Kid-cat logoKid-cat.com
หน้าหลักคลังนิยายชั้นหนังสือเหรียญ
/
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
Kid-cat logoKid-cat.com
เข้าสู่ระบบสมัคร
หน้าหลัก
คลังนิยาย
ชั้นหนังสือ
เหรียญ
Kid-catKid-cat.com

นิยายเสียงและนิยายอ่าน สำหรับคนไทย ฟังสบาย อ่านเพลิน ทุกวัย

เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับเราอยากเป็นนักเขียน📘 คู่มือนักเขียนบทความ

ช่วยเหลือ

📖 วิธีใช้งานคำถามที่พบบ่อย📨 แจ้งปัญหา

ข้อกำหนด

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้งานนโยบายลิขสิทธิ์⚖️ แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์
© 2569 Kid-cat · ภาษาไทย
LINE
← สารบัญ ซ่งเว่ย ตัวแม่แห่งชนบท ยุค70

ซ่งเว่ย ตัวแม่แห่งชนบท ยุค70

ตอนที่ 2 — บทที่ 2 ล้างมลทินให้ตัวเอง

บทที่ 2 ล้างมลทินให้ตัวเอง

สิ่งที่ซ่งเว่ยพูดล้วนเป็นความจริง เพราะหลัวเย่เฉิง เธอกับเจียงเสี่ยวว่านจึงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนถึงขั้นผลักกันไปมาที่ริมแม่น้ำ สุดท้ายเธอพลาดลื่นตกลงไปในน้ำ

น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย “ใครกันนะที่ปล่อยข่าวลือนี้แบบนี้?

พวกคุณก็เห็นร่องรอยตรงจุดเกิดเหตุแล้วไม่ใช่เหรอ รอยของคนลื่นตกน้ำกับรอยของคนตั้งใจกระโดดลงไปมันไม่เหมือนกันเลยสักนิด ถ้าใช้สมองคิดดีๆก็จะเข้าใจง่ายๆเลย”

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าป้าๆบนเกวียนก็มองหน้ากันทันที

“จริงสิ! ตอนเจียงเสี่ยวว่านวิ่งไปขอความช่วยเหลือ คนแรกที่ไปถึงคือคุรยายหนิวไม่ใช่หรือ?”

“ใช่แล้ว! ตอนนั้นเธอตะโกนว่าซ่งเว่ย กระโดดน้ำเพราะหลัวเย่เฉิง พวกเราถึงได้เข้าใจแบบนั้น”

หลิวกุ้ยเฟินรีบแย้ง “เหลวไหล! แม่สามีฉันไม่เคยพูดแบบนั้นนะ!”

ซ่งเว่ยหัวเราะเยาะอยู่ในใจ โง่แล้วยังอวดฉลาดอีก

คุณยายหนิวคือหญิงชราคนเดียวกับที่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับเจ้าของร่างเดิมหลังจากลงมาชนบทได้ไม่นาน

ส่วนหลิวกุ้ยเฟินก็เป็นลูกสะใภ้ของเธอ

ดูท่าความแค้นเก่าจะยังไม่จางหาย ถึงได้สร้างเรื่องใส่ร้ายเธอแบบนี้สินะ

ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ แต่เมื่อคิดถึงพฤติกรรมที่ซ่งเว่ยไล่ตามหลัวเย่เฉิงในอดีต ก็อดคิดไม่ได้ว่า... ชื่อเสียงของเธอเองก็ไม่ได้ดีอยู่แล้ว

ซ่งเว่ยยิ้มขมขื่น “ที่ฉันตามหลัวเย่เฉิงมาตลอด ฉันก็มีเหตุผลเหมือนกันนะ”

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันมาสนใจทันที เธอสูดหายใจลึกๆ ก่อนพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“ฉันกับหลัวเย่เฉิงโตมาด้วยกัน ครอบครัวเขาลำบากกว่าครอบครัวฉันมาก ตอนเขาจะย้ายไปต่างถิ่น

เขาบอกว่าจะดูแลฉันในอนาคต ขอแค่ให้ฉันช่วยสนับสนุนเขาก็พอ”

“หลังจากนั้นเขาก็ส่งจดหมายมาบอกว่าชีวิตเขาลำบากแค่ไหน ฉันสงสาร เลยส่งเงินกับตั๋วต่าง ๆ ไปให้เรื่อย ๆ”

“พวกคุณลองคิดดูสิ ฉันให้เขาไปตั้งมากมาย ถ้าไม่ตามทวง แล้วฉันจะได้ของพวกนั้นคืนหรือ?”

ทุกคนเบิกตากว้างทันที เรื่องนี้ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลย

ซ่งเว่ยก้มหน้าลงคล้ายคนเสียใจ “ถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน แล้วทำไมถึงรับเงินกับตั๋วของฉันไว้ทั้งหมดล่ะ?”

“ในนั้นมีตั๋วจักรยานด้วยนะ” ทันทีที่ได้ยินคำว่า “ตั๋วจักรยาน” ทุกคนก็สูดลมหายใจเฮือก

สมัยนี้ตั๋วต่าง ๆ มีค่ามากอยู่แล้ว แต่ตั๋วจักรยานยิ่งหายากยิ่งกว่า

ทั้งกองผลิตผิงอันมีจักรยานแค่ไม่กี่คัน และส่วนใหญ่ก็เป็นของมือสอง

แม้แต่ตั๋วจักรยานของจริงหลายคนยังไม่เคยเห็นมันเลยด้วยซ้ำ

“หลัวเย่เฉิงทำแบบนี้ได้ยังไงกัน?”

“ใช่สิ รับของคนอื่นมาตั้งมากมายได้อย่างไร?”

ทุกคนเริ่มไม่พอใจหลัวเย่เฉิงแทนเธอ ส่วนซ่งเว่ยในสายตาพวกเขา กลับกลายเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาที่ถูกหลอกใช้

หลี่จวนถึงกับอ้าปากค้าง “หลัวเย่เฉิงนี่เกินไปจริง ๆ”

หลิวกุ้ยเฟินยังคงไม่เชื่อเรื่องนี้

“ใครจะไปรู้ว่าเธอพูดจริงหรือเปล่า ฉันไม่คิดว่าหลัวเย่เฉิงจะเป็นคนแบบนั้นหรอกนะ”

ไม่ใช่เพราะว่าเธอชื่นชมหลัวเย่เฉิงหรืออะไรหรอกนะ เธอก็แค่ไม่ชอบซ่งเว่ยได้เปรียบก็เท่านั้น

ซ่งเว่ยยกมุมปากขึ้น “ฉันมีหลักฐานนะ”

“ทั้งจดหมายที่เขาส่งมา และใบรับรองเรื่องตั๋วจักรยานก็ยังอยู่ครบ”

ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลัวเย่เฉิงรู้ว่าทางบ้านเธอมีตั๋วจักรยาน จึงรีบเขียนจดหมายมาขอทันที

ซ่งเว่ยรู้ดีว่าป้า ๆ เหล่านี้คือศูนย์กลางข่าวสารของหมู่บ้าน เรื่องที่เธอพูดวันนี้ อีกไม่นานคงแพร่ไปทั่วผิงอัน

เมื่อถึงตอนนั้น เธอก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเลิกตามตื๊อหลัวเย่เฉิง และเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายตีตัวออกห่างอย่างเปิดเผย

เหล่าป้าๆทั้งหลายก็ยิ่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติ

ในสายตาของพวกเธอ ซ่งเว่ยไม่ใช่หญิงสาวโง่เขลาที่คิดสั้นเพราะความรักอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกลายเป็นเหยื่อที่0ถูกหลอกใช้ต่างหาก

แน่นอน... เธอยังคงโง่อยู่บ้างประปรายล่ะนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมยกตั๋วจักรยานให้คนอื่นง่าย ๆ แบบนั้นหรอก

ระหว่างทางกลับ หมู่บ้านเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบนินทาไม่ขาดสาย

ถนนขรุขระจนเกวียนสั่นสะเทือนตลอดเวลา ซ่งเว่ยรู้สึกเหมือนเครื่องในจะทะลักออกมาให้ได้ แต่แปลกเธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด เธอชอบชีวิตเรียบง่ายแบบนี้จริงๆ

ชีวิตที่ไม่มีสัตว์กลายพันธุ์ ไม่มีการแย่งชิงทรัพยากร ไม่มีแผนร้ายหรือการนองเลือด

มีเพียงเรื่องชาวบ้านกับการซุปซิบนินทาสารพัด แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่เธอถนัดที่สุด

ไม่นานเธอก็กลมกลืนเข้ากับกลุ่มป้า ๆ ได้อย่างแนบเนียน บางครั้งยังช่วยเสริมความคิดเห็นจนวงสนทนายิ่งคึกคักไปกว่าเดิมอีกด้วย

หลี่จวนมองเธอด้วยความงุนงง เธอแทบไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเอง ว่าหญิงสาวที่เคยเงียบขรึมและเอาแต่เสียใจเพราะความรัก ตอนนี้กลับกำลังนั่งแทะเมล็ดฟักทองอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมร่วมวงนินทาชาวบ้านอย่างสนุกสนาน

นี่มันคนละคนกันชัด ๆ

เมื่อเกวียนมาถึงที่หมู่บ้าน ทุกคนก็ยังคุยกันไม่จบเลยด้วยซ้ำ

ซ่งเว่ยจับมือป้าหม่าไว้แน่น ดวงตาเธอเป็นประกาย “ป้าคะ หนูไม่เคยคิดเลยว่าพพวกเราจะเข้ากันได้ดีขนาดนี้

คราวหน้าถ้ามีเรื่องคุยกันอีก อย่าลืมเรียกหนูด้วยนะ”

ป้าหม่าหัวเราะจนตาหยี “ได้เลยลูก ถ้ามีใครปล่อยข่าวลือเรื่องหนูกับหลัวเย่เฉิงอีก ป้าจะช่วยจัดการให้เองวางใจได้”

ซ่งเว่ยมองป้าหม่าด้วยความซาบซึ้งเธอทำท่าทางน่าสงสารแล้วพุดว่า ขอบคุณนะคะป้า ป้าใจดีกับหนูที่สุดเลยค่ะ

หลังส่งป้า ๆ กลับบ้านแล้ว ซ่งเว่ยกับหลี่จวนจึงเดินไปยังบ้านพักเยาวชนผู้มีการศึกษา

ระหว่างทาง หลี่จวนก็อดถามไม่ได้

“ซ่งเว่ย เธอทำได้ยังไงกัน?”

ปกติชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบเยาวชนที่ถูกส่งมาจากเมือง เพราะพวกเขามองว่าคนพวกนี้อ่อนแอ

ทำงานไม่เป็น และเป็นภาระ โดยเฉพาะซ่งเว่ยที่ทั้งผอมและดูบอบบางแบบนี้ ยิ่งไม่เป็นที่ชื่นชอบเลยล่ะ

แต่วันนี้ เธอกลับเข้ากับชาวบ้านได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย อย่างน่าเหลือเชื่อ

ซ่งเว่ยยิ้ม “ก็แค่คุยเป็นเพื่อนพวกเขาเท่านั้นเอง”

เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านเยาวชนผู้มีการศึกษา คนส่วนใหญ่ยังออกไปทำงาน เหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่บ้านพักเพื่อทำอาหาร

พอเห็นเธอกลับมา อีกฝ่ายก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดชันทันที “อ้าว ซ่งเว่ย กลับมาแล้วหรือ”

ซ่งเว่ยมองอีกฝ่ายเพียงแวบเดียว ก่อนเดินเข้าห้องของตัวเองโดยไม่พูดอะไรสักคำ

บ้านพักของกลุ่มเยาวชนนี้เป็นบ้านดินหลังเล็ก ๆ ที่หมู่บ้านดัดแปลงให้พวกเขาอาศัยอยู่

แต่ละห้องมีพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร และไม่ได้อยู่ฟรี

ใครอยากมีห้องส่วนตัวก็ต้องจ่ายเงินสิบหยวน ส่วนคนที่ไม่จ่ายก็ต้องนอนรวมกันในห้องใหญ่

โชคดีที่ซ่งเว่ยมีห้องเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง

เธอเปิดประตู เดินไปหยิบห่อเงินบนโต๊ะ ก่อนนับเงินออกมาหนึ่งหยวนสองเหมา

จากนั้นก็ออกมาหาหลี่จวน “ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ”

“หนึ่งหยวนนี้เป็นค่าหมอ ส่วนอีกสองเหมา ถือว่าเป็นน้ำใจที่ช่วยดูแลฉันก่อนหน้านี้”

หลี่จวนตกใจเมื่อเห็นเงินในมือ

“ไม่...ไม่ต้องหรอก พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ ควรช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”

ซ่งเว่ยส่ายหน้า รับไว้เถอะ “ไม่มีใครติดหนี้ใครโดยไม่มีเหตุผลหรอก”

เธอไม่เคยคิดว่าความช่วยเหลือของคนอื่นเป็นสิ่งที่สมควรได้รับอยู่แล้ว

ต่อให้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ เธอก็พร้อมตอบแทนกลับเสมอ

อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-21cc497a/2

← ตอนก่อนหน้าตอนถัดไป →

เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้

S3088S3088 ✓ดูผลงานทั้งหมดของนักเขียน →+ ติดตามนักแต่ง

คุยหลังตอนนี้

ดูทั้งหมด →

ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย