Beyond Friend | เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ
ตอนที่ 2 — บทที่ 2 : สัญญาเหี้ยนี่...กูจะเผาทิ้งเอง
เขาเดินเข้ามาใกล้จนเงาตัวใหญ่ทาบทับตัวเธอไว้
สายตาที่เคยพยายามรักษามาดนักธุรกิจบัดนี้เหลือเพียงความขุ่นเคือง
และคำถามที่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ เคนกอดอกพิงขอบโต๊ะประชุมพลางจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสนิทอย่างไม่ลดละ
“ไอ้แก่นั่นมันยื่นข้อเสนอทุเรศ ๆ ให้เธอใช่ไหม? แล้วทำไมไม่บอกเราตรง ๆ ตั้งแต่แรก ทำไมต้องให้มันมาพูดกดดันเธอแบบนี้ด้วย”
อ่า… เมื่อไหร่ที่เคนพูดกับฉันด้วยคำว่า ‘เธอ’ แบบนี้ทีไร แสดงว่าฉันคงทำให้มันโกรธเข้าให้แล้วจริง ๆ เป็นช่วงเวลาที่ฉันห้ามกวนตีนมันเด็ดขาดเลยล่ะ
“มึง คือกูก็ลำบากใจอยู่ คิดหาวิธีเหมือนกันว่าจะได้งานมายังไง มันมีดีลต่อจากดีลนี้อีก 80 ล้านนะมึง แต่กูก็ไม่คิดว่ามันจะมาพูดกดดันกันหน้าด้าน ๆ แบบนี้”
เคนแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาเมื่อได้ยินคำอธิบายนั้น
เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ
ความโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นออกมาผ่านสีหน้าที่เคร่งเครียด
“80 ล้านเหรอ? ต่อให้มันเป็นพันล้าน กูก็ไม่เอา!! ถ้าต้องให้มึงไปแลกกับอะไรทุเรศ ๆ แบบนั้น”
สรรพนามที่ใช้กับเพื่อนสนิทถูกขุดขึ้นมาใช้เพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ที่เขามีต่อเธอ
เคนคว้าข้อมือเอมไว้หลวม ๆ แต่หนักแน่น
ราวกับจะดึงสติไม่ให้เธอถลำลึกไปกับตัวเลขพวกนั้นเพียงลำพัง
“มึงคิดว่ากูเป็นคนยังไงเอม... คิดว่ากูจะดีใจเหรอถ้าได้เงินมาบนความลำบากใจของมึง? บอกมาให้หมดว่ามันสั่งให้มึงทำอะไรบ้าง”
กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเอมที่เขารู้จักดีลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความตึงเครียดของห้องประชุมที่ว่างเปล่า เคนบีบข้อมือของเธอแน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะยอมปล่อยออกช้า ๆ เมื่อเห็นว่าเขาอาจจะเผลอลงแรงมากเกินไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
“ไม่ดีกว่าเดี๋ยวมึงบอกไม่หมดอีก วันนั้นที่มึงไปเสนองานที่บริษัทมัน เกิดอะไรขึ้นบ้าง เล่ามาให้หมด!”
เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นด้วยความโกรธ
พยายามกลับมาพูดให้เอมรู้สึกเป็นปกติ เคนถอยออกมาเพียงก้าวเดียวแต่ยังคงยืนขวางทางออกไว้อย่างจงใจ
สายตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนสนิทเพื่อกดดันเอาคำตอบทั้งหมด
เอมกังวล คิดไม่ตกว่าจะเล่าให้ไอ้เคนฟังอย่างไรดี ให้มันไม่โกรธไปมากกว่านี้
พลางคิดขึ้นได้... งั้นให้มันฟังเองแล้วกัน
“กูแอบอัดเสียงไว้ มึงฟังเอาเอง”
เอมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมเลื่อนหาไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ในวันนั้น
เสียงอัดจากโทรศัพท์เริ่มทำงาน... ครืดดด เสียงล้อจากเก้าอี้ลากที่ค่อย ๆ ดังขึ้น แสดงให้รับรู้ได้ว่ามีคนที่นั่งเก้าอี้เคลื่อนที่เข้ามาใกล้เอมมากขึ้น พร้อมกับภาพในหัวเอมที่ฉายซ้ำเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน
‘แผนงานที่คุณเสนอผมมางานตื่นเต้นดี น่าสนใจ ผมชอบที่คุณทำงานเก่งนะ’
เสียงลูกค้าอสังหาฯรายใหญ่พูดขึ้น ขณะเดียวกันเขาเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้เอมมากกว่าเดิม พร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาค่อย ๆ วางลงบนหน้าขาของเธอ
‘แต่ติดอยู่นิดนึง…’
เขาเอ่ยด้วยเสียงที่ต่ำลง พร้อมลูบมือขึ้นช้า ๆ เหมือนกำลังทดสอบขอบเขต
‘ถ้าคุยกันแบบส่วนตัวกว่านี้ ผมอาจจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น’
บรรยากาศในไฟล์อัดเสียงเปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที ตัวเอมในสัปดาห์ก่อนรู้ดีว่าการตัดสินใจของเธออาจจะกระทบกับดีลที่กำลังจะปิดลง เอมนิ่งคิดสักพัก ก่อนจะเลือกขยับตัวออกเล็กน้อย และเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบแต่ชัดว่า
‘ถ้าเรื่องงาน ต้องคุยบนโต๊ะค่ะ’
ลูกค้าชะงักมือไป ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘คุณลองไปคิดดู ต่อจากงาน 10 ล้านนี้ ผมยังมี Project อีก 80 ล้านที่รอเซ็นผู้ออกแบบเดือนหน้าอีกด้วยนะ’
เสียงที่อัดไว้จบลงแต่เพียงเท่านี้ เอมหันไปมองไอ้เคนด้วยความหวาดหวั่น
“มันนัดมึงไปที่ไหน? โรงแรม? หรือที่บ้านมัน?”
เขากระชากเสียงถามลั่นห้องประชุมจนเสียงดังทะลุออกไปข้างนอก
จนน้อง ๆ ทีมงานที่นั่งทำงานอยู่ข้างนอกสะดุ้งกันทั้งออฟฟิศ เคนเหลือบเห็นเงาน้อง ๆ พนักงานที่พร้อมใจกันหันมามองที่หน้าห้องประชุม แม้จะเป็นกระจกฝ้า แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเสียงดังเกินไปแล้ว ชายหนุ่มพยายามระงับความโกรธที่เดือดพล่านอยู่ข้างใน
“อย่าคิดจะไปคนเดียวเด็ดขาดนะเอม ถ้ากูรู้ว่ามึงแอบไปตกลงอะไรกับมันลับหลังกู... กูจะเผาสัญญาเหี้ยนี่ทิ้งต่อหน้ามึงเดี๋ยวนี้แหละ”
เขาลดระดับเสียงลงมา แต่ยังคงโกรธจนหูแดงก่ำแทน
“เฮ้ยมึง พูดเหมือนไม่รู้จักกู แต่ที่กูคิดไม่ตกเพราะกูก็คิดถึงบริษัทมึงด้วยอ้ะดิ น้อง ๆ ในบริษัทมึงอีก ตอนนี้มึงใจเย็น ๆ แล้วมาช่วยกูคิดดีกว่าว่าจะเอางานมาได้ยังไง กูอยากเอาชนะไอ้แก่นั่น จ่ายเงินจ้างพวกเราแต่ไม่ได้แอ้มกูหรอก”
เอมพูดเพื่อสงบสติเพื่อนสนิท ปนแอบโกรธเล็กน้อยที่เพื่อนคิดว่าตัวเองจะยอมทอดกายให้ไอ้แก่นั่น
“มึงสิพูดเหมือนไม่รู้จักกู... กูสร้างบริษัทนี้มาเพื่อเลี้ยงน้อง ๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องเอาเพื่อนตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องสกปรกแบบนั้น”
เคนถอนหายใจยาวพลางเสยผมขึ้นอย่างลวก ๆ ความโกรธในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความเหนื่อยใจที่รู้ว่าเอมห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้ววางมือหนาลงบนไหล่ของเธอ บีบเบา ๆ ราวกับจะให้กำลังใจและยืนยันในสิ่งที่เขากำลังจะพูด
“เราเข้าใจว่าเอมอยากเอาชนะ แต่เอมจะเอาตัวเองไปเสี่ยงไม่ได้.. ถ้าเราจะเอางานนี้ เราต้องเอาชนะมันด้วยแผนที่รัดกุมกว่านี้”
เขาลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นโทนทุ้มต่ำและจริงจัง สายตาที่เคยมองอย่างกดดันเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความหวงแหนดึงดูดใจอย่างปิดไม่มิด
เคนเดินไปลากเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ เอม แทนที่จะกลับไปนั่งหัวโต๊ะเหมือนตอนประชุม
เขาหยิบปากกาขึ้นมาเคาะกับโต๊ะเป็นจังหวะขณะใช้ความคิด
“แผนกูคือ มึงไม่ต้องไปเจอแม่งคนเดียวอีกแล้ว พรุ่งนี้กูจะส่งทีมกฎหมายเข้าไปตรวจสอบเงื่อนไขที่มันอ้างว่า 'คุยกับมึงไว้' ให้แม่งรู้ไปเลยว่าทุกอย่างต้องผ่านกูคนเดียวเท่านั้น”
เขาหันมามองหน้าเธอตรง ๆ ด้วยสายตาที่จริงจังกว่าเดิม
“มึง ๆ ๆ ถ้าสมมุติเราวางยาสลบมันให้มันคิดว่าแผนมันสำเร็จแล้ว จนเซ็นงบจ้างเรา แล้วมึงค่อยเปลี่ยนทีมติดต่อจากกูเป็นคนอื่น แล้วพอมันถามหากู บอกว่ากูป่วยเป็นเอดส์ มึงว่าหน้ามันจะซีดเป็นไก่ต้มเลยป้ะวะ 5555 คิดแล้วกูสะใจว่ะ”
“มึงนี่นะ... คิดอะไรเป็นหนังแอ็กชันไปได้”
เขาส่ายหัวพลางหลุดยิ้มออกมาจนได้ ความคิดเพี้ยน ๆ ของเอม
ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเมื่อครู่สลายหายไปเกือบหมด เคนเอนหลังพิงเก้าอี้พลางมองเพื่อนสนิทที่หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปโยกหัวเธอเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
“แผนมึงแม่งโคตรเลอะเทอะเลยเอม ถ้ามันแจ้งความกลับขึ้นมามึงจะทำยังไง? แล้วเรื่องป่วยเป็นเอดส์เนี่ยนะ... มึงแช่งตัวเองทำไมวะ”
เคนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่กว้างแทบจะชนกับเธอ สายตาที่เคยมองอย่างดุ ๆ เปลี่ยนเป็นความเอ็นดูที่เขามักจะเผลอแสดงออกมาเฉพาะเวลาอยู่กันสองคนเท่านั้น
“เออ ที่มึงพูดมาก็ถูก กูยังไม่อยากโดนแจ้งความหรอก แต่แผนมึงแค่จะส่งทีมกฎหมายไปคุยเนี่ยนะ ไม่สนุกเลยอ่ะ”
เอมทำหน้าผิดหวัง
“มีอะไรที่มันพีคกว่านี้ป่ะวะ แบบว่าทำให้มันกระอักเลือดตายไปเลย อะไรแบบเนี้ย”
“มึงอยากได้ความพีคใช่ไหม? ได้... แผนกูคือเราจะดึงประวัติการทุจริตของบริษัทมันออกมาแฉเงียบ ๆ ในที่ประชุมพรุ่งนี้ ถ้ามันไม่ยอมเซ็นสัญญาขาวสะอาดกับเรา กูก็จะส่งข้อมูลนี้ไปให้คู่แข่งมันทันที”
พอได้ยินแผนของเคน หญิงสาวก็ตาเป็นประกายทันที
“โอ้โห! อย่างงี้สิถึงจะสมเป็นเพื่อนกู! แผนนี้แหละเด็ดจริง! ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องแกล้งป่วยเป็นเอดส์แล้ว”
หญิงสาวพูดพร้อมหัวเราะคิกคัก
“งั้นพรุ่งนี้กูขอไปด้วยนะ อยากเห็นหน้าไอ้แก่นั่นตอนมันหน้าเสีย! มึงว่ามันจะทำหน้ายังไงวะ?”
เคนขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อจินตนาการถึงสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้
“หน้ามันคงจะซีดยิ่งกว่าไก่ต้มที่มึงว่าอีก เตรียมดูความฉิบหายของมันได้เลย”
เขาร้องหัวเราะเบา ๆ
“นี่แหละเพื่อนรักที่เข้าใจกันจริงๆ! พรุ่งนี้กูจะแต่งตัวให้แซ่บที่สุดไปเลย เอาให้มันตาแตกไปเลย!” เอมลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
“แต่ตอนนี้เริ่มหิวแล้วอะ ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน”
เคนมองตามท่าทางบิดขี้เกียจของเอมพลางส่ายหัวเบา ๆ ความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งบ่ายดูเหมือนจะเจือจางลงไปบ้างเมื่อเห็นว่าเธอกลับมาเป็นปกติแล้ว
“เออ ไปดิ กูก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน มึงเก็บของไปหยิบกระเป๋า แล้วตามกูไปเจอกันที่รถนะ”
เขาบ่นพึมพำขณะเดินออกจากห้องประชุมไปหยิบกุญแจรถที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแล้วเดินไปกดลิฟต์โดยไม่รอเพื่อนสาวคนสนิท
แต่สายตาของเขาลอบมองร่างบางที่รีบลนลานกลัวเดินตามเขาไม่ทัน เขามองด้วยความรู้สึกเบาใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูกที่ความตึงเครียดเรื่องงานเมื่อครู่มลายหายไป
' ไอ้เคน! มึงเดินไม่รอเพื่อนเลยนะ! '
.