ปาฏิหาริย์รักข้ามเวลา เป็นคุณเเม่ซุปตาร์พร้อมสามีสุดฮอต
ตอนที่ 15 — บทที่ 15
ในสภาพแวดล้อมอันมืดสลัว สัมผัสรับรู้ของคนเราจะฉับไวช่างสังเกตยิ่งกว่าตอนกลางวัน กลิ่นอายบนตัวเขา ความรู้สึกอบอุ่นยามแผงอกแนบชิดแผ่นหลัง ตลอดจนเสียงลมหายใจของเขา เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสลมหายใจอันอบอุ่นที่พัดโชยอยู่ข้างหู ชวนให้รู้สึกสยิวพร่าราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
ร่างกายของเธอเกร็งตึง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเคลื่อนไหวเลยสักนิด
เธอคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเขาจะโอบกอดเธอ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาวางตัวให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกันมาโดยตลอด
เธอไม่มีการเตรียมใจไว้เลยสักนิด ยามปกติเวลาต้องเผชิญหน้ากับเขาก็ทำตัวไม่ถูกมากพออยู่แล้ว
แล้วยามนี้... ควรจะทำอย่างไรดีเล่ะ?
เธอรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นระรัวราวกับตีรัวกลอง หลังจากร่างกายเกร็งตึงไปครู่ใหญ่ ถึงหาเสียงของตัวเองเจอ เอ่ยถามออกไปอย่างติดๆ ขัดๆ "ฉัน... ฉันจะไปดื่มน้ำค่ะ"
เป็นเพียงข้ออ้างที่หยิบยกขึ้นมาลอยๆ เพื่อตั้งใจจะสยบความประหม่าทำตัวไม่ถูกของตัวเองโดยเร็ว
เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วค่อยๆ ปล่อยมือออก จากนั้นเสียง ก๊อก ก็ดังขึ้น แสงไฟพลันสว่างวาบ
แตกต่างจากเธอที่ร่างกายเกร็งตึงและทำตัวไม่ถูก เขากลับดูสงบเยือกเย็นยิ่งนัก พลิกตัวลงจากเตียงแล้วพูดกับเธอว่า "ผมไปรินให้เองครับ"
เขาเดินออกไปตั้งนานแล้ว ทว่าเธอกลับยังไม่อาจหลุดพ้นจากความรู้สึกตึงเครียดนี้ได้ คล้ายกับกลิ่นอายและอุณหภูมิอันอบอุ่นของเขายังคงตกค้างอยู่ข้างกาย ราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็นที่เข้ามากระหน่ำโอบล้อมตัวเธอเอาไว้
เธอนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงพยายามสยบอัตราการเต้นของหัวใจ เธอเอียงหน้ามองไปข้างๆ เสี่ยวหยวนถูกอุ้มไปนอนอีกฝั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขากำลังหลับสนิท ทว่าการที่เขานอนขดตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมเตียง ดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมไว้คนเดียว ชวนให้ดูน่าสงสารจับใจนิดหน่อย
ผ่านไปไม่นานเขาก็เดินกลับเข้ามา วางแก้วน้ำไว้บนตู้หัวเตียง แล้วนั่งลงข้างเตียง ในระยะที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับเธอ
เธอยกแก้วน้ำขึ้นมา เอ่ยขอบคุณเขาคำหนึ่ง แล้วกึ๊บๆ ดื่มน้ำลงไป ตลอดกระบวนการไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับเขาเลยสักสายตา
"คุณกำลังกลัวผมเหรอครับ?"
