← สารบัญ ทะลุมิติมาเป็นน้าสาวคนงามแห่งยุค 70

ทะลุมิติมาเป็นน้าสาวคนงามแห่งยุค 70

ตอนที่ 15015

บทที่ 15 ข้อเสนอรับเลี้ยง

คุณยายโอวมองซางเป่าถงที่เด็ดถั่วฝักยาวจนเละเทะ ก็รีบแย่งถั่วฝักยาวในมือของเด็กน้อยมา

คุณยายโอวเป็นคนเสียดายของ เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงพูดกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก “ถ้าไม่อยากเด็ดผัก ก็ไปคุยกับน้าสาวของเธอเถอะ!”

ซางเป่าถงรีบหยิบถั่วฝักยาวขึ้นมาอีกฝัก ตรวจดูอย่างละเอียดว่าไม่มีรูหนอน แล้วจึงหักออกมาเป็นท่อนสั้น ๆ

เด็กน้อยเงยหน้ามองคุณยายทวด “คุณยายทวด หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ หนูอยากเด็ดผัก หนูอยากทำงาน!”

คุณยายโอวมองเหลนสาวของตัวเอง เด็กคนนี้ฉลาดและรู้ความมาตั้งแต่เล็ก ทั้งที่อายุยังน้อย แต่ก็ช่วยงานบ้านเก่งมาก

เดิมทีซางเป่าถงมีผมยาวสวยมาก แต่สะใภ้กลัวว่าจะมีเหา อีกทั้งก็ขี้เกียจดูแลเด็กคนนี้ ไม่เพียงเอาผมของเด็กไปขาย แต่ยังโกนหัวเด็กจนเกลี้ยงอีกด้วย

ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ชีวิตย่อมลำบากกว่าเด็กคนอื่นเสมอ

เด็กคนนี้น่าสงสารจริง ๆ ชวนให้ปวดใจ

เมื่อคุณยายโอวรู้สึกสงสารเด็กคนนี้ จึงอ่อนน้ำเสียงลง แล้วพูดปลอบแบบเอาใจเด็กว่า “ช่างเถอะ น้าสาวของเธออุตส่าห์มาไม่บ่อย เธอไปอยู่เป็นเพื่อนคุยกับน้าสาวเถอะ ตรงนี้ไม่ต้องช่วยแล้ว”

ซางเป่าถงแอบเหลือบมองไปทางเซวียเหม่ยเฟิ่ง คุณยายโอวก็หันไปเห็นเซวียเหม่ยเฟิ่งเช่นกัน จึงไม่มีเวลาสนใจซางเป่าถงอีก รีบเช็ดมือแล้วเตรียมเข้าไปทักทาย

“คุณย่าสะใภ้ใหญ่” เซวียเหม่ยเฟิ่งเอ่ยทักพลางเดินเข้ามา พร้อมยื่นมือจะลูบแก้มซางเป่าถง แต่กลับคว้าได้เพียงอากาศ

สีหน้าของเด็กน้อยยิ่งซีดลงกว่าเดิม

แม้แต่คุณยายโอวก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เธอมองใบหน้าซีดขาวของซางเป่าถงแล้วอดถามไม่ได้ “เป็นอะไรไป ปวดท้องหรือเปล่า”

ในชนบท อาหารการกินไม่ได้พิถีพิถันนัก อาการปวดท้องจึงเกิดขึ้นได้เป็นปกติ

“ถ้าปวดท้องก็ไปเข้าห้องน้ำสิ” เซวียเหม่ยเฟิ่งพูดด้วยท่าทางเป็นห่วง “หรือว่ารู้สึกไม่สบายตรงไหนอีก”

“หะ...หนูไม่ได้ปวดท้องค่ะ” หัวใจของเด็กน้อยเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาจากอก “หนู...หนูแค่อยากเจอน้าสาว”

ใช่แล้ว เธออยากเจอน้าสาว! ในความฝันไม่มีน้าสาว แต่ตอนนี้น้าสาวมาแล้ว เธอจะต้องไม่ถูกคนคนนี้รับไปเลี้ยงแน่นอน!

“ฉันเห็นน้าสาวของถงถงตั้งแต่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว เด็กสาวคนนั้นเป็นคนเมืองหลวงแท้ ๆ ดูยังไงก็ไม่เหมือนพวกเรา” เซวียเหม่ยเฟิ่งย่อตัวลงพูดกับซางเป่าถง

“ถงถงนะ หนูชอบน้าสาว สนิทกับน้าสาว เป็นเรื่องดี แต่หนูต้องเข้าใจว่า หนูกับน้าสาวไม่ใช่คนโลกเดียวกัน น้าสาวของหนูมีทะเบียนบ้านคนเมือง เป็นคนเมืองหลวง แถมยังมีงานดี ๆ ทำ ส่วนหนูล่ะ...”

คุณยายโอวรู้ว่าเซวียเหม่ยเฟิ่งกำลังจะพูดอะไร เธอไม่อยากให้เด็กได้ยินเรื่องพวกนี้ จึงรีบขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“จะพูดเรื่องพวกนี้กับเด็กทำไม เด็กสนิทกับน้าสาวก็เป็นเรื่องดี”

“ตอนนี้ก็เป็นเรื่องดีอยู่หรอก แต่สุดท้ายน้าสาวของถงถงก็เป็นคนเมืองหลวง พองานศพเสร็จก็คงต้องกลับแล้ว ถ้าถงถงผูกพันกับเธอมาก ถึงเวลาจากกันก็คงร้องไห้หนักแน่”

เซวียเหม่ยเฟิ่งลุกขึ้นยืน แล้วหันไปพูดกับคุณยายโอวต่อ “ฉันก็คิดเพื่อเด็กนะคะ ยิ่งตอนนี้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมากเท่าไร พอถึงเวลาจากก็ยิ่งเสียใจมากเท่านั้น จะว่าไป เด็กที่ซืออวี้ให้กำเนิดก็น่ารักจริง ๆ หน้าตาของถงถงสวยมาก มีอยู่อย่างเดียวที่ไม่ดี คือผอมไปหน่อย”

ที่จริงซางเป่าถงก็รู้ว่าน้าสาวต้องจากไปแน่นอน แต่คำพูดของเซวียเหม่ยเฟิ่งตรงเกินไป จนทำให้เธอนึกภาพตอนน้าสาวจากไปขึ้นมาได้

พอคิดถึงตรงนั้น ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอ ซางเป่าถงก้มหน้าลง ไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองร้องไห้ ปกติคุณยายโอวก็ไม่ชอบเซวียเหม่ยเฟิ่งอยู่แล้ว มู่หงปิงกับเซวียเหม่ยเฟิ่งมีทะเบียนบ้านคนเมือง ทั้งยังมีงานดี ๆ ทำ ตั้งแต่ก่อนก็ชอบดูถูกคนชนบท วันนี้ยังมาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าเด็กอายุไม่ถึงห้าขวบอีก คุณยายโอวเห็นขอบตาแดง ๆ ของเด็กน้อยเต็มตา

“พอแล้ว ๆ ฉันยังต้องเด็ดผักอีก ถงถงถึงจะผอมไปหน่อย แต่เด็กในหมู่บ้านก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น ขอแค่ไม่ป่วยก็พอ”

เซวียเหม่ยเฟิ่งเห็นว่าคุณยายโอวเริ่มไม่พอใจ ก็รู้สึกว่าไม่ดีแล้ว จึงรีบพูดถึงจุดประสงค์ของตัวเอง “คุณย่าสะใภ้ใหญ่ วันนี้ฉันมาเห็นถงถงแล้ว ก็รู้สึกว่าถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ฉันกำลังคิดว่าให้เด็กคนนี้กลับเข้าเมืองไปกับฉันและหงปิงเลย! อีกอย่าง บ้านคุณไม่ต้องออกอะไรทั้งนั้น แค่ยกเด็กให้พวกเราก็พอ ฉันกับสามีจะรับผิดชอบเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่ทุกอย่างของเธอเอง แล้วก็จะหาทางให้เธอได้เรียนหนังสือในเมืองด้วย!”

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ เธอรู้สึกว่าในเมื่อมีน้าสาวมา ทุกอย่างก็น่าจะไม่เหมือนในความฝันแล้ว แล้วทำไมยังจะมีคนมารับเธอไปเลี้ยงอีก

คุณยายโอวเองก็ตกใจเช่นกัน “เธอว่าอะไรนะ”

เซวียเหม่ยเฟิ่งมองเด็กน้อยที่เงยหน้าด้วยความตกใจ แล้วพูดว่า “คุณย่าสะใภ้ใหญ่ พวกเราค่อยคุยกันละเอียดเถอะ ให้เด็กคนนี้ออกไปเล่นก่อน”

ขอบตาของเด็กน้อยยังแดงอยู่ น้ำตาก็ยังเช็ดไม่หมด คุณยายโอวจึงใจอ่อนแล้วพูดว่า “ไปหาน้าสาวเธอเถอะ จริงสิ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ป้าเซวียพูดถูก น้าสาวของเธอคงกลับเมืองหลวงในอีกวันสองวันนี้แล้ว เธอเป็นเด็กดีหน่อย อย่าไปรบกวนน้าสาว”

เด็กน้อยถูกเซวียเหม่ยเฟิ่งผลักออกมานอกประตูบ้าน เธอยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ลมพัดวูบหนึ่งผ่านเข้ามา จนเสื้อที่ชุ่มเหงื่อติดแนบแผ่นหลัง หัวใจของเด็กน้อยเต้นแรงเหลือเกิน แทบจะทะลุออกมาจากอก

ความตื่นตระหนกทำให้เธอหมุนตัวอยู่กับที่หนึ่งรอบโดยไม่รู้ตัว

หรือว่าจะเข้าใจผิด น้าสาวก็มาแล้ว แล้วทำไมเธอถึงยังจะถูกคนอื่นรับไปเลี้ยงอีก ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างไม่เหมือนในความฝันแล้วแท้ ๆ!

เป็นไปได้ยังไง เด็กน้อยพึมพำกับตัวเอง พลางกัดเล็บอย่างกระวนกระวาย หรือว่าจะเข้าใจผิดจริง ๆ

เมื่อคิดเช่นนั้น ซางเป่าถงก็เหมือนได้รับกำลังใจขึ้นมาอีกนิด บางทีเมื่อครู่อาจฟังผิดก็ได้

ต้องฟังผิดแน่ ๆ! เด็กน้อยพยักหน้า เธอมองประตูบ้านที่ปิดสนิท ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแนบหูเข้ากับบานประตู เสียงสนทนาเบา ๆ ลอยเข้ามาในหูของเธอ

เซวียเหม่ยเฟิ่งพูดว่า “คุณย่าสะใภ้ใหญ่ เรื่องของหลงหลงที่บ้านฉัน คุณก็รู้อยู่แล้ว สมองของเขาไม่ค่อยดี เด็กในละแวกบ้านไม่มีใครยอมเล่นกับเขา บางครั้งฉันยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็ปวดใจเหลือเกิน รู้สึกว่าหลงหลงของบ้านเราน่าสงสารจริง ๆ”