← สารบัญ ทะลุมิติมาเป็นน้าสาวคนงามแห่งยุค 70

ทะลุมิติมาเป็นน้าสาวคนงามแห่งยุค 70

ตอนที่ 17017

บทที่ 17 ตัดสินใจพาหลานกลับเมืองหลวง

ไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อก่อนแม่เคยบอกไว้แล้ว ให้เธอเชื่อฟังคุณตาทวดกับคุณยายทวด ห้ามสร้างภาระให้คนอื่น แม่จัดการไว้แล้วว่าให้เธออยู่กับคุณตาทวดและคุณยายทวด ถ้าตามน้าไป ก็ต้องกลายเป็นภาระของน้าแน่นอน

จริงสิ น้าไปหาป้าฟ่านเยว่มาแล้ว ป้าฟ่านเยว่มีจดหมายที่แม่ทิ้งไว้ ในจดหมายต้องเขียนเรื่องการจัดการของแม่ไว้อย่างละเอียดแน่ ๆ เพราะแม่เป็นคนรอบคอบมาตลอด ที่น้าขมวดคิ้ว เป็นเพราะจับได้ว่าเธอโกหก เลยคิดว่าเธอเป็นเด็กไม่ดีใช่ไหม?

ซางเป่าถงรู้สึกอึดอัดในอกจนแทบหายใจไม่ออก ต้องเป็นแบบนั้นแน่ น้าจับได้ว่าเธอโกหก หลอกน้า เธอไม่ใช่เด็กดีแล้ว! น้ำตาเม็ดโตของเด็กน้อยไหลลงมาไม่หยุด

เธอชอบน้ามากจริง ๆ เพียงคิดว่าน้าอาจไม่ชอบเธอแล้ว หัวใจก็ปวดจนแทบทนไม่ไหว

ซางอวิ๋นเหยาเพียงแค่เหม่อไปชั่วครู่ พอได้สติกลับมาก็เห็นเด็กน้อยร้องไห้หนักจนแทบจะหายใจไม่ทัน

เธอตกใจ รีบลูบอกปลอบเด็กทันที พร้อมให้คำมั่นอย่างไม่ลังเล

“ได้สิ ได้เลย ถ้าเธออยากไปกับน้า น้าจะพาเธอกลับเมืองหลวง!”

เมื่อได้ยินคำพูดของน้า ซางเป่าถงก็หยุดร้องไห้ ใช้ดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้มองน้าอย่างหวาด ๆ

“จริงเหรอคะ? น้ายอมเลี้ยงหนูจริง ๆ เหรอคะ?”

แต่ไม่นานเด็กน้อยก็รีบส่ายหน้ารัว ๆ “แม่ไม่ได้สั่งไว้แบบนั้น เมื่อกี้หนูโกหกน้าเอง น้าไม่ต้องเลี้ยงหนูก็ได้” เห็นสภาพน่าเวทนาของเด็ก ซางอวิ๋นเหยาก็ถอนหายใจ ก่อนดึงเธอเข้ามากอด

“งั้นก็ไปอยู่กับน้าเถอะ น้ามีกินเท่าไร เธอก็มีกินเท่านั้น แต่ไปอยู่กับน้า อาจต้องลำบากบ้างนะ”

ในยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารมีอยู่เต็มไปหมด ซางอวิ๋นเหยาเคยได้ยินผู้ปกครองบ่นว่าเลี้ยงลูกแพงมาก จนเรียกเด็ก ๆ ว่าเป็นตัวดูดเงินสี่ขา

ตอนนี้เธอมีเงินอยู่สองร้อยหยวน หากเทียบกับยุคหลัง ก็น่าจะมีอำนาจซื้อประมาณสองหมื่นหยวน

เงินจำนวนนี้ไม่ได้มากนัก อีกทั้งยังต้องจัดการเรื่องทะเบียนบ้านของเด็ก ต้องหาทางฝากฝังกับผู้บริหารโรงงาน เพื่อให้เด็กเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลของโรงงานได้ หลังจากนั้นจะเหลือเงินอีกเท่าไร? จะพอเลี้ยงเด็กหรือเปล่า? ซางอวิ๋นเหยาเองก็ไม่แน่ใจ แต่เด็กน้อยคนนี้คือญาติเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ เธอจะต้องเลี้ยงเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด

น้าจะเลี้ยงเธอจริง ๆ เหรอ? ความดีใจมหาศาลถาโถมเข้าใส่ซางเป่าถง ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายขึ้นทันที พยักหน้ารัวเหมือนไก่จิกเมล็ดข้าว “น้าคะ หนูไม่กลัวลำบาก!”

เห็นเด็กกลับมายิ้มได้ ซางอวิ๋นเหยาก็เลิกกังวลเรื่องความลำบากในการเลี้ยงเด็ก ลำบากหน่อยก็ช่างเถอะ

เพราะเด็กน้อยคนนี้คือญาติที่สนิทที่สุดของเธอในโลกใบนี้

เมื่อนึกว่าต่อจากนี้จะมีญาติคอยอยู่เป็นเพื่อนอีกคน ซางอวิ๋นเหยาก็อารมณ์ดี เธอยกมือลูบศีรษะเด็กน้อย “หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ น้าจะคุยเรื่องนี้กับคุณตาทวดและคุณยายทวดของเธอ ว่าแต่ ตอนที่เธอวิ่งมาหาน้าเมื่อกี้ ร้องไห้หนักมาก มีใครรังแกเธอหรือเปล่า?”

ซางอวิ๋นเหยายังจำภาพที่เด็กน้อยร้องไห้วิ่งมาหาเธอได้ ซางเป่าถงตอบเสียงเบา

“ญาติของคุณตาทวดอยากรับหนูไปเลี้ยง แต่หนูไม่อยากไปกับพวกเขา หนูอยากไปกับน้า”

ซางอวิ๋นเหยาชะงักไป ไม่คิดว่าจะมีคนมาแย่งตัวหลานกับเธอด้วย ซางเป่าถงกลัวเหลือเกินว่าน้าจะไม่รับเลี้ยง จึงโผเข้ากอดน้าแน่น จนแทบชนซางอวิ๋นเหยาหงายหลัง

“หนูจะไปกับน้า หนูจะไปกับน้า!” เด็กน้อยพูดอย่างร้อนใจ “แม่บอกว่าคุณตาดี คุณยายดี แล้วก็น้าก็ดี หนูอยากอยู่กับน้าเท่านั้น” ซางเป่าถงร้อนใจจนแทบกระโดดอยู่กับที่

ซางอวิ๋นเหยาจึงรีบพูดว่า “ได้ ๆ ๆ น้าแค่ถามให้รู้เรื่องเท่านั้นเอง ไปกับน้า อยู่กับน้านะ!”

.....................................................................

คุณตาของครอบครัวมู่เป็นคนชอบอู้งานมาตลอด ตลอดทั้งปีที่ลงทำนา คะแนนสะสมจากการทำงานของเขาแทบไม่เคยได้เต็มเลยสักครั้ง

วันนี้เป็นงานศพของซางซืออวี้ เขาจึงถือโอกาสอู้งานได้อย่างเปิดเผย ถือไปป์ยาสูบเดินไปเดินมาทั่วงาน

แล้วการเดินไปเดินมาครั้งนี้ก็ทำให้เขาได้ยินเรื่องที่ซางอวิ๋นเหยาจะรับเลี้ยงซางเป่าถง เขาจึงยิ่งเดินเบาลง ตั้งใจฟังบทสนทนาของทั้งสองต่อ

ไม่นาน คุณตาของครอบครัวมู่ก็สรุปข้อมูลได้ดังนี้ มู่หงปิงกับเซวียเหม่ยเฟิ่งอยากรับซางเป่าถงไปเลี้ยง

ซางอวิ๋นเหยาก็อยากรับซางเป่าถงไปเลี้ยง ส่วนซางเป่าถงเองก็อยากไปอยู่กับซางอวิ๋นเหยา

แต่เดิมซางซืออวี้ฝากลูกไว้ให้ครอบครัวมู่เลี้ยง พร้อมทิ้งเงินไว้ด้วย แล้วสุดท้ายเด็กคนนี้ควรอยู่กับบ้านไหนกันแน่?

คุณตาของครอบครัวมู่ครุ่นคิดอยู่ในใจ เดิมทีคิดจะกลับไปบอกภรรยาทันที แต่ปรากฏว่าคุณยายยกอาหารมาแล้ว ถึงเวลาเริ่มกินข้าวพอดี

ดวงตาของคุณตาเป็นประกาย เขาเหน็บไปป์ยาสูบไว้ด้านหลัง ก่อนคิดว่า เรื่องไหนก็ไม่สำคัญเท่ากินข้าว รอกินอิ่มก่อนแล้วค่อยว่ากัน ซางซืออวี้เป็นคนแรกของหมู่บ้านที่เลือกการฌาปนกิจศพ

หัวหน้าหมู่บ้าน เลขาธิการหมู่บ้าน รวมถึงผู้นำกองการผลิต ต่างกล่าวชื่นชมครอบครัวมู่อย่างเต็มที่ ที่ให้ความร่วมมือเป็นตัวอย่างในการสนับสนุนนโยบายของรัฐ

ท่าทีของผู้นำหมู่บ้านก็คือทิศทางของคนทั้งหมู่บ้าน นอกจากเยาวชนที่ลงชนบทจะมาร่วมงานกันครบแล้ว ชาวบ้านกว่าครึ่งหมู่บ้านก็มาร่วมงานด้วย อีกทั้งยังให้เงินช่วยงานมากกว่าปกติเล็กน้อย

ครอบครัวมู่ได้รับเงินช่วยงานจำนวนไม่น้อย ดังนั้นอาหารมื้อนี้จึงจัดเต็มอย่างยิ่ง

วุ้นเส้นตุ๋นหมูใส่หมูสามชั้นหั่นบางกว่าร้อยชิ้น น้ำแกงมีมันหมูเคี่ยวจนหอมเข้มข้น นุ่มอร่อยจนใครกินก็ต้องยกนิ้วให้ ไก่ตุ๋นเลือกใช้ไก่ตัวผู้แข็งแรง มันฝรั่งลูกเล็กตุ๋นรวมกับเนื้อไก่ เติมเครื่องเทศนานาชนิด กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วลานตากข้าว ถั่วฝักยาวผัดมะเขือยาวก็ใช้น้ำมันหมูผัด โดยนำมะเขือยาวกับถั่วฝักยาวไปนึ่งให้สุกก่อน ช่วยประหยัดน้ำมัน แล้วค่อยนำมาผัดไฟแรง เติมกระเทียมสับลงไป หอมจนเกินบรรยาย แตงกวาผัดไข่ มะเขือเทศคลุก...

ชาวบ้านกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนซางอวิ๋นเหยาก็คีบอาหารเข้าปากไม่หยุดเช่นกัน

อาหารที่ปรุงจากเตาฟืนในชนบทอร่อยกว่ากับข้าวในโรงอาหารที่อยู่ในความทรงจำของเธอมาก

แม้โรงงานรีดเหล็กเจี่ยฟ่างในเมืองหลวงจะมีผลประกอบการดีและสวัสดิการเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงอาหารจะใช้น้ำมันอย่างใจกว้าง อาหารหม้อใหญ่ในโรงอาหาร แค่กินให้อิ่มก็ถือว่าดีแล้ว