← สารบัญ Beyond Friend | เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

Beyond Friend | เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

ตอนที่ 1บทที่ 1 : เงื่อนไขใต้โต๊ะ

ณ ห้องประชุมกระจกใสชั้นบนของตึก

สัญญาโปรเจกต์ 10 ล้านบาท วางนิ่งอยู่ตรงหน้าของทั้งสองฝ่าย

'เคน' นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ สีหน้าเรียบนิ่ง สุขุม

มือข้างหนึ่งวางอยู่บนแฟ้มเอกสารอย่างมั่นคง

ส่วน 'เอม' นั่งอยู่ทางฝั่งขวาของเขา... ในสถานะเพื่อนสนิทตั้งแต่เยาว์วัย และเจ้านายในเวลาเดียวกัน

ลูกค้าชายวัยกลางคนเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาทางเอมช้า ๆ

รอยยิ้มบางเบาถูกแต้มบนใบหน้าเหมือนไม่เคยมีเหตุการณ์กระทบกระทั่งอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ชายวัยกลางคนเดินอ้อมหลังเคนไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเอม

เขานั่งลงพลางไล่สายตามองหญิงสาวอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าจงใจกดดัน

“คุณไปคิดมาแล้วใช่ไหม คุณเอม”

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนเรื่องงานปกติ แต่สายตาเหนียวหนืดที่เขามองตรงมามันไม่ใช่

ลูกค้าเอนหลังพิงพนักเล็กน้อย ปลายนิ้วเคาะโต๊ะประชุมเบา ๆ เป็นจังหวะ

“บางข้อเสนอ… ถ้าตัดสินใจเร็ว งานก็จะเดินง่ายขึ้นนะครับ”

บรรยากาศรอบโต๊ะดิ่งวูบและนิ่งขรึมลงกว่าปกติทันที เคนขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาคมจัดมองสลับระหว่างคนทั้งสอง

“ข้อเสนอไหนครับ” เคนถามแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขานิ่งสนิท ทว่ากลับมีกระแสความกดดันบางอย่างแผ่ซ่อนอยู่

ลูกค้าหัวเราะเบา ๆ ราวกับเป็นเรื่องขบขัน “อ๋อ ก็เรื่องเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ผมคุยกับคุณเอมเมื่อวันก่อนน่ะครับ”

คำว่า ‘วันก่อน’ ทำเอาเอมถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เคนหันกลับมามองเธอทันทีด้วยสายตานิ่งสนิท

มันเป็นสายตาที่ลึกซึ้งทว่าอ่านไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ทางผมไม่ได้รับทราบเงื่อนไขพิเศษอะไรเพิ่มเติมนะครับ”

น้ำเสียงของเคนยังคงรักษาความสุภาพตามมารยาทธุรกิจ

แต่ประกายตาคมกริบเหลือบมามองหญิงสาวข้างกายอย่างจับสังเกต

เมื่อเห็นอากัปกิริยาที่ดูทำตัวไม่ถูกของเอม

สัญชาตญาณก็บอกเขาได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลที่เพื่อนสนิทคนนี้ยังไม่ได้บอกเขาแน่ ๆ

“เงื่อนไขที่ว่านั่นคืออะไร มึงบอกมาสิ... อ้อ โทษทีครับ ผมหมายถึงบอกผมมาสิเอม”

เขาเผลอโมโหจนหลุดสรรพนามที่ใช้กันส่วนตัวออกมาครู่หนึ่ง

ก่อนจะรีบปรับโทนเสียงให้กลับมานิ่งและเป็นทางการเหมือนเดิม

แต่ประกายตาที่วาวโรจน์ขึ้นบ่งบอกชัดเจนว่าประธานหนุ่มกำลังเดือดจัด

มือที่เคยวางบนแฟ้มเอกสารเปลี่ยนมาผสานเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ

เอมได้แต่คิดกังวลในใจว่าจะพูดกับไอ้เคนตอนนี้อย่างไรดี

ไม่ให้มันกระโดดชกหน้าลูกค้าค้างคาโต๊ะประชุม

"คือเราขอเลื่อนการประชุมนี้ไปเป็นวันพรุ่งนี้ได้ไหมคะ ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยจริง ๆ ค่ะ ทางเอมขอคุยกับทางคุณเคนก่อนนะคะ เพราะคุณเคนต้องเป็น final decision จริง ๆ ค่ะ"

เอมตัดสินใจหันไปพูดกับไอ้แก่นั่นเพื่อตัดบทไปก่อน ไม่งั้นมีหวังออฟฟิศได้ถล่มทลายแน่ ๆ

“ได้ครับ ในเมื่อคุณเอมว่าอย่างนั้น ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร” ลูกค้ายังคงตอบพร้อมแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ที่มุมปาก

“เชิญครับ เดี๋ยวผมให้พนักงานเดินไปส่งที่รถ” เคนหันไปตอบลูกค้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าหนักแน่น

จนฝ่ายนั้นต้องชะงักรอยยิ้มลง เดินออกจากห้องประชุมไป

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 185 เซนติเมตร

พลางรวบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเข้าหาตัวด้วยท่าทางที่ดูคุกคามโดยไม่ต้องออกแรง

ทันทีที่ประตูปิดลงและเหลือเพียงแค่สองคนในห้องประชุมที่เงียบสงัด

เคนก็หันกลับมามองเอมทันที คราวนี้ไม่มีการปั้นหน้านิ่งใส่ลูกค้าอีกต่อไป

มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่เธอ

เขาถอนหายใจออกมาหนัก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง!

จนกระดาษบางส่วนเกือบจะกระจัดกระจายออกมา

“เธอปิดบังอะไรเราอยู่เอม !?”

.