หลินชิงชิงไม่ได้มองเขา ทำเพียงสั่นหัว
"เมื่อครู่นี้คุณฝันร้าย ผมกลัวคุณทำลูกตกใจ ก็เลยโอบกอดคุณไว้ ทำแบบนั้นน่าจะดีขึ้นนิดหน่อยครับ"
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
"ฉันทำตัวเสียมารยาทไปใช่ไหมคะ?" แม้เขาจะเอ่ยคำขอโทษ ทว่าในน้ำเสียงกลับแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม เผยให้เห็นถึงอารมณ์อันเบิกบานสำราญใจ
"เปล่าค่ะ" หลินชิงชิงขานรับเสียงเบา
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินไปอีกฝั่งของเตียง ขยับตัวเสี่ยวหยวนเข้ามาตรงกลางนิดหน่อย เพื่อให้เสี่ยวหยวนใช้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ จากนั้นเขาก็ดึงผ้าห่มอีกผืนขึ้นมาซุกตัวนอนลง แล้วพูดกับเธอว่า "นอนเถอะครับ ราตรีสวัสดิ์"
หลินชิงชิงจึงล้มตัวลงนอนบนเตียง เขากดสวิตช์ปิดไฟ เพียงครู่เดียวรอบกายก็พลัน ตกอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง
ความรู้สึกตึงเครียดนั้นคงอยู่นานตราบเท่าที่ไม่ยอมเลือนหาย หลินชิงชิงโอบกอดเสี่ยวหยวนไว้ถึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็หลับสนิทไปโดยไม่รู้ตัว
ยามที่หลินชิงชิงตื่นขึ้นมา อี้เซ่อเยียนและเสี่ยวหยวนยังไม่ตื่น เธอยังคงนอนอยู่ข้างๆ เสี่ยวหยวน ส่วนอี้เซ่อเยียนก็นอนห่างจากเธอไปโดยมีเสี่ยวหยวนคั่นกลางไว้
เขานอนหลับอยู่อย่างสงบ ดวงตาสองข้างปิดสนิท แตกต่างจากรังสีอำนาจกดทับที่แผ่ออกมายามปกติ ยามหลับไหลเขากลับดูสงบเยือกเย็นยิ่งนัก เสี่ยวหยวนที่นอนอยู่ข้างๆ เขานอนดิ้นท่าทางสะเปะสะปะ พอเธอมองไป กลับเห็นเขายกเท้าเตะผ้าห่มออก มือน้อยๆ อวบๆ ขยี้ท้องตัวเองปะปนกันไปหมด
น่ารักจังเลย
ภายในใจของหลินชิงชิงเต็มไปด้วยความรู้สึกพึงพอใจ เธอรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด เดินเข้าไปห่มผ้าให้เจ้าตัวเล็ก แล้วหอมแก้มเนียนนุ่มของเขาไปทีหนึ่ง พอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลายามหลับสนิทของชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ นึกถึงอ้อมกอดเมื่อคืนนี้ ใบหน้าก็พลันแดงระเรื่อ รีบก้าวเท้าเดินออกไปทันที
ยามที่สองพ่อลูกเดินลงมาจากชั้นบน หลินชิงชิงก็จัดเตรียมอาหารเช้าเสร็จสรรพแล้ว อี้เซ่อเยียนเห็นเธอกำลังกุลีกุจออยู่หน้าโต๊ะอาหารก็อึ้งไป นิ่งยืนอยู่นานหลายวินาทีถึงตั้งสติได้ แล้วเอ่ยทักทายเธออย่างเป็นธรรมชาติ "อรุณสวัสดิ์ครับ"
หลินชิงชิงเพราะอ้อมกอดเมื่อคืนนี้ ยามเห็นหน้าเขาจึงยังมีความรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง ทว่าพอเห็นท่าทางเป็นธรรมชาติของเขา เธอจึงตอบรับกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติเช่นกัน "อรุณสวัสดิ์ค่ะ"
เสี่ยวหยวนมีความสุขมาก เดินมาข้างโต๊ะอาหารจ้องมองอาหารเช้าอันอุดมสมบูรณ์ด้วยดวงตาเป็นประกาย "ทั้งหมดนี้คุณแม่เป็นคนทำเหรอครับ?"
หลินชิงชิงพยักหน้า เจ้าตัวเล็กรีบหั่นไข่ดาวทานคำหนึ่ง พอกินเสร็จก็รีบยกนิ้วโป้งให้เธอทันที "อร่อยมากเลยครับ คุณแม่เก่งที่สุด"
ได้รับการชมจากลูกชาย หลินชิงชิงก็มีความสุขมาก เธอหันไปมองอี้เซ่อเยียน ยามนี้เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารเริ่มทานขนมปังแล้ว หลินชิงชิงจึงลองเอ่ยถาม "ถูกปากไหมคะ?"
"อืม อร่อยครับ" น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยคำชมเชย
หลินชิงชิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ทานอาหารเสร็จ สองพ่อลูกก็เดินทางออกจากบ้าน หลินชิงชิงขึ้นไปหมกตัวแก้งานเพลงในห้องทำงานครู่หนึ่ง ยามเดินลงมาเทน้ำกลับเห็นอี้เซ่อเยียนกำลังนั่งอยู่ห้องรับแขก ในมือถือเอกสารสองสามฉบับกำลังเปิดดูอยู่
หลินชิงชิงอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ "คุณไม่ได้ไปบริษัทเหรอคะ?"
เขายกหัวขึ้นมองเธอ ตอบอย่างไม่ใส่ใจ "บริษัทไม่มีงานอะไร ก็เลยกลับมาครับ"
"..."
บริษัทไม่มีงานอะไรเหรอ? หลินชิงชิงนึกไปถึงเรื่องโรงงานเหล้าที่มีปัญหาที่คุณแม่ของอี้เซ่อเยียนพูดถึงคราวนั้น รวมถึงท่าทีเข้มงวดและกดดันที่เขาแสดงต่อลูกน้องในบริษัทตอนที่เธอไปรับเขาคราวนั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนไม่มีงานทำสักนิด
ทว่าหลินชิงชิงก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เธอแอบมองเอกสารในมือเขาโดยไม่ตั้งใจ กลับเห็นเอกสารสองสามฉบับดูเหมือนจะเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ทนายความร่างขึ้นมา เธอพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงถามว่า "คุณยังจำพี่หลงได้ไหมคะ?"
"อืม"
"คดีที่พี่หลงถูกจับกุมเมื่อคราวนั้น คุณเป็นคนช่วยหรือเปล่าคะ?"
"ก็ไม่ได้ถือว่าช่วยหรอกครับ แค่ส่งอีเมลหาอัยการที่รู้จักกันเท่านั้นเอง"
ดูท่าสิ่งที่เธอเดาไว้คราวนั้นจะไม่ผิด ผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือเธออยู่เบื้องหลังในตอนนั้นก็คือเขานั่นเอง ตอนที่เดาว่าเป็นเขาในคราวนั้นเธอเพียงแค่รู้สึกประหลาดใจ คนที่เพิ่งเคยพบหน้ากันสั้นๆ ทำไมต้องช่วยเหลือเธอขนาดนั้น ยามนี้เธอถึงได้กระจ่างแจ้ง
เธอกับเขาไม่ได้เพิ่งเคยพบหน้ากันสั้นๆ เขาคือสามีของเธอ
"ขอบคุณนะคะ"
"หืม?" เขายิ้มออกมาแล้วพูดว่า "คิดจะขอบคุณผมยังไงล่ะครับ?"
หลินชิงชิง : "..."
ขอบคุณเขายังไงดี? หลินชิงชิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "เอาแบบนี้ไหมคะ วันไหนคุณว่าง ฉันขอเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ"
"ตอนนี้ก็ว่างครับ"
"..."
