั้นหรือเปล่า…”
“พี่จินตนาการเยอะไปไหม!” ใครจะคิดว่าพี่เกาจะเป็นคนแบบนี้
จี้เฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอาเถอะ ยังไงก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ ไปดูก็ได้ เผื่อคิดสั้นจริง…จะได้ช่วยเรียกรถพยาบาล
เกาห่าวมีคีย์การ์ด เขาเคาะประตูก่อน พอไม่มีเสียงตอบ ก็รูดการ์ดเข้าไปทันที
พอเกาห่าวเข้าไปดูจนแน่ใจว่าไม่มีภาพอะไรที่ไม่ควรเห็น จี้เฟยถึงเดินเข้าไป
ทันทีที่เข้าไป ก็เห็นฉินเฉากำลังถือมือถือ กดดูอะไรบางอย่างไม่หยุด
“อาเฉา นายกำลัง…” เกาห่าวเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าฉินเฉากำลังค้นข้อมูลโครงการวิจัยของทีมฉู่ซินเย่ว ประเทศที่จะไป สถาบันวิจัยต่างๆ “เอ่อ…”
【โอ้ ดูท่ายังไม่ยอมแพ้สินะ】
ฉินเฉาไม่สนใจเสียงอื่น ราวกับกลั้นอะไรบางอย่างไว้ เขาค้นหาข้อมูลต่างๆ อย่างบ้าคลั่ง สีหน้าสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรทำลายเขาได้
【เฮ้อ ฝั่งฉู่ซินเย่วตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ถ้าไม่ใช้วิธีพิเศษล่ะก็ ชาตินี้ก็คงหมดหวังจริงๆ สุดท้ายบนโลกนี้ก็ไม่มีขายยาลดความเสียใจ บางวาสนา พอพลาดไปก็คือพลาดไปเลย】
ร่างของฉินเฉาชะงัก หยดหนึ่ง สองหยด…เลือนลงบนหน้าจอมือถือ
เกาห่าวตกใจจนตาโต รีบหันหลังเดินออกไป “ในเมื่อนายไม่เป็นไร พวกเรากลับก่อนนะ” เขาไม่กล้าดูเจ้านายร้องไห้จริงๆ!
จี้เฟยเองก็ตกใจเหมือนกัน เมื่อกี้ยังดูปกติดีอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงร้องไห้ล่ะ!
ให้ตายเถอะ ผู้ชายตัวโตขนาดนี้ร้องไห้ มันกระแทกสายตาจริงๆ!
ตอนเกาห่าวผลักจี้เฟยออกจากห้อง ก็ได้ยินเสียงฉินเฉาสะอื้นไห้แล้ว
ทั้งสองมองหน้ากัน เกาห่าวจึงได้แต่พูดอย่างกระอักกระอ่วน “ชั้นนี้ห้องเต็มแล้ว ผมพักชั้นล่าง ถ้ากลางคืนมีอะไรเกิดขึ้น รบกวนคุณช่วยดูหน่อยนะ”
สถานการณ์แบบนี้ จี้เฟยก็พยักหน้ารับโดยธรรมชาติ
กลับห้องมา กำลังจะนอน ก็ได้รับข้อความจากฉินเสียน
“ถึงห้องพักแล้วหรือยัง”
“ถึงแล้ว น้องชายคุณก็พักที่นี่เหมือนกัน มาตามง้อฉู่ซินเย่ว แต่โดนปฏิเสธแบบหนักมาก” ปกติจี้เฟยจะไม่ค่อยพูดเรื่องพวกนี้กับฉินเสียน แต่วันนี้ข่าวเม็ดใหญ่มาก ไม่แชร์แล้วอึดอัด
“อ้อ เขาคงไม่ยอมแพ้หรอก”
“แต่เขาร้องไห้นะ!!!!”
“……”
สัมผัสได้ถึงความเงียบจากอีกฝั่งที่ดังลั่นหู จี้เฟยก็สะใจขึ้นมาทันที
“พี่เกาไม่วางใจเขา เลยให้ฉันคอยฟังความเคลื่อนไหวตอนกลางคืน”
“ไม่ต้องสนใจเขา ไม่มีทางเกิดเรื่องใหญ่หรอก คุณพักผ่อนเถอะ”
พี่แท้ๆ เลยนะ!
จี้เฟยหลุดหัวเราะ จากนั้นก็โอนเงินที่ได้วันนี้รวมยอดให้กลมๆ แล้วโอนไปให้ฉินเสียน ก่อนจะไปอาบน้ำเข้านอน
ผลคือกำลังนอนงัวเงียอยู่ ก็ถูกเสี่ยวเถาปลุก
“อาจารย์จี้ ห้องข้างๆ มีเสียงดังค่ะ”
มองเสี่ยวเถาที่ตาเป็นประกาย ไม่มีทีท่าว่าง่วงเลยแม้แต่น้อย จี้เฟยก็คิดว่า คนหนุ่มสาวนี่ดีจริง อึดกันสุดๆ
เสียงเคาะประตูห้องข้างๆ เบาจนแม้แต่จี้เฟยยังเพิ่งได้ยิน เพราะอีกฝ่ายเคาะอยู่นานมาก
จี้เฟย งง กลางดึกขนาดนี้ หรือพี่เกาจะกลับมาหาอีก
จี้เฟยคลุมเสื้อคลุม หาวหวอดๆ กำลังจะเปิดประตู ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากห้องข้างๆ พร้อมกันพอดี
“พี่เฉา ฉันคิดถึงพี่มาก!”
จี้เฟยสะดุ้งตื่นเต็มตา มีแค่คนเดียวที่เรียกฉินเฉาแบบนี้
เรดาร์สายเผือกเปิดทำงานทันที เธอหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตู รีบแง้มดูผ่านช่องประตู
ก็เห็นฉู่เสวี่ยฉียืนอยู่หน้าประตูจริงๆ ส่วนฉินเฉาที่เปิดประตูก็ดูตกใจไม่แพ้กัน
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง เชิญออกไป!”
ฉินเฉากดเสียงต่ำเตือน เขาไม่อยากให้ฉู่ซินเย่วมาเห็นตัวเองยืนอยู่กับฉู่เสวี่ยฉีในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้
จี้เฟยมองไม่ชัดนัก ได้ยินแค่เสียงสะอื้นของฉู่เสวี่ยฉี
“พี่เฉา ถึงฉันจะโกหกพี่หลายเรื่อง แต่ฉันรักพี่จริงๆ เรารักกันมาตั้งหลายปี พี่จะเลิกรักง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง”
คำถามนี้เหมือนเหยียบจุดระเบิดของฉินเฉาเข้าเต็มๆ
ฉู่ซินเย่วสงสัย แม้แต่ฉู่เสวี่ยฉีก็ยังไม่เชื่อ หรือเขาต้องควักหัวใจออกมาพิสูจน์กันแน่
ฉินเฉาสูดลมหายใจลึก “เลิกพูดเรื่องรักได้แล้ว ตอนนี้แค่เห็นคุณผมก็ขยะแขยง คุณหลอกผมมานานขนาดนี้ ผมมีแต่ความรังเกียจ ถ้ายังไม่ไป ผมจะเรียกรปภ.”
ฉู่เสวี่ยฉีเงียบไป “พี่ดื่มเหล้ามาเหรอ”
“ไม่เกี่ยวกับคุณ!”
“พี่ไม่ได้รักฉัน แต่รักพี่สาว?”
“ใช่!”
จู่ๆ ฉู่เสวี่ยฉีก็กระชากเสื้อคลุมที่ห่อตัวอยู่ออก เผยให้เห็นชุดนอนบางแทบโปร่งแสง แนบไปกับส่วนโค้งเว้าของร่างกาย
“งั้นให้ฉันเป็นตัวแทนพี่สาวก็ได้ ขอแค่คืนเดียว ฉินเฉา กอดฉันหน่อยเถอะ”
ต้องบอกว่าฉู่เสวี่ยฉีเก่งเรื่องแกล้งเป็นฉู่ซินเย่วจริงๆ ชั่วพริบตาเดียว แม้แต่น้ำเสียงก็เลียนแบบได้แทบสมบูรณ์แบบ
และการที่เธอเลียนแบบฉู่ซินเย่ว ก็จุดไฟโทสะของฉินเฉาขึ้นทันที
เมื่อเผชิญหน้ากับฉู่เสวี่ยฉีที่พุ่งเข้ามาจะกอดเขา ฉินเฉาก็ถีบเธอกระเด็นออกไปตรงๆ
“ไสหัวไป!”
“อ๊าย!”
จริงๆ แล้วฉินเฉาแทบไม่ลงมือกับผู้หญิง เว้นแต่จะสุดจะทนจริงๆ
ครั้งนี้คือโดนทำ จนหมดความอดทนแล้วจริงๆ
และสถานการณ์แบบนี้ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดเสียงดังขึ้นมา
ทันใดนั้น ประตูสองห้องใกล้ๆ ก็เปิดออกพร้อมกัน พวกนักวิจัยนั่นเอง แต่พอเห็นภาพตรงหน้าเหมือนจะเจออะไรไม่ควรเห็น ก็รีบหดกลับเข้าห้องทันที
ฝั่งห้องของฉู่ซินเย่ว คนที่เปิดประตูออกมาคือนักวิจัยสาว พอเห็นฉู่เสวี่ยฉีในสภาพเกือบเปลือยก็ตกใจ ส่วนสีหน้าของฉู่ซินเย่วก็แข็งค้าง ก่อนจะรีบปิดประตูทันที
“พี่คะ ทำไมพี่ต้องแย่งผู้ชายของฉันด้วย พี่มันไร้ยางอาย!” ฉู่เสวี่ยฉีร้องไห้โวยวายทันที “พี่กำลังคิดจะยั่วฉินเฉาคืนนี้ใช่ไหม อยากขึ้นเตียงกับเขาใช่ไหม!”
ฉินเฉาแทบคลั่ง กำลังจะพุ่งเข้าไป
จู่ๆ ก็มีเสียงอุทานดังขึ้นมา
แน่นอนว่า เสียงอุทานนี้มีแค่ฉินเฉาที่ได้ยิน ทำเอาเขาชะงัก หันไปมอง ก็เห็นว่าจี้เฟยโผล่ออกมาแล้ว ไม่ได้แอบเผือกเงียบๆ อีกต่อไป กำลังมองเขากับฉู่เสวี่ยฉีด้วยสีหน้าตกตะลึง
เขายังไม่ทันเข้าใจอะไร ก็ได้ยินเสียงในใจดังขึ้น
【เชี่ยเอ๊ย! โรคติดต่อ! ฉู่เสวี่ยฉีติดโรคติดต่อมาจากอู๋เทียน แล้วเธออยู่กับฉินเฉามาตั้งนาน หรือว่าเขาก็…แย่แล้ว ฉันจะพูดยังไงดี โชคดีที่ซินเย่วไม่ได้…】
ฉินเฉาตกใจจนไม่ทันคิดว่านั่นเป็นแค่เสียงในใจของจี้เฟย มองสายตาสงสัยของเธอ แล้วก็มองไปทางฉู่ซินเย่ว
สมองร้อนวูบขึ้นมา เขาตะโกนลั่นทันที
“ผมไม่เคยแตะเธอเลย! แม่งเอ๊ย ผมยังซิงอยู่!”
ชั่วพริบตาเดียว ทางเดินทั้งชั้นก็เงียบกริบ!