Beyond Friend | เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ
ตอนที่ 3 — บทที่ 3 : ลิฟต์ที่ลืมกด กับ...ใจที่ลืมเก็บ
“โอย มึงเดินไม่รอกูเลย กูเกือบไม่ทันมึงลงลิฟต์แล้วเนี่ย”
เอมบ่นพลางหอบแฮ่กด้วยความเหนื่อย
“เอ้า กูเป็นเจ้านายป้ะ”
“เอ้า แล้วกูเป็นเพื่อนมึงป้ะ” หญิงสาวตอบทันควันอย่างเอาชนะ
เคนชะงักไปทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้ายของเอม
ประตูลิฟต์เปิดออกพอดีแต่เขายังคงยืนนิ่งพลางหรี่ตามองเพื่อนตัวแสบ
ที่กำลังทำหน้าล้อเลียนอย่างหมั่นไส้ เขาเดินนำเข้าไปในลิฟต์ แล้วเอนหลังพิงผนังลิฟต์
พลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของเอมผ่านเงาสะท้อนในกระจก
เอมเดินตามเข้ามาแล้วทำท่านึกอะไรได้ พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ปิดลง
“เห้ย เคน กูว่า กูอยากกินบาบีก้อนว่ะ” เอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าตอนคุยเรื่องงานหลายเท่า
เคนหันไปมองแล้วขำลั่นลิฟต์ ไม่คิดว่าจะได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังจากเพื่อนกับเรื่องการกิน
แต่กับเรื่องที่ควรซีเรียสกลับทำเหมือนเป็นเรื่องเล่น ๆ
“โอยย ไอ้เอม มึงนี่นะ กูก็ตกใจหมด ทำเสียงจริงจังกูนึกว่าเรื่องอะไร 5555555 มึงจะกินบาบีก้อนอีกแล้ว?”
“กูไม่ได้กินนานแล้วป่าว มึงพูดเหมือนกูกินทุกวัน”
เขาหยุดขำพลางคิดทบทวน
“เออ ก็จริง กูฝังใจที่ต้องเลี้ยงบาบีก้อนมึงตั้งแต่ ม.4 มั้ง”
“เอ้ยยย ก็ตอนนั้นบ้านกูจ้นจน ก็ต้องอาศัยเพื่อนรักอย่างมึงแล้วป้ะ คิดย้อนไปก็ตลกว่ะ อยากเอาชนะใจหญิงสัส ๆ ยอมเลี้ยงข้าวกูเพื่อหญิง ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เอมพูดขำ ๆ ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้เคนลืมไปเลยว่าเขาเคยทำเป็นชอบเพื่อนของเอมอย่างบ้าคลั่งในอดีต
“กูบอกความจริงให้ป้ะ วันนั้นกูรู้อยู่แล้วปุ้ยมันจะมาเดอะมอลล์ ฮ่าาาาาาา มึงแม่งโดนกูหลอกแล้วไอ้เคน ฮ่า ๆ ๆ”
“ไอ้เอมมมมมมมม” เคนแกล้งทำโมโหแต่ก็หัวเราะสนุกไปกับเอม
“เห้ยทำไมลิฟต์มันนานจังวะ” เคนที่รู้สึกแปลก ๆ ก็พูดตัดบทขึ้นมา
“เอ้า อิเหี้ย มึงไม่กดลิฟต์ โอยกูจะบ้า ฮ่า ๆ ๆ”
เอมหัวเราะต่อเนื่องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อหันไปเห็นว่าไม่มีปุ่มไฟติดอยู่เลย
“อิเหี้ย มึงนั่นแหละ เดินตามกูเข้ามาทำไมมึงไม่กดดด”
“มึงอ่าเข้ามาก่อนทำไมไม่กดดด กูก็คิดว่ามึงกดแล้ว”
“กูเป็นเจ้านาย มึงอ้ะต้องกดให้กู ไม่งั้นกูไม่เลี้ยงมึงแล้ว บาบีก้อนอ้ะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ขอโทษค่ะคุณเจ้านาย อิชั้นจะกดให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เอมหัวเราะไปพูดไป แกมประชดประชัดหยอกล้ออย่างสนุกสนาน
บรรยากาศการสนทนาแบบนี้ที่ไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าอายุทั้งสองจะเปลี่ยนไปเป็นสิบปีแล้วก็ตาม
ประตูลิฟต์ของชั้นจอดรถเปิดออก เอมรีบเดินออกไปก่อน แล้วทำท่าทางเรียบร้อยผายมือเชิญเพื่อนสนิทออกมา
“เชิญค่ะท่านประธานกู้ ถึงชั้นจอดรถเรียบร้อยแล้วค่ะ” ยังคงทำท่าทางล้อเลียนเพื่อนอย่างสนุกสนาน
เคนเดินชูคอเล่นไปตามบทที่เอมส่งมาอย่างสนุกสนานเช่นกัน
“คนอย่างเธอต้องดูแลฉันให้ดีไปจนตาย อย่าทำงานพลาดล่ะ เข้าใจไหม”
พร้อมชี้นิ้วไปผลักหน้าผากเอมเล่น เหมือนเล่นละครสั้นแนวตั้งกันไปเรื่อยเปื่อย
แล้วก็พากันเดินหัวเราะไปตลอดจนเดินไปถึงหน้ารถของเคน
เคนกดปุ่มปลดล็อกรถจนเกิดเสียงดัง 'ติ๊ด' สะท้อนไปทั่วลานจอดรถที่เงียบสงบ
“ไป ขึ้นรถ ขำกันอยู่งี้ ไม่ได้ไปกินสักทีอ้ะ บาบีก้อนของมึงอ้ะ”
เขาเปิดประตูฝั่งคนขับค้างไว้พลางพยักหน้าให้เอมเดินไปขึ้นอีกฝั่ง
แม้คำพูดจะฟังดูห้วนตามประสาเพื่อนทั่วไป แต่เขากลับยืนรอ
จนมั่นใจว่าเธอขึ้นรถไปอย่างปลอดภัยแล้วจึงค่อยพาตัวเองเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเบา ๆ พร้อมกับที่แอร์เย็นฉ่ำเริ่มทำงาน
เคนเอื้อมมือหนาไปปรับช่องลมแอร์ให้หันไปทางฝั่งที่เธอนั่งโดยอัตโนมัติเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกครั้ง
เขาทำจนเป็นความเคยชินไปแล้ว
ขณะที่ล้อรถเริ่มบดไปกับพื้นซีเมนต์ เลี้ยวออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยแสงไฟยามเย็น
บรรยากาศในรถเงียบลงไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงเพลงสากลจังหวะนุ่มนวลที่เปิดคลอไว้เบา ๆ
เอมเอนหลังพิงเบาะพลางมองออกไปนอกกระจก ความเหนื่อยล้าจากเรื่องตึงเครียดในห้องประชุมเริ่มมลายหายไป
เหลือเพียงความสบายใจที่มีเพื่อนสนิทคนนี้อยู่ข้าง ๆ หญิงสาวขยับตัวเปลี่ยนท่า นึกถึงเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาได้
จึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“เออ พูดถึงปุ้ย มึงยังตามจีบปุ้ยอยู่อีกป้ะเนี่ย กูไม่เป็นแม่สื่อให้พวกมึงแล้วนะ กูเหนื่อยยย”