ไหนๆ ก็ตกลงว่าจะเลี้ยงข้าวเขาแล้ว จะช้าหรือเร็วก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา หลินชิงชิงจึงพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นตกลงค่ะ ฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ"
หลินชิงชิงเลือกชุดเดรสกุดสีขาว ตัวชุดทำจากขนสัตว์สำหรับฤดูหนาว ทิ้งตัวสวยงาม เสื้อคลุมตัวนอกเธอเลือกเสื้อโค้ทผ้าทอเนื้อหนาสีดำ อย่างไรเสียสีดำกับสีขาวแมตช์กันอย่างไรก็ไม่พลาด
เรือนผมยาวใช้ปิ่นปักผมรวบไว้หลวมๆ แต่งหน้าบางเบา แม้จะไม่ใช่ลุคที่จัดเต็มอะไรมาก ทว่าการออกไปทานข้าวสักมื้อก็เกินพอแล้ว
จ้องมองตัวเองในกระจก หลินชิงชิงกลับมีความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะออกไปออกเดตอย่างไรอย่างนั้น
ออกเดตเหรอ? หลินชิงชิงรีบสั่นหัว รู้สึกว่าตัวเองคิดมากเกินไปแล้ว ทว่าเธอกลับรู้สึกว่าลิปสติกยังไม่ค่อยแดงพอ จึงทาเพิ่มเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง
ยามที่หลินชิงชิงเดินลงมาจากชั้นบน อี้เซ่อเยียนยังคงนั่งไขว่ห่างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา ท่าทางงดงาม ท่วงท่าการเปิดเอกสารแฝงไว้ด้วยความเกียจคร้าน พอได้ยินเสียงก้าวเดินเขาก็เงยหน้าขึ้นมอง พอได้เห็นเธอ ท่าทางอันงดงามนั้นคล้ายจะถูกแช่แข็งกะทันหัน ในดวงตาแผ่ความงงงวยตื่นตะลึงงดงามขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ วินาทีต่อมาเขาก็ยิ้มให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ "เตรียมตัวเสร็จแล้วเหรอครับ?"
หลินชิงชิงพยักหน้า
หลินชิงชิงเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้โด่งดังมากในเมืองเป่ยเฉิง รสชาติอร่อย และมีดารานักร้องแวะเวียนมาอุดหนุนมากมาย
"เคยมาทานที่นี่เหรอครับ?" หลังจากลงจากรถ อี้เซ่อเยียนก็เอ่ยถาม
"ไม่เคยค่ะ แค่เคยได้ยินมาน่ะ" พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอไม่ค่อยได้เอ่ยปากขอเงินหลินเผิง สถานที่ค่าใช้จ่ายสูงแบบนี้เธอไม่มีปัญญามาทานหรอก "หลักๆ คือไอดอลที่ฉันชอบมากคนหนึ่งเคยแนะนำร้านนี้ไว้น่ะค่ะ คนที่ร้องเพลง 'เพลงรักทะเลเหนือ' ร่านหนานน่ะค่ะ"
"ผมทราบครับ"
"..."
หลินชิงชิงพลันนึกถึงสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมาได้ ตามที่เจ้าตัวเล็กบอก ตอนนั้นเธอเห็นร่านหนานสวมสร้อยคอเส้นนั้นแล้วชอบ อี้เซ่อเยียนจึงสั่งทำพิเศษมาให้ ทว่ากลับถูกเธอขว้างทิ้งจนแตก
หลินชิงชิงถอนหายใจออกมา ทว่าพอพูดถึงร่านหนานเธอก็มีความสุข เธอพูดต่อว่า "ร่านหนานเป็นนักร้องที่ฉันชอบที่สุดเลยค่ะ เธอร้องเพลงไพเราะและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ แถมยังเป็นไอดอลที่มีจิตใจดี คอยส่งเสียงเพื่อกลุ่มคนเปราะบางมาโดยตลอด โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มสตรีเปราะบาง รณรงค์ต่อสู้เพื่อสิทธิและสถานะทางสังคมของหญิงสาวมาโดยตลอด ฉันคิดว่าไอดอลควรจะเป็นแบบนี้แหละค่ะ"
เธอเคยคิดไว้ว่า หลังจากเรียนจบ จะต้องเข้าบริษัทเดียวกับไอดอลให้ได้ จะต้องทำงานร่วมกับเธอ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ร่านหนานคือเข็มทิศนำทางชีวิตของเธอ ทว่า... ทว่าเรื่องราวในโลกไม่อาจคาดเดาได้ สุดท้ายเธอก็ไม่มีโอกาสได้ร้องเพลงอีกต่อไปแล้ว
หลินชิงชิงดึงสติกลับมา ถึงเพิ่งพบว่าอี้เซ่อเยียนกำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้ม สายตาของเขาคล้ายจะนุ่มนวลลงตามรอยยิ้มของเธอจนแผ่ซ่านความรักใคร่เอ็นดูออกมา
หลินชิงชิงสะดุ้งเล็กน้อย เอ่ยถามทันที "ฉันพูดเยอะเกินไปหรือเปล่าคะ?"
"ไม่เยอะหรอกครับ ผมชอบฟังคุณพูด พูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น"
"..."
เขายังคงเป็นชายหนุ่มที่มีรังสีอำนาจรุนแรง ร่างกายเขายังคงแฝงไว้ด้วยความน่านับถือและอันตรายที่ติดตัวมาแต่เกิด ทว่าไม่รู้เพราะอะไร ยามนี้รอบกายเขาราวกับถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มอันนุ่มนวล เขาไม่ใช่ผู้มีอำนาจสั่งการคนนั้นอีกต่อไปแล้ว ทว่ารับบทเป็นเพียงสามีของเธอเท่านั้น
สามี... หลินชิงชิงก้มหน้าลง ใบหน้าร้อนผ่าว
"ประธานอี้"
เสียงเอ่ยทักทายกะทันหันดึงความคิดของหลินชิงชิงกลับมา เธอหันมองไปข้างหน้า เห็นหญิงสาวสองคนกำลังเดินตรงเข้ามา ดูทรงแล้วสถานที่แห่งนี้คงจะมีดารานักร้องแวะเวียนมาบ่อยๆ จริงๆ มาถึงก็เจอดาราเลย
ทว่าโชคร้ายที่หนึ่งในนั้นเธอรู้จักดี
ยามนี้หลินชิงชิงและอี้เซ่อเยียนเดินมาถึงทางเดินแห่งหนึ่ง ทางเดินสไตล์ญี่ปุ่น สองข้างทางเป็นบานหน้าต่างแกะสลักรูปหญิงสาวญี่ปุ่นโบราณ บนพื้นปูด้วยพรมปูพื้นนุ่มนวล
ทางเดินไม่กว้างนัก คนสี่คนมาพบกันตรงนี้จึงยิ่งทำให้ทางเดินดูคับแคบลงไปอีก
หญิงสาวที่เดินมาพร้อมกับเหลียงซินดูคุ้นหน้าคุ้นตา น่าจะเป็นคนในวงการบันเทิงเหมือนกัน ทว่าหลินชิงชิงเรียกชื่อไม่ออก เมื่อครู่นี้เธอเป็นคนเอ่ยทักทายอี้เซ่อเยียน
หญิงสาวยิ้มผูกไมตรีอย่างยิ่ง น้ำเสียงแฝงความเอาอกเอาใจอยู่ลางๆ สายตาของเธอกวาดมองหลินชิงชิงแวบหนึ่ง ดูอึ้งไปครู่หนึ่ง ทว่าเธอก็รู้กาลเทศะดี ไม่ได้เอ่ยถามถึงตัวตนของหลินชิงชิง
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอในการแข่งขัน เหลียงซินยังตั้งใจซื้อตุ๊กตามามอบให้เธอ ตอนนั้นเหลียงซินยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ พากันแยกย้ายไปไม่กี่เดือน พอได้กลับมาพบกันอีกครั้งจะต้องโผเข้ากอดกันอย่างแนบแน่นแน่นอน
ทว่ายามนี้ ไม่มีอ้อมกอด และไม่มีความยินดีที่ได้พบเพื่อนสนิท ทั้งสองคนทำเพียงพิศมองกันและกัน ด้วยความคิดที่ซับซ้อนแตกต่างกันไป
เหลียงซินพอเห็นเธอคล้ายจะประหลาดใจยิ่งนัก จากนั้นสายตาของเธอก็กวาดมองอี้เซ่อเยียนแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่าเธอนึกอะไรขึ้นมาได้ ทว่าสีหน้าของเธอกลับค่อยๆ ซับซ้อนขึ้น ราวกับไม่อยากจะเชื่อ และแฝงความไม่สบายใจอยู่ลางๆ
ทว่าความผิดปกติพวกนี้เลือนหายไปในพริบตา แต่งแต้มรอยยิ้มเอ่ยทักทายอี้เซ่อเยียนอย่างผูกไมตรีทันที "สวัสดีค่ะประธานอี้"
อี้เซ่อเยียนพยักหน้ารับคำอย่างมีมารยาท "สวัสดีครับ" ทั้งสองคนเบี่ยงตัวหลบทางให้อีกฝั่งเล็กน้อย อี้เซ่อเยียนก้าวเดินนำไปก่อน
หลินชิงชิงดึงสติกลับมา ทำเป็นเหมือนไม่รู้จักเหลียงซิน เดินสวนทางผ่านทั้งสองคนไปพร้อมกับอี้เซ่อเยียน นอกเหนือจากนี้เธอก็หาทางออกที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
มาถึงห้องส่วนตัวที่จองไว้แล้วนั่งลง อาจเป็นเพราะได้เจอเหลียงซิน สภาพจิตใจของหลินชิงชิงจึงมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อี้เซ่อเยียนเป็นคนเฉียบแหลม พอนั่งลงก็เอ่ยถามทันที "เป็นอะไรไปเหรอครับ?"
หลินชิงชิงนึกถึงเหลียงซิน อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะตัวเองแล้วพูดว่า "เด็กสาวฝั่งซ้ายเมื่อครู่นี้คือพี่สาวคนละแม่ของฉันเองค่ะ"
"ผมทราบครับ"
"..."
หลินชิงชิงแปลกใจเล็กน้อย ทว่าเธอก็เข้าใจได้ในทันที เธอกับอี้เซ่อเยียนเป็นสามีภรรยากัน อี้เซ่อเยียนจะรู้เรื่องสถานการณ์ครอบครัวของเธอก็ไม่ใช่เรื่องแปลก "คุณพ่อของคุณทุ่มเงินไปไม่น้อยเลยทีเดียวเพื่อให้เธอได้เข้าวงการบันเทิง" อี้เซ่อเยียนเห็นสีหน้าตกตะลึงของเธอ จึงพูดต่อ "พี่สาวของคุณไม่ได้บอกคุณเหรอครับ?"
พี่สาวบอกเพียงแค่ว่า ตอนที่เหลียงซินหักหลังเธอ คุณพ่อเข้าข้างเหลียงซิน เธอจึงตัดขาดความสัมพันธ์กับคุณพ่อไป ส่วนเรื่องที่เหลียงซินสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้อย่างไรนั้นพี่สาวไม่ได้บอกเธอ
คิดไม่ถึงว่าที่คุณพ่อจะใจกว้างขนาดนี้ ทุ่มเงินมหาศาลส่งเหลียงซินเข้าวงการบันเทิง
"ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพ่อของคุณทุ่มเงิน เธอไม่มีทางเข้าวงการบันเทิงได้หรอกครับ" พนักงานนำเมนูมาส่ง ยามนี้อี้เซ่อเยียนเปิดเมนูอาหารพลางพูดคุยกับเธออย่างเป็นกันเอง "ทว่าเธอก็ไม่ได้รุ่งเรืองอะไรในวงการบันเทิง ทำได้เพียงเก็บทรัพยากรงานที่คนอื่นไม่เอามาประคับประคองกระแสไปวันๆ วันข้างหน้าเกรงว่าแม้แต่ทรัพยากรพวกนี้เธอก็คงเก็บไม่ได้อีกแล้ว"
เขาราวกับเพียงแค่กำลังบอกเล่าข้อเท็จจริงพื้นฐานประโยคหนึ่งให้ฟัง ทว่าไม่รู้ทำไม หลินชิงชิงกลับรู้สึกว่าคำพูดของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเย็นชาและเลวร้ายอยู่ลางๆ
หลินชิงชิงไม่อยากคุยเรื่องของเหลียงซินมาทำลายบรรยากาศอีก พอสั่งอาหารเสร็จ สองตาของเธอก็กวาดมองไปรอบๆ หาเรื่องคุย "ร้านนี้บรรยากาศดีจังเลยนะคะ เงียบสงบ บรรยากาศงดงามมาก"
"ถ้าคุณชอบ ผมจะซื้อร้านนี้มอบให้คุณครับ"
"..."
เขาพูดออกมาอย่างเรียบง่าย ราวกับกำลังพูดเรื่องวันนี้จะซื้อผักอะไรดีอย่างไรอย่างนั้น หลินชิงชิงนึกไปถึงเรื่องที่เคยได้ยินเจ้าตัวเล็กบอกว่า พ่อของเขาเพียงเพราะเธอพูดว่าหมู่บ้านวิลลาแห่งนั้นสวยงาม คำเดียว พ่อของเขาก็ซื้อบ้านอยู่ที่นั่นทันที
ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกชายหนุ่มคนนี้โอบกอดและรักใคร่ซึมซาบเข้ามาอีกครั้ง ทว่าเขาชัดเจนว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากขนาดนั้น ความรู้สึกนี้ทำให้หลินชิงชิงรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งนัก
เธอขี้อายยิ่งนัก รีบพูดว่า "ไม่... ไม่ต้องหรอกค่ะ วันข้างหน้าแวะมาทานบ่อยๆ ก็พอแล้ว"
เขาค่อยๆ รินชาแก้วหนึ่ง นิ้วมือเรียวยาวรินชาขึ้นมาจิบเบาๆ ข้อศอกยันไว้บนโต๊ะ แก้วชายังคงวางไว้ตรงริมฝีปาก ท่ามกลางละอองไอน้ำพุ่งโชย เขายิ้มมองเธอ สายตานั้นยามมีละอองน้ำบดบังคล้ายจะยิ่งล้ำลึกยากจะคาดเดา
"แวะมาบ่อยๆ? มากับใครเหรอครับ?" น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลินชิงชิงคิดไปเองหรือเปล่า รู้สึกว่าเขากำลังตั้งใจแกล้งหยอกเย้าเธออยู่ ทว่าเขาชัดเจนว่าเป็นคนที่อ่อนน้อม มีมารยาท และสุขุมนุ่มลึกขนาดนั้น
หลินชิงชิงยิ่งเขินอายหนักขึ้นไปอีก เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา ตอบอย่างติดๆ ขัดๆ "มา... มากับคุณ แล้วก็... แล้วก็ลูกค่ะ"
"ตกลงครับ"
รอยยิ้มของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น
ภายในห้องส่วนตัวแผ่ซ่านบรรยากาศอันหวานวาบชวนอึดอัดใจขึ้นมากะทันหัน หลินชิงชิงไม่ได้มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งเหมือนเขา ทำได้เพียงจิบชาอย่างสงบเยือกเย็น เธอถูกบรรยากาศอันหวานวาบนี้ทำเอาแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
"ฉันขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะคะ"
ยามนี้การชิ่งไปห้องน้ำคือทางออกที่ดีที่สุด
หลินชิงชิงไปห้องน้ำเข้าห้องน้ำเสร็จ ปลอบประโลมสภาพจิตใจตัวเองครู่หนึ่งก็เตรียมตัวจะเดินจากไป ทว่าด้านนอกกลับมีเสียงพูดคุยดังขึ้นกะทันหัน
"แปลกจริงๆ เลยนะ คนที่ไม่ชอบเข้าหาผู้หญิงอย่างอี้เซ่อเยียนถึงกับพาผู้หญิงมาทานข้าวด้วยเนี่ยนะ?! ฉันยังจำได้เลยว่าครั้งก่อนตอนที่เขาลงทุนถ่ายทำละครเรื่องนั้น มีนางแบบสาวคนหนึ่งอยากจะได้บทนางเอก พยายามเอาความงดงามไปถวายเขา ตอนนั้นเขายังปฏิเสธอย่างมีมารยาทและเกรงใจสุดๆ ทว่าผ่านไปไม่กี่วัน ในอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวฉาวของแม่นั่นโผล่ออกมา ทั้งจริงทั้งเท็จ แถมยังมีรูปแอบถ่ายตอนทำงานเป็นเด็กนั่งดริ้งก์อีก นางแบบคนนั้นเดิมทีมีอนาคตไกล ทว่าโดนข่าวฉาวระลอกนี้เข้าไปถือว่าดับอนาคตในวงการบันเทิงไปเลย ตอนนั้นคนพูดกันเยอะมากว่าเป็นฝีมือของอี้เซ่อเยียน แถมยังบอกว่าเขาดูงดงามอ่อนน้อม ทว่าจริงๆ เลวร้ายและเลือดเย็นมาก เพราะเรื่องนี้ ทุกคนเลยรู้กันหมดว่าประธานอี้เป็นคนไม่ชอบเข้าหาผู้หญิง ไม่มีใครกล้าไปออเซาะเขาอีก ทว่าต่อมาก็มีคนบอกว่าเขาแต่งงานแล้ว แถมภรรยายังถูกเขาปกป้องไว้เป็นอย่างดี เลยไม่มีใครรู้ว่าคือใคร เธอว่าคนที่อยู่กับเขาวันนี้ จะใช่ภรรยาปริศนาคนนั้นของเขาไหม? แต่ก็นะ ภรรยาเขาคนนี้สวยจริงๆ สมแล้วที่นางแบบคนนั้นเขาจะมองไม่เหลียวหลัง"
"อย่ามาพูดเล่นหน่อยเลย ภรรยาปริศนาอะไรกัน บอกตามตรงนะ ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขาคนนั้นฉันรู้จักดีเลยล่ะ"
"ใครเหรอ ใครเหรอ?"
"น้องสาวคนละแม่ของฉันเอง"
"หา?"
"ยัยนั่นเป็นคนยังไงฉันรู้ดีที่สุด สันหลังยาว กินๆ นอนๆ อาศัยหน้าตาสวยนิดหน่อยก็ไล่เกาะขาคนอื่นไปทั่ว นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า อี้เซ่อเยียนไม่ได้โง่สักหน่อย กับผู้หญิงประเภทนี้อย่างมากก็แค่นอนเล่นๆ เท่านั้นแหละ จะมาเป็นภรรยาอะไร ตลกสิ้นดี ยัยนั่นคู่ควรเหรอ?!"
"ทำไมฉันฟังน้ำเสียงเธอ แล้วเหมือนเธอมีความแค้นกับน้องสาวคนละแม่คนนี้เลยล่ะ"
"ไม่ได้มีความแค้นหรอก แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง"
หญิงสาวสองคนเดิมทีตั้งใจจะมาเติมหน้าในห้องน้ำ พอเติมหน้าเสร็จกำลังจะเดินจากไป กลับยินเสียงดัง ปัง ทั้งสองคนหันมองตามเสียง ก็เห็นประตูห้องน้ำห้องหนึ่งถูกเตะเปิดออก หญิงสาวหน้าตาหม่นหมองคนหนึ่งเดินออกมาจากข้างใน
หลินชิงชิงนึกไม่ถึงจริงๆว่าจะได้ยินเรื่องพวกนี้ออกจากปากของเหลียงซิน เหลียงซินที่เธอรู้จัก เป็นเด็กสาวที่ซื่อสัตย์และจิตใจดีมาโดยตลอด แม้แต่ด่าคนยังทำไม่เป็น ตอนเรียนมัธยมปลายถูกคนด่าสองคำก็อั้นตั้งนานตบปากพูดสวนไม่เป็น จนร้องไห้โฮออกมา
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าคำพูดพวกนี้จะมาจากปากของเหลียงซิน แถมยังพูดถึงเธอได้เลวร้ายขนาดนี้ ต่อให้เห็นแก่ความเป็นเพื่อนในอดีตก็ไม่น่าจะทำเกินกว่าเหตุขนาดนี้
อ่านที่ kid-cat.com/read/tx-2564faf1/15
เป็นคนแรกที่ทิ้งความรู้สึกไว้
คุยหลังตอนนี้
ดูทั้งหมด →ยังไม่มีใครทิ้งข้อความไว้ — เป็นคนแรกก็ได้นะ
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมวงคุย