นอกบทรัก จักรพรรดิตัวร้าย
ตอนที่ 1 — บทที่ 1 เปลือย
โถงทางเดินที่ทอดยาวขนาบข้างด้วยผนังสีปูนปาดหยาบหยาบแนวลอฟท์ เหมือนจะโชว์ความดิบเถื่อนอย่างจงใจ ขัดกับท่อไฟสีเงินที่เรียงตัวเป็นระเบียบไต่จากผนังถึงเพดานสูงโปร่งโล่งเปลือย ประดับด้วยโคมไฟสีดำด้านเว้นจังหวะแสงลงตัว
ที่นี่ คือสตูดิโอ สำหรับการออดิชั่นบทนำ สำหรับโปรเจ็คภาพยนตร์ที่ร้อนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
โซฟาบุกำมะหยี่ถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ ด้วยเหล่านักแสดง นางแบบ พวกเธอราวกับมวลบุปผาที่มาอวดโฉมสะพรั่ง แข่งกันชูช่อประชันความงามเพื่อรอคอยการถูกเลือก ทุกย่างก้าวและท่วงท่าล้วนบ่งบอกว่ามาตรฐานของการคัดเลือกตัวแสดงในครั้งนี้สูงลิบลิ่ว รูปร่าง สะโอดสะองไร้ที่ติและเครื่องหน้าหน้าที่งดงามหมดจด คือสิ่งจำเป็น
ท่ามกลางทะเลใบหน้าที่สวยงามราวกับเทพปกรณัมกรีก หญิงสาวผู้มาใหม่กลับดูโดดเด่นอย่างประหลาด เธอเพิ่งได้รับซองจดหมาย ที่มีโจทย์สำหรับการออดิชันมาได้เพียงครู่ชื่อของเธอก็ถูกเรียก หญิงสาวก้าวเดินเดินตามกลุ่มนักแสดงสาวสวยคนอื่นๆ เข้าสู่ห้องคัดตัวอย่างเงียบเชียบ
ภายในห้องนั้น นอกจากผู้กำกับที่กุมชะตาชีวิตของทุกคนไว้ ยังมีชายอีกคนหนึ่งถัดจากผู้กำกับด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง
เสื้อเชิ้ตน้ำเงินเข้มสุดเนี้ยบที่อยู่บนร่างกาย เข้ารูปพอที่จะให้เห็นโครงไหล่กว้าง และจินตนาการได้ถึงมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อตัวนั้น ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีเข้ม ทั้งหมดนี้ผสมกันเป็นรังสีที่ดูนิ่ง จนกลายเป็นเย็นชา ทว่าชวนมอง
เธอเผลอมองเขาแบบตะลึงนิดๆ แล้วก็เรียกสติขึ้นมาได้ ทำเป็นมองทางอื่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขาตรงๆ ทำได้เพียงลอบมองครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบก้มลงสนใจโจทย์ในมือ ที่ทำให้หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
โจทย์บทบาทที่เธอได้รับนั้นสั้นกระชับ แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก...
"— การร้องไห้"
การหลั่งน้ำตามีร้อยพันความหมาย ทั้งเศร้าโศกเสียใจ ร้องเพราะโกรธจนตัวสั่น ร้องเพราะอับอายจนอยากมุดแผ่นดินหนี หรือแม้กระทั่งความเหนื่อยล้าที่กัดกินจนไร้เรี่ยวแรง แต่ละสถานการณ์ล้วนมีท่วงทำนองของน้ำตาที่ต่างกันออกไป และในนาทีนี้ เธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะถ่ายทอด "การร้องไห้" ออกมาอย่างไรดี...
แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แจ้งแก่ใจคือ ภาพยนตร์ที่เธอกำลังจะแคสติ้งนี้มีนิยามเดียวคือ ความร้อนแรงและเปิดเผยที่สุดเท่าที่วงการเคยมีมา นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกสั่นสะท้าน ทว่าในขณะเดียวกันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณให้นึกสู้
ไม่ว่าอย่างไร นี่คือโอกาสสำคัญในฐานะนักแสดงตัวรอง บทบาทที่เคยถูกมองข้ามและไม่เคยได้แสดงฝีมือที่ร่ำเรียนมา ความปรารถนาที่จะก้าวสู่การเป็นนักแสดงชื่อดังระดับประเทศและระดับสากลคือเดิมพันสูงลิบที่เธอไม่ยอมพลาดไปเด็ดขาด
ด้วยคอนเซปต์หนังที่รุนแรงเช่นนี้ ทำให้การหานักแสดงที่เหมาะสมกลายเป็นเรื่องยาก เมื่อบวกกับความเสี่ยงในอาชีพ ทำให้ค่าตัวของนักแสดงนำพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นระดับที่เธอไม่อาจเอื้อมถึงแม้จะทำงานหนักมาสิบปี หรือไม่กล้าแม้แต่จะฝันว่าชาตินี้จะได้ค่าตอบแทนมากมายขนาดนี้
นั่นยิ่งทำให้ความต้องการครอบครองโอกาสนี้ทวีความรุนแรงในใจ
แม้จะต้องทุ่มสุดตัว หรือแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม
"ถอดเสื้อผ้าออก"
เสียงสั่งจากผู้กำกับซู ชายผู้แต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มประจำตัวในเสื้อสีขาวและแจ็กเก็ตซาฟารีแขนกุดตัวใหญ่ ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้นักแสดงสาวสวยที่ยืนเรียงกันหน้ากระดานถึงกับมองหน้ากันด้วยความลังเล แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ทั้งหมดก็เริ่ม เปลื้องเสื้อผ้า ออกทีละชิ้น จนกระทั่ง ผิวกายเนียนละเอียด ถูกเปิดเผยสู่สายตา
ผู้กำกับซูขึ้นชื่อว่าเป็นคนมีนิสัยประหลาดและอารมณ์ร้อนซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการ เขาคร่ำหวอดมานานกว่ายี่สิบปีและปั้นนักแสดงจนโด่งดังมานับไม่ถ้วน สำหรับเขาแล้วไม่มีคำว่าเส้นสาย ต่อให้เป็นนักแสดงยอดเยี่ยมเพียงใด หากจะก้าวเข้ามาในงานของเขา ทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเท่าเทียม
หญิงสาวผู้มาใหม่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนค่อยๆ สลัดอาภรณ์ ชิ้นบางออกจากตัว บาง เผยให้เห็นเพียงชุดชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่เลือกใช้สีสันจัดจ้านอย่างสีแดง สีม่วง หรือลวดลายเสือดาวที่ยั่วยวน ชุดชั้นในของเธอกลับดูอ่อนหวานและไร้เดียงสาจนเกินไป
"ถอดรองเท้าและถุงเท้าออกด้วย"
ผู้กำกับซูพูดพลางกวาดสายตามองกลุ่มนักแสดงหญิง แววตาของเขาตรงไปตรงมาและปราศจากความลุ่มหลง ราวกับกำลังประเมินสินค้าว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่ เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยการตรวจสอบและตัดสินอย่างถี่ถ้วน
นักแสดงหญิงทั้ง 25 คน ต่างถอดรองเท้าและถุงเท้าออกโดยไม่มีใครปริปาก ยืนเท้าเปล่าบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ
นักแสดงหลายคนที่ทาเล็บเท้าสีแดงสดเริ่มมีสีหน้าประหม่า เพราะไม่คาดคิดว่าจะต้องถอดถุงเท้าโชว์เท้าเปล่า แต่พวกเธอก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว—สีทาเล็บย่อมล้างออกได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเรื่องเล็กน้อยนี้จะถูกหักคะแนนหรือไม่
"พวกเธอ พวกเธอ และพวกเธอ..." ผู้กำกับซูชี้ไปที่นักแสดงหญิงบางคนด้วยปลายนิ้ว
"พวกเธอออกไปได้แล้ว"
แม้จะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทักท้วง พวกเธอหยิบเสื้อผ้าและรองเท้าขึ้นมาสวมใส่ โค้งคำนับผู้กำกับแล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
"ถอดเสื้อผ้าที่เหลือออกให้หมด"
ทันทีที่ประตูปิดลง ผู้กำกับซูปรับขาแว่นเล็กน้อยแล้วจ้องมองกลุ่มคนที่เหลือพลางย้ำคำสั่ง
"ถอดออกให้หมด!"
หญิงสาวลอบมองผู้กำกับ แต่สายตาของเธอกลับเผลอไผลไปมองชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา
ชายคนนั้นสวมแว่นกันแดดบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เห็นเพียงสันจมูกโด่งคมและริมฝีปากบางเฉียบ เขาไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ดูเย็นชาจนน่าหวั่นใจ นิ้วมือที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นเรียวยาวและได้รูปพอๆ กับช่วงขาที่โผล่พ้นขอบโต๊ะออกมา
แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ แต่กลับแผ่ซ่านอิทธิพลบางอย่างออกมาอย่างรุนแรง นักแสดงหญิงที่ยืนอยู่เกือบทุกคนจึงเลิกสนใจผู้กำกับ แล้วเอาแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง
แต่เธอกลับเลือกที่จะก้มหน้าลง ไม่มองเขาอีกต่อไป หญิงสาวค่อยๆ ปลดบราและกางเกงชั้นในออกด้วยมือที่สั่นน้อยๆ
คนอื่นๆ ต่างโยนชุดชั้นในลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ แต่เธอกลับกังวลว่าจะดูเลอะเทอะ จึงกำมันเอาไว้ในมือแน่น...
ชุดเดรสของเธอมีรอยเปื้อนอยู่แล้ว และเธอไม่อยากให้ชุดชั้นในชิ้นโปรดต้องมาแปดเปื้อนไปด้วย
แต่ในการออดิชันครั้งนี้...
เธอได้แต่ยืนลังเล ในขณะที่ผู้สมัครคนอื่นๆ ยืนเปลือยเปล่าอย่างไร้อาการขัดเขิน
ผู้กำกับซูกวาดสายตามองไล่ตั้งแต่คนสุดท้ายมาจนถึงด้านหน้า เย่ฟู่ ยืนอยู่ในตำแหน่งที่สาม มือของเธอยังคงกำชุดชั้นในไว้แน่น นี่เป็นการออดิชันครั้งแรกของเธอ ความประหม่าและความอับอายแล่นริ้วเข้ามาจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดไปหมด
เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่า จะมีวันหนึ่งที่ตัวเองต้องมายืนเปลือยกายต่อหน้าผู้กำกับ เพียงเพื่อแลกกับโอกาสในการแสดงภาพยนตร์...